วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พลิกวิกฤติพิสูจน์ฝีมือ

สอดรับบรรยากาศวันลอยกระทงในสภาพที่ไม่ใช่แค่น้ำนองเต็มตลิ่ง แต่เป็นน้ำล้นตลิ่งในหลายพื้นที่

ตามสถานการณ์น้ำท่วมในภาพรวมที่แม้จะลดระดับความรุนแรงลงมา แต่ยังไม่คลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติ ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป

และยังเป็นเรื่องเร่งด่วนเฉพาะหน้าที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ต้องขนทีมรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องตระเวนลงพื้นที่ไปบัญชาการแก้ไขสถานการณ์ด้วยตัวเองอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ จ.อ่างทอง ขอนแก่น และนครศรีธรรมราช

ถึงขั้นปรากฏภาพตามหน้าสื่อ ผู้นำ คสช.เดินกางร่มลุยฝน และออกแรงยกก้อนหินบรรจุใส่ตาข่ายเหล็ก เพื่อซ่อมแซมพนังกั้นน้ำที่ได้รับความเสียหายระหว่างทริปลงพื้นที่

รวบรวมสมาธิมุ่งมั่น เอาจริงเอาจังไปที่การแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างเต็มที่ก่อน

ไม่สนใจเสียงเรียกร้องของค่ายการเมืองทวงสัญญาให้เร่งปลดล็อกคำสั่งหัวหน้า คสช. เพื่อให้พรรคการเมืองทำกิจกรรม

เคลื่อนไหวเตรียมตัวเลือกตั้ง ภายหลังเสร็จสิ้นงานพระราชพิธีสำคัญ

แนวโน้มการผ่อนคลายกฎเหล็กมีแววเลื่อนออกไปอีก ตามเสียงกระซิบจากฝั่งสมาชิก สนช.ที่ระบุจะปล่อยผีนักการเมืองได้ จะต้องรอประมาณต้นปี 2561

หรือถึงขั้นต้องรอยาวไปถึงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมปีหน้า เพื่อรอให้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.เสร็จสิ้นเสียก่อน

ท็อปบูตประเมินแรงเสียดทานฝ่ายการเมืองแล้ว ไม่ใช่เรื่องน่าห่วงที่ต้องเร่งดำเนินการขณะนี้

แต่แรงเสียดทานที่เป็นคิวแทรกเร่งด่วนเข้ามาเวลานี้กลับกลายเป็นปัญหาภายในทีมเรือแป๊ะ

อย่างที่เห็นสภาพล่าสุดที่ “บิ๊กบี้” พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ยื่นใบลาออกจากเก้าอี้ รมว.แรงงาน โดยมีต้นสายปลายเหตุมาจากปัญหาระหองระแหงในการทำงานกับนายกรัฐมนตรี

แม้ “บิ๊กตู่” แจงเหตุผลการไขก๊อกของ “บิ๊กบี้” เพื่อไปประกอบธุรกิจส่วนตัว แต่ดูเหมือนน้ำหนักฟังไม่ค่อยขึ้น

ตามร่องรอยอาการน้อยใจของ “บิ๊กบี้” ที่สะสมมาจากการโดน “บิ๊กตู่” ลบเหลี่ยมตั้งแต่การแต่งตั้ง ปลัดกระทรวงแรงงานที่นำคนนอกข้ามห้วยมาเสียบแทนคนในกระทรวงมาถึงการถูกตำหนิติติงแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวล่าช้าที่ไม่สามารถสนองนโยบายรัฐบาลได้

กระทั่งมาถึงฟางเส้นสุดท้าย การออกคำสั่งมาตรา 44 เด้ง นายวรานนท์ ปีติวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน ลูกน้องสายตรงของ “บิ๊กบี้” ไปเป็นรองปลัดกระทรวงแรงงาน โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า

แตกหักไปถึงขั้นรุ่นน้องไม่ขอร่วมลงเรือลำเดียวกับรุ่นพี่ต่อไป

ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมนำไปสู่การปรับ ครม.เรือแป๊ะครั้งใหญ่ ได้จังหวะจูนเครื่องเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีที่ไม่เหมาะสมกับงานออกไปนั่งพัก

ถึงเวลาส่งทีมงานมืออาชีพลงสนามห้วงปลายโรดแม็ปที่กำลังขยับไปสู่สนามเลือกตั้งปลายปีหน้า ช่วยตีตั๋วส่ง “บิ๊กตู่” เป็นผู้นำรอบสอง

หมดเวลาปูนบำเหน็จตอบแทนกันแล้ว มีโอกาสสูงที่ ครม.ท็อปบูตจะถูกหั่นโควตา ตามที่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์-สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ส่งซิก มีความเป็นไปได้ที่จะปรับ ครม.ให้ทหารเข้ามาทำงานน้อยลง

โดยเฉพาะรัฐมนตรีสายท็อปบูตที่ถูกถล่มหนัก ตกเป็นเป้าเรียกแขกให้รัฐบาล

อยู่ในข่ายถูกจับจ้อง อาทิ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่มีปัญหาเรื่องการแก้ปัญหาพืชผลการเกษตร การแก้ปัญหาน้ำท่วมในส่วนกรมชลประทาน

ขณะที่พี่รองอย่าง “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พักหลังเป็นบ่อน้ำมันให้ถูกโจมตีตลอดมาตั้งแต่เรื่องเก่าอย่างการจัดซื้อเรือเหาะ การอนุมัติให้เอกชนใช้พื้นที่ป่าสาธารณะ ล่าสุดมีปัญหาเรื่องการจัดซื้อเครื่องตรวจจับความเร็ว

แม้ชื่อชั้นอยู่ในขั้นบิ๊กเนม ต้นทุนสูง แต่สภาวะโค้งสุดท้ายที่รัฐบาลต้องเร่งทำคะแนน ก็ไม่แน่ว่าขาเก้าอี้ยังแข็งแกร่งพอจะอยู่ต่อ หรือถูกสับเปลี่ยนโยกย้ายตำแหน่งหรือไม่

ยังไม่นับรวมการเสริมทัพทีมเศรษฐกิจมาช่วยงาน “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรี รวมถึงอาจต้องกันเหนียว ปรับเปลี่ยนทีม รมต.ที่มีสถานะหมิ่นเหม่เรื่องปัญหาการถือครองหุ้น

ทำไปทำมาดูแล้วหนีไม่พ้นการปรับใหญ่แน่

ภายใต้โจทย์ไฟต์บังคับ ถึงเวลาเปลี่ยนตัว เลือกใช้ขุนพลที่มีความรู้ ความสามารถจริงๆ การปรับเล็กหรือปรับใหญ่ไม่ใช่ปัญหา

แต่ปรับแล้วมีประสิทธิภาพหรือไม่ เป็นสิ่งที่สังคมจับตาดูอยู่

พลิกวิกฤติเป็นโอกาสไม่สำเร็จ เส้นทางไปต่อคงลำบาก!!!

ทีมข่าวการเมือง รายงาน