วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"เครื่องเอกซเรย์เต้านม 3 มิติ" นวัตกรรมทำแมมโมแกรม...แบบไม่บีบอัด

องค์การอนามัยโลก (WHO) คาดประมาณว่า ในอีก 21 ปีข้างหน้า ทั่วโลกจะมีผู้ป่วยมะเร็งเพิ่มขึ้นปีละ 24 ล้านคน ขณะที่ปัจจุบัน ตัวเลขการเสียชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งอยู่ที่ประมาณปีละ 8 ล้านคน เฉพาะประเทศไทย มีคนเสียชีวิตจากมะเร็งปีละ 60,000 คน เฉลี่ยวันละ 165 คน หรือชั่วโมงละ 7 คน ทำให้ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า โรคร้ายอย่างมะเร็งได้กลายมาเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของทุกประเทศในโลก

สำหรับในเพศชาย มะเร็งที่ครองแชมป์เป็นอันดับหนึ่งมาอย่างต่อเนื่องได้แก่ มะเร็งตับ ตามด้วยมะเร็งปอด และมะเร็งลำไส้ใหญ่ ตามลำดับ ขณะที่เพศหญิง มะเร็งที่พบมากเป็นอันดับหนึ่ง ได้แก่ มะเร็งเต้านม รองลงมาคือ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งตับและทางเดินน้ำดี ตามลำดับ

นับตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา พบหญิงไทยป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ปีละกว่า 30,000 ราย และไม่ใช่แค่ประเทศไทยเท่านั้น หากแต่ในระดับโลก ตัวเลขของผู้หญิงที่ป่วยเป็นมะเร็งเต้านมรายใหม่มีมากกว่า 1.2 ล้านรายในแต่ละปี โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาและทวีปยุโรป มีอุบัติการณ์ของการป่วยมะเร็งเต้านมสูงมาก ประมาณ 8 : 1 กล่าวคือ ในจำนวนสตรีชาวสหรัฐอเมริกาและยุโรป 8 คน จะมี คนที่ป่วยเป็นมะเร็งเต้านม 1 คน

การแก้ไขปัญหาของโรคมะเร็งเต้านมที่ดีที่สุด ไม่ใช่การรักษา หากแต่คือการให้ความรู้แก่สตรีในการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ด้วยการทำแมมโมแกรมอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

การตรวจคัดกรองมะเร็งด้วยการทำแมมโมแกรม หรือการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เต้านม แม้จะดูว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่ผู้หญิงส่วนหนึ่งกลับละเลยที่จะตรวจหามะเร็งเต้านมด้วยวิธีนี้ อาจจะด้วยความไม่รู้ หรือไม่คิดว่าตนเองมีความเสี่ยงที่จะป่วยด้วยมะเร็งเต้านม และส่วนหนึ่งมาจากความกลัวเจ็บปวดที่ต้องถูกบีบอัดเต้านมด้วยเครื่องตรวจแมมโมแกรมแบบเดิมๆ

ล่าสุด เมื่อไม่นานมานี้ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้จัดซื้อ เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สำหรับเต้านม 3 มิติ เครื่องแรกของโลก (Dedicated 3D Cone–Beam Computed Tomography : CT Mammogram) มูลค่าประมาณ 56 ล้านบาท เพื่อให้ประชาชนโดยเฉพาะผู้หญิงได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยและค่าใช้จ่ายที่สามารถเข้าถึงได้ไม่ยากนัก

พญ.พิมพ์จันทร์ จักกาบาตร์ รังสีแพทย์ประจำศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ในฐานะแพทย์ผู้ดูแลและนำร่องการใช้งานเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สำหรับเต้านม 3 มิติ เล่าว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา การเกิดมะเร็งเต้านมในสตรีไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและกลายมาเป็นโรคที่มีสถิติของการป่วยมะเร็งในสตรีสูงเป็นอันดับ 1 จากเดิมที่ก่อนหน้านี้ มะเร็งปากมดลูกครองแชมป์การเป็นมะเร็งอันดับหนึ่งในผู้หญิงมาก่อนหน้าหลายปี

ทั้งนี้ ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ โรงพยาบาล จุฬาลงกรณ์ เล็งเห็นความสำคัญของการลดปัญหาการป่วยด้วยมะเร็งเต้านมในหญิงไทย จึงมีการปรับปรุงและพัฒนาการรักษาขึ้นใหม่ โดยส่งแพทย์ไปร่วมพัฒนากับบริษัทผู้ผลิตนวัตกรรมทางการแพทย์ และริเริ่มติดตั้งเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สำหรับเต้านม (Dedicated 3D Cone-Beam Computed Tomography : CT Mammogram) เครื่องแรกของโลก

คุณหมอพิมพ์จันทร์ อธิบายถึงรายละเอียดการทำงานของเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สำหรับเต้านม 3 มิตินี้ว่า เป็นเครื่องที่สามารถถ่ายภาพเอกซเรย์เต้านมได้มากกว่า 300 ภาพ จากมุมต่างๆ 360 องศา และสร้างภาพ 3 มิติเสมือนจริงของเต้านมได้โดยไม่มีการบีบเต้านม

“ก่อนอื่นต้องบอกว่าเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สำหรับเต้านม 3 มิติ เครื่องนี้ ถือเป็นนวัตกรรมล่าสุดในการเอกซเรย์เต้านมด้วยคอมพิวเตอร์ ความพิเศษของเครื่องนี้ นอกจากจะใช้เวลาในการตรวจเพียง 10 วินาที ยังสามารถระบุตำแหน่งที่มีความผิดปกติของเต้านมได้อย่างแม่นยำ ภาพที่ได้จากการเอกซเรย์มีความละเอียดสูง สามารถหมุนได้ทุกทิศทางและขยายภาพเฉพาะจุดได้ ช่วยให้ศัลยแพทย์สามารถวางแผนการผ่าตัดได้ดีกว่าเดิม”

รังสีแพทย์ประจำศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ บอกด้วยว่า หากตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สำหรับเต้านม 3 มิติแล้วพบเซลล์ที่ผิดปกติ แพทย์สามารถที่จะเปิดด้านข้างของเครื่อง และนำเครื่องมือเข้าไปเจาะชิ้นเนื้อไปตรวจและทำหัตถการได้โดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วย เป็นเทคโนโลยีล่าสุดที่มีความทันสมัยมาก

“เนื่องจากเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เป็นเทคโนโลยีที่ใหม่มาก และ เป็นการใช้งานจริงเครื่องแรกของโลก ซึ่งก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือน มิ.ย.2560 นั้น ได้ใช้เวลาในการศึกษา ทดสอบประสิทธิภาพ ประเมิน เรื่องปริมาณรังสี และให้บริการผู้ป่วยนำร่อง โดยเลือกกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งเข้ามารับการรักษาด้วยนวัตกรรมนี้ก่อนผู้ป่วยอื่นๆด้วย แต่ที่น่าจะทำให้ผู้หญิงกลัวการตรวจเอกซเรย์เต้านมน้อยลง สำหรับเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สำหรับเต้านม 3 มิติเครื่องนี้ น่าจะเป็นเทคนิคการตรวจแบบใหม่ที่ไม่มีการบีบเต้านมจนแบนเป็นกล้วยทับเหมือนสมัยก่อน” คุณหมอพิมพ์–จันทร์บอก

ปัจจุบัน โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์มีเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับเต้านม (CT Mammogram) ที่เปิดให้บริการตรวจ จำนวน 3 เครื่อง ถือเป็นโรงพยาบาลที่มีเครื่องเอกซเรย์เต้านมระบบ 3 มิติมากที่สุดในประเทศไทย โดยเครื่องแรกได้ติดตั้งเครื่องเอกซเรย์ 3 มิติ ที่เรียกว่า Tomosynthesis เมื่อปี 2551 เป็นเครื่องแรกในภูมิภาคนี้ และต่อมาได้ติดตั้งเครื่องเอกซเรย์เต้านมคอมพิวเตอร์ Affirm Tomosynthesis เป็นเครื่องที่สอง และเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สำหรับเต้านม 3 มิติ (Dedicated 3D Cone-Beam Computed Tomography) เป็นเครื่องที่ 3 นับเป็นเครื่องแมมโมแกรมที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในปัจจุบัน โดยมีเตียงระบุพิกัดด้วยระบบ 3 มิติที่สามารถระบุตำแหน่งความผิดปกติในเต้านมในท่านอนเพื่อใช้ในการเจาะชิ้นเนื้อและวางลวดนำระบุตำแหน่งในการผ่าตัดเต้านมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทำให้ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เป็นศูนย์รักษาพัฒนางานวิจัยโรคมะเร็งเต้านมที่มีเครื่องมือตรวจวินิจฉัย และตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเต้านมที่ทันสมัยสมบูรณ์มากที่สุดในปัจจุบัน.