Thairath Logo
กีฬา

ตำนานบ้านพิเทน

โดย บาราย
7 มิ.ย. 2552 05:00 น.
Share :

หมู่บ้านคนไทยซึ่งมีจำนวนน้อย แวดล้อมด้วยคนมุสลิมคนส่วนใหญ่ ในยะลา ปัตตานี นราธิวาส หมู่บ้านพิเทน เดิมเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ของคนไทย ปัจจุบันเติบใหญ่กลายเป็นหมู่บ้านมุสลิม   อยู่ในตำบลพิเทน  อำเภอทุ่งยางแดง  จังหวัดปัตตานี

กล่าวขานกันมาเนิ่นนานว่า มีเอกลักษณ์ พิเศษ แตกต่างจากหมู่บ้านไทย-มุสลิมอื่นๆ

ในหนังสือ กล่าวขานตำนานใต้ อาจารย์ ศรีศักร วัลลิโภดม บอกว่า ชาวบ้านพิเทนพูดภาษาไทย มีคำราชาศัพท์ไทย ปะปนอยู่ในภาษามลายู

เช่นพูดว่า แถลง แทนคำว่า พูด พูดคำว่า สนับเพลา แทนคำว่ากางเกง

ใช้ราชาศัพท์ปนภาษามลายู ทั้งยังพูดด้วยสำเนียงมลายู จึงเป็นที่มาของสำเนียงการพูดแบบพิเทน ที่หลายฝ่ายตั้งข้อกังขา...แท้จริงแล้ว คนพิเทน มีที่มา...จากไหน?

อาจารย์ศรีศักรบอกว่า ภาษาและสำเนียงพิเทน คนที่ไม่รู้ภาษาไทยก็ฟังไม่เข้าใจ คนที่รู้ ภาษาไทยแต่ไม่รู้ภาษามลายู ก็อาจไม่เข้าใจ

คนที่พอเข้าใจภาษาพิเทนได้ ต้องรู้ ทั้งภาษาไทยและภาษามลายู

เมื่อ 50 ปีที่แล้ว ชาวพิเทนยังมีการเล่น ระเพียด ใช้กลองรำมะนาขนาดใหญ่สองใบตีด้วยมือ คล้ายกลองดีเกร์ฮูลู และการเล่นประ มีผู้หญิงรำเวียน สะบัดหัวเหมือนเข้าทรง ใช้กลองยาวที่ทำด้วยดินเหนียวขึงด้วยหนัง 2 ใบตี ประกอบการร่ายรำ

กลองยาวนี้ คนพิเทนบอกต่อๆ กันว่าพี่เณรนำมาจากนครศรีธรรมราช พี่เณรเป็นคนไทยหนึ่งในชุด 7 คนแรก ที่เดินทางมาลงหลักปักฐานที่ที่ราบเชิงเขาโต๊ะชุด หรือบ้านพิเทน

ประเพณีตีกลองยาวจะมีในเดือนหกทุกปี ถ้าไม่เล่น เชื่อกันว่าจะเกิดโรคภัยไข้เจ็บ

ยังมีงานจอระทา บริเวณลานหน้าสุสานพี่เณร บรรพบุรุษชาวพิเทน ทุกปีเด็กๆจะคอยวันนี้ด้วยใจจดจ่อ ถึงวันงาน จะมีการตัดไม้ไผ่ที่ยังเหลือกิ่งก้านมากมาย ยาวสามเมตร ทุกกิ่งไผ่จะผูกอาหารคาวหวานขนมต่างๆ รวมทั้งไก่ย่าง

เมื่อถึงเวลา...จะมีการแสดงซีละ ศิลปะการต่อสู้ด้วยกริช ผู้ชนะจะใช้กริชแทงลำไม้ไผ่ให้ล้ม เด็กๆที่ล้อมวงดูจะเฮโลเข้าไปแย่งอาหาร เด็กๆสนุกสนานกันมากตอนนี้

งานจอระทา เลิกไปแล้วกว่า 50 ปี เนื่องจากขัดต่อหลักการบางอย่างของศาสนาอิสลาม ชาวบ้านส่วนใหญ่แม้จะพูดภาษายาวี หรือมลายูท้องถิ่น แต่ก็ยังพูดภาษาไทยพิเทนอยู่

และภาษาไทยพิเทนนี่เอง ที่เป็นเหมือนกุญแจคลี่ปริศนา ที่มาของหมู่บ้าน

เล่าสืบกันมาว่า บรรพบุรุษชาวพิเทน ในสมัยอยุธยา เป็นคนจามอพยพจากกัมพูชามาอยู่ที่บ้านลุมพลี อยุธยา ทุกคนมีความชำนาญในการเลี้ยงช้าง จับช้างป่ามาฝึกให้เชื่อง เมื่อเกิดสงคราม ก็รับหน้าที่เป็นควาญช้าง ในกรมอาสาจาม กองทัพสยาม

ในสงครามครั้งที่สยาม ยกทัพมารวมพลกับทัพนครศรีธรรมราช ตีอาณาจักรปัต-ตานี ช้างสำคัญในกองทัพที่เจ็ดพี่น้อง (มีพี่เณร เป็นพี่ใหญ่) หลุดหายเข้าป่า

ความผิดครั้งนี้โทษถึงประหาร

พี่เณรนำน้องชาย 5 คน มี แก้ว อ่อน มอน เภา จันทอน และน้องสาวอีกคนไม่ทราบชื่อ ตามช้างมาถึงป่าบริเวณเชิงเขาโต๊ะชุด ก็ไม่พบ คิดกันว่า กลับไปก็ตาย พี่เณรจึงตัดสินใจ ลงหลักปักฐานอยู่กับชาวบ้าน มีลูกหลานมากมายสืบทอดจนถึงวันนี้

ในเจ็ดพี่น้องมีหลายคน แยกตัวไปตั้งหลักที่หมู่บ้านอื่น แต่ที่ใดไม่แน่ชัด มีหลักฐานอยู่บ้างเป็นที่ฝังศพ เช่น ศพพี่เณร อยู่ที่บ้านเขาน้อย ตำบลพิเทน นายเภา ศพอยู่ที่บ้านกะลุบี ตำบลกะพ้อ อำเภอกะพ้อ ลูกหลานนายเภา มีหลายนามสกุลแตกสาขา เช่น ซีบะ พระศรีจันทร์ทอง และดีเภา

ศพนายอ่อน นายแก้ว ฝังที่บ้านบือจะ ใกล้บ้านเขาน้อยตำบลพิเทน นายมอน ฝังที่บ้านโต๊ะมอน ตำบลน้ำดำ อำเภอทุ่งยางแดง

ตามคำบอกเล่า หมู่บ้านพิเทนแห่งนี้ เป็นที่อยู่ของผู้หญิงสองพี่น้องผู้ยิ่งใหญ่ ในตำนาน คือนางผมหอม และนางเลือดขาว บนเขาโต๊ะชุดมีถ้ำ ที่เชื่อกันว่า นางผมหอมและนางเลือดขาวเคยอาศัยอยู่

เมื่อสิบปีที่แล้ว ชาวพิเทนได้มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมหมู่บ้านลุมพลี ที่อยุธยา เมื่อได้พูดคุยกับชาวลุมพลี และพบว่า มีสำเนียงการพูดคล้ายกัน ต่างก็ตื่นเต้นดีใจ

ยิ่งเมื่อเห็นเพนียดคล้องช้างใกล้บ้านลุมพลี ชาวพิเทนเชื่อว่า พวกเขาได้มาถึงบ้านบรรพบุรุษที่แท้จริงของเขาแล้ว

อดีตกำนันพิเทน ปรับทุกข์ว่า ลูกหลานชาวพิเทนรุ่นใหม่ ไม่นิยมพูดภาษาพิเทน กลัวจะถูกล้อเลียน เขาเป็นห่วงว่า ภาษาชาวพิเทนที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่ เหมือนใคร กำลังจะสูญหายไป ถ้าไม่มีใครช่วยดูแลรักษาสืบทอดเอาไว้.

O บาราย O

อ่านเพิ่มเติม...