วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายกฯ กำชับผู้ว่าฯ 14 จังหวัดใต้-ประจวบฯ รับมือน้ำท่วม-สกัดข้อมูลเท็จ

นายกฯ กำชับผู้ว่าฯ 14 จังหวัดใต้-ประจวบคีรีขันธ์ เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วม วางแผนล่วงหน้า เกาะติดโซเชียล สกัดข้อมูลเท็จ เร่งสร้างความเข้าใจ ไม่ปล่อยขยายวงกว้าง

เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 60 ที่ห้องประชุมศูนย์อำนวยการและประสานพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประชุมมอบนโยบายแก่ผู้ว่าราชการจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยผู้บริหารส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับฟังภาพรวมสถานการณ์ และแนวทางการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงรับทราบปัญหาอุปสรรคการดำเนินการป้องกัน และแก้ไขปัญหาอุทกภัย ซึ่งภาคใต้ได้รับผลกระทบจากพายุดีเปรสชันทะเลจีนใต้ตอนล่าง ส่งผลให้มีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 เป็นต้นมา แต่ทั้งนี้ คาดว่าปริมาณน้ำฝนจะลดลงตั้งแต่วันที่ 4 เป็นต้นไป และจะได้รับผลกระทบอีกครั้งในวันที่ 8-10 พฤศจิกายนนี้ โดยได้มีการแจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ และขอให้ติดตามการประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดในระยะนี้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำจากพายุดังกล่าว กรมชลประทานเร่งดำเนินการลดระดับน้ำให้อยู่ในเกณฑ์การบริหารจัดการอย่างเคร่งครัด ประกอบด้วยอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 4 แห่ง อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 39 แห่ง พร้อมกับเตรียมความพร้อมติดตั้งเครื่องจักร เช่น เครื่องสูบน้ำ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า รถลากจูงเครื่องผลักดันน้ำ จำนวน 16 จุด ในพื้นที่ภาคใต้ 14 อำเภอที่มีความเสี่ยงแล้ว

โอกาสนี้ นายกฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า การลงพื้นที่ในวันนี้เพื่อมาตรวจเยี่ยมติดตามการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมให้กำลังใจชาวบ้าน รวมถึงให้กำลังใจข้าราชการทุกคนที่ร่วมมือกันตั้งใจทำงาน เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน และขอให้ประชาชนมีกำลังใจในการต่อสู้กับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ สถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งเป็นแนวทางของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระองค์ทรงมีความห่วงใยความเดือดร้อนของประชาชน และทรงติดตามทุกปัญหาของราษฎร จึงอยากขอให้ส่วนราชการน้อมนำแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาปรับประยุกต์ให้เข้ากับสถานการณ์ ให้สามารถแก้ไขปัญหาได้ ลดผลกระทบต่อประชาชน พร้อมกับร่วมมือกันสร้างเครือข่ายให้เข้มแข็งตั้งแต่เกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ รวมถึงสร้างฐานข้อมูลให้เป็นระบบสามารถเรียกดูข้อมูลได้ทันที โดยส่วนราชการต้องเป็นหน่วยงานหลักในการดูแลแก้ไขปัญหา ต้องพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส ส่งเสริมอาชีพให้ประชาชนอย่างเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ และสอดคล้องกับสถานการณ์ พร้อมกับสร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำทางด้านโอกาสให้กับประชาชน

ทั้งนี้ ในตอนท้าย นายกฯ กล่าวย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดให้ความสำคัญในเรื่องการติดต่อสื่อสาร และเฝ้าติดตามโดยเฉพาะสื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดีย หากเกิดการบิดเบือนข้อมูล และให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ ต้องรีบแก้ไข และสร้างความเข้าใจ ไม่ปล่อยให้ปัญหาขยายวงกว้าง จนไม่สามารถควบคุมได้ จากนั้น นายกฯ ได้ให้สัมภาษณ์สรุปภาพรวมการลงพื้นที่ในวันนี้ และเดินทางไปวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เพื่อสักการะพระบรมธาตุ