วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แกนนำเสื้อแดง พบกองปราบฯ รับทราบข้อหา คดีนำเอกสารลับ ‘บัวแก้ว’ เผยแพร่

"ณัฐวุฒิ - ก่อแก้ว" อดีตแกนนำเสื้อแดง เข้าพบตำรวจกองปราบฯ รับทราบข้อกล่าวหา ม.123, 124 กรณีนำเอกสารลับกระทรวงการต่างประเทศมาตีพิมพ์ใน นสพ.ความจริงวันนี้ เมื่อปี 52

เมื่อวันที่ 3 พ.ย.60 ที่กองบังคับการปราบปราม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (2 พ.ย.) นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีตแกนนำเสื้อแดง ได้เข้าพบ พ.ต.อ.พงษ์ไสว แช่มลำเจียก ผกก.สอบสวน กก.6 บก.ป. หลังถูกออกหมายเรียก ให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหา สืบเนื่องจากเมื่อปี 2552 นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ และนายสังคม ดำรงค์ยุทธภูมิ ได้เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.ไพรินทร์ แจ่มจำรัส พงส.กองปราบปราม ให้ดำเนินคดีกับนายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายก่อแก้ว พิกุลทอง นายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ์ และนางสุพัฒภาย์ พัฒนรพันธุ์ อดีตแกนนำกลุ่มเสื้อแดงกับพวก ในฐานความผิดตามมาตรา 123 ผู้ใดกระทำการใดๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อความเอกสาร หรือสิ่งใดๆ อันปกปิดไว้เป็นความลับ เพื่อความปลอดภัยของประเทศ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และ มาตรา 124 ผู้ใดกระทำการใดๆ ให้ผู้อื่นล่วงรู้หรือได้ไปซึ่งข้อความ เอกสาร หรือสิ่งใดๆ อันปกปิดไว้เป็นความลับ เพื่อความปลอดภัยของประเทศ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี

จากกรณี นายณัฐวุฒิ นายจตุพร และนายก่อแก้ว ได้นำเอกสารลับของกระทรวงการต่างประเทศ ไปเผยแพร่ผ่านรายการความจริงวันนี้ ของสถานีโทรทัศน์ประชาชน ทำให้กระทรวงการต่างประเทศได้รับความเสียหาย อีกทั้งยังนำเอกสารดังกล่าวไปตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ความจริงวันนี้ ฉบับวันที่ 22-24 ธ.ค.52 ในหน้าที่ 9 คอลัมน์ สถานีแดง อีกด้วย 


ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีตแกนนำเสื้อแดง ได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนได้พิมพ์ลายนิ้วมือเพื่อตรวจสอบประวัติ ก่อนที่จะปล่อยตัวกลับไปโดยไม่มีการควบคุมตัวแต่อย่างไร เนื่องจากทั้งคู่เข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือพนักงานสอบสวนจะออกหมายเรียกให้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาอีกครั้งต่อไป 


ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในปี 2552 นอกจากนายสังคม จะแจ้งความไว้ที่กองปราบฯแล้ว ยังได้แจ้งความไว้ที่ สน.นางเลิ้ง อีกด้วย แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเห็นว่าเป็นคดีเดียวกัน จึงได้มีคำสั่งให้ บช.น.โอนคดีมาให้ตำรวจกองปราบปรามรับทำคดีดังกล่าว.