วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตื่นตะลึง ภาพช้างป่าทองผาภูมิเล่นน้ำ เห็นชัด มีแม่แปรกคอยปกป้อง (คลิป)

ภาพโขลงช้างป่าทองผาภูมิ เกือบ40ตัวลงอาบน้ำ เผยให้เห็นพฤติกรรมตัวเมียหัวหน้า ที่เรียกว่า ช้างแม่แปรก หรือช้างแม่หนัก ที่รักช้างทุกตัวในโขลงหมือนลูก พร้อมปกป้องแม้ต้องแลกด้วยชีวิต... 

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 3 ต.ค.60 นายเสด็จ ฮุยอวน หัวหน้าสวนป่าทองผาภูมิ หมู่ 6 ต.ห้วยเขย่ง อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า สวนป่าทองผาภูมิ เป็นสวนป่าในสังกัดองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ภาคกลาง องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ดำเนินการตามภารกิจในการปลูกสร้างสวนป่าทดแทนในพื้นที่เสื่อมโทรมหลังการสัมปทานทำไม้สิ้นสุดลง โดยได้เริ่มปลูกสร้างสวนป่าอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2521-2539 มีพื้นที่ประมาณ 20,000 ไร่ ปลูกไม้สักประมาณ 15,000 ไร่ ที่เหลือเป็นไม้ดีมีค่า เช่น แดง ยางนา ประดู่ ตะเคียนทอง 

ภายหลังจากการปลูกสร้างสวนป่าแล้วได้รับมอบพื้นที่ในส่วนที่ไม่อยู่ในเขตอนุรักษ์ (พื้นที่เศรษฐกิจ โซน E)จากกรมป่าไม้มาดูแลรักษาตามมติครม.เมื่อปีพ.ศ.2533 และ เมื่อปีพ.ศ.2538 กรมป่าไม้ได้อนุญาตให้องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ใช้ประโยชน์ไม้ที่ปลูกได้ และปลูกทดแทนโดยใช้งบประมาณขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้เอง

สวนป่าทองผาภูมิจึงได้นำไม้ที่ปลูกออกมาใช้ประโยชน์โดยการตัดสางขยายระยะและตัดหมดเมื่อไม้ครบอายุตัดฟัน พร้อมปลูกทดแทนทันที ทำให้มีแปลงปลูกป่าที่หลากหลายอายุ เกิดการหมุนเวียนของทรัพยากรตลอด การดำเนินตามแนวนโยบายด้านการจัดการสวนป่าอย่างยั่งยืนตามมาตรฐานสากล ของ อ.อ.ป. เน้นความยั่งยืนด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม

ทำให้ภายในเขตสวนป่ามีความอุดมสมบูรณ์ จากการอนุรักษ์พื้นที่มีคุณค่าสูง เช่นพื้นที่สองฝั่งลำห้วย พื้นที่แหล่งน้ำ พื้นที่ป่าพุ ตาน้ำผุด ต้นไม้ธรรมชาติดั้งเดิม กระจายครอบคลุมทั่วพื้นที่ ทำให้สภาพของพื้นที่สวนป่าที่ปลูกมีความใกล้เคียงกับป่าธรรมชาติมาก

ทั้งนี้ การดำเนินการจัดการสวนป่าตามหลักวนวัฒน์วิทยา ในแปลงที่มีอายุของไม้ต่างกันทำให้มีการทดแทนของวัชพืชจำพวกหญ้า ไม้พื้นล่างมีความหลากหลาย เกิดความต่อเนื่องเหมาะสมที่จะสามารถเป็นอาหารของสัตว์ได้

"ด้วยความอุดมสมบูรณ์นี้ จึงทำให้มีช้างป่าที่อาศัยในเขตอนุรักษ์ที่มีพื้นที่แนวเขตติดต่อกับสวนป่า อพยพเข้ามาอยู่อาศัยและใช้ประโยชน์ในพื้นที่สวนป่าทองผาภูมิ โดยการอพยพออกมาของช้างป่าก็มีผลกระทบต่อชุมชนรอบๆสวนป่า เนื่องจากช้างขยายพื้นที่หากินและชอบพืชผลทางการเกษตร การแก้ไขปัญหาเรื่องช้างป่ากับชุนชนจึงเป็นเรื่องใหญ่และต้องมีแผนการจัดการระยะยาว จึงจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือของหลายฝ่าย ซึ่งหลายๆที่ในประเทศไทย ก็ประสบปัญหาช้างป่าเช่นกัน คงต้องนำแนวทางที่สามารถแก้ไขปัญหาหรือลดผลกระทบความขัดแย้ง ระหว่างคนกับช้างมาปรับใช้กับพื้นที่ของตำบลห้วยเขย่งต่อไป"

สำหรับช้างป่าที่มีอยู่นั้น เจ้าหน้าที่ที่คอยเฝ้าติดตามดูพฤติกรรมมาโดยตลอด พบว่ามีช้างป่าตัวเมีย อายุค่อนข้างมาก และเป็นช้างป่าที่ตัวใหญ่ที่สุดในโขลง เจ้าหน้าที่ของเราเรียกมันว่า “ไอ้ด่าง” โดยจากการสังเกตพฤติกรรมของช้างป่าตัวดังกล่าว เจ้าหน้าที่ของเราคาดว่าน่าจะเป็นผู้นำโขลงช้าง หรือจ่าฝูง หรือ “ช้างแม่แปรก”

คำว่า“ช้างแม่แปรก”นั้นประชาชนทั่วไปอาจจะไม่คุ้นหู หรือไม่เคยได้ยินคำๆนี้มาก่อน ซึ่งทางมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้อธิบายเอาไว้ว่า “แม่แปรก”หรือช้างแม่หนักเป็นช้างพังที่มีความเก่งกล้ามากจนได้รับหน้าที่นำโขลง

"ช้างไทยนั้นจะอยู่รวมกันเป็นโขลง ในโขลงนั้นประกอบไปด้วยช้างเต็มวัยและลูกช้าง จำนวนเฉลี่ย 7-8 ตัวต่อ 1 โขลง ซึ่งช้างเต็มวัยทุกตัวในโขลงนั้นจะเป็นช้างตัวเมียทั้งหมด แม่แปรก หรือช้างแม่หนัก ที่กล่าวมาจะคอยนำทางหาแหล่งน้ำ แหล่งอาหาร ดูแล ปกป้องช้างทุกตัวในโขลงเสมือนเป็นลูกของตัวเอง และเมื่อมีภัยคุกคามเกิดขึ้นแม่แปรกจะปกป้องลูกช้างในโขลงอย่างสุดกำลัง แม้จะแลกด้วยชีวิตก็ตาม"

ดังนั้น จากพฤติกรรมของ“ไอ้ด่าง”จึงเชื่อได้ว่ามันคือ “ช้างแม่แปรก”ที่คอยนำทางหาแหล่งน้ำ แหล่งอาหาร ดูแล ปกป้องช้างทุกตัวในโขลงที่อาศัยอยู่ในสวนป่าทองผาภูมิ เสมือนเป็นลูกของตัวเองนั่นเอง.