วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘ตูน บอดี้สแลม’ วิ่ง-วันที่ 2 ทำได้อีก 47 กม.

“นายกฯตู่” ให้กำลังใจ “ตูน บอดี้สแลม” พร้อมอวยพรให้ประสบผลสำเร็จและปลอดภัยในโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” ขอบคุณที่ทำกิจกรรมเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม แถมสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชน นักร้องหนุ่มออกวิ่งวันที่สองจาก อ.ธารโต เข้าสู่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ได้ระยะทาง 47.3กม. ระหว่างทางต้องวิ่งฝ่าสายฝนโปรยปราย มีชาวบ้านและเด็กนักเรียนจำนวนมากมารอต้อนรับให้กำลังใจพร้อมร่วมบริจาคเงินเข้าโครงการ ยอดเงินบริจาคได้ 57 ล้านบาทแล้ว

จากโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” ของนักร้องหนุ่ม “ตูน บอดี้สแลม” หรือนายอาทิวราห์ คงมาลัย ที่ออกวิ่งจากใต้สุดของประเทศไทย ที่ อ.เบตง จ.ยะลา ไปเหนือสุด อ.แม่สาย จ.เชียงราย รวมระยะทาง 2,191 กม. จะใช้เวลาวิ่ง 55 วัน ตั้งเป้าระดมเงินบริจาค 700 ล้านบาทเพื่อนำไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้โรงพยาบาล 11 แห่ง ประกอบด้วย รพ.ยะลา รพ.สุราษฎร์ธานี รพ.ศูนย์ราชบุรี รพ.เจ้าพระยายมราช จ.สุพรรณบุรี รพ.สระบุรี รพ.ขอนแก่น รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี รพ.นครพิงค์ จ.เชียงใหม่ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ จ.เชียงราย รพ.น่าน และ รพ.พระมงกุฎเกล้า โดยออกสตาร์ตเมื่อช่วงเช้าวันที่ 1 พ.ย. วันแรกวิ่งไปถึงสะพานโต๊ะกูแช ต.แม่หวาด อ.ธารโต จ.ยะลา ระยะทาง 50.9 กม. ขณะที่มียอดบริจาคเงินเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 40 ล้านบาท

วันที่สองของโครงการวิ่งก้าวคนละก้าว เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 2 พ.ย. นักร้องหนุ่ม “ตูน บอดี้สแลม” เริ่มวิ่งออกจากสะพานข้ามทะเลสาบเขื่อนบางลาง หรือสะพานโต๊ะกูแช บ้านฆอแย หมู่ 5 ต.แม่หวาด อ.ธารโต จ.ยะลา โดยมีแฟนสาว ก้อย-รัชวิน วงศ์วิริยะ พร้อมทีมงาน และกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด ผ่านโรงเรียนบ้านบ่อหิน มีบรรดาเด็กนักเรียนออกมายืนรอจับมือเป็นแถวยาว จากนั้นวิ่งผ่านวัดบ่อหิน บ้านปูโละ–สานีแย สี่แยกบ้านแหร ทางเข้าบ้านซาไก สิ้นสุดเซตแรกแวะพักที่จุดกู้ชีพกู้ภัย อบต.บ้านแหร จากนั้นเริ่มวิ่งเซตที่สองเข้าเขตชุมชนตลาดธารโต ผ่านหน้าโรงเรียนนิคมสร้างตนเองธารโต โรงเรียนธารโตวัฒนวิทย์ ตลาดเทศบาลธารโต มีนักเรียน ครูและชาวบ้านมารอต้อนรับให้กำลังใจจำนวนมาก ร่วมบริจาคเงินพร้อมถ่ายรูปกับตูนตลอดสองข้างทาง

กระทั่งเวลา 14.00 น. ก่อนถึงเขตรอยต่อระหว่าง อ.ธารโต กับ อ.บันนังสตา จ.ยะลา เกิดฝนตกลงมาแต่ไม่หนักมาก ช่วยคลายความร้อนลงได้ระดับหนึ่ง ตูนและทีมงานยังคงวิ่งฝ่าสายฝนมุ่งหน้าต่อไปจนเข้าเขต อ.บันนังสตา มีนายธราวุธ ช่วยเกิด นอภ.บันนังสตา พ.อ.ณรงค์ชัย เจริญชัย ผบ.ฉก.กรม ทพ.ที่ 33 บันนังสตา ให้การต้อนรับและร่วมวิ่งไปถึงจุดสิ้นสุดการวิ่งเซตที่ 2 ที่ที่ทำการหน่วยรักษาป่าที่ ยล.4 บันนังสตา ต.ถ้ำทะลุ จากนั้นทีมงานนำตูนเข้าทำกายภาพบำบัดและตรวจสภาพร่างกาย ให้พักผ่อนและรับประทานอาหาร ก่อนเริ่มวิ่งในเซตที่ 3 ไปถึงจุดหมายที่ทำการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ.บันนังสตา ในเวลาประมาณ 18.00 น. รวมที่วิ่งวันนี้ได้ระยะทางทั้งหมด 47.3 กม. ส่วนยอดเงินบริจาคล่าสุดได้ประมาณ 57 ล้านบาท และในวันรุ่งขึ้นเป็นวันที่ 3 ของโครงการจะวิ่งมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองยะลา

สำหรับผู้มีจิตศรัทธาสามารถบริจาคเงินเข้าบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขารัชโยธิน ชื่อบัญชีมูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าในพระราชูปถัมภ์ฯ (โครงการก้าวคนละก้าว) เลขที่บัญชี 111-393-5263 (กระแสรายวัน) และทาง SMS บริจาคครั้งละ 10 บาท พิมพ์ T แล้วกดส่งมาที่ 4545099 (เฉพาะเครือข่าย AIS, DTAC และ True Move H ไม่หักค่าใช้จ่าย)

ด้าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ขอเป็นกำลังใจและอวยพรให้ “ตูน บอดี้สแลม” ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้และขอให้วิ่งด้วยความปลอดภัยตลอดเส้นทาง พร้อมทั้งกำชับให้เจ้าหน้าที่ในแต่ละพื้นที่อำนวยความสะดวกตามความเหมาะสม ทั้งนี้ นายกฯขอบคุณไปยังตูนและทีมงานที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจจะช่วยเหลือกระทรวงสาธารณสุขและโรงพยาบาลของรัฐ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วประโยชน์จะตกอยู่กับประชาชนที่รับบริการจากภาครัฐ ขอให้ตูน รักษาสุขภาพ รับประทานอาหาร และพักผ่อนให้เพียงพอด้วย นายกฯยังเน้นย้ำเรื่องการทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม อยากให้เยาวชนนำแรงบันดาลใจจากกิจกรรมนี้ไปสร้างสรรค์สิ่งที่ดีด้วยความมุ่งมั่น มีจิตสาธารณะ และคำนึงถึงผู้อื่นเป็นสำคัญ

นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า สธ.ได้ส่งทีมแพทย์และบุคลากรสาธารณสุขไปดูแลสุขภาพของนักร้องหนุ่ม โดยกำชับโรงพยาบาลทุกแห่งที่เป็นเส้นทางวิ่งผ่านของตูนให้เตรียมความพร้อมและตลอดเส้นทางจะมีรถกู้ชีพฉุกเฉินติดตามคณะวิ่งของตูนตลอดทุกเส้นทาง ขณะนี้ทางภาคใต้มีฝนตกจึงต้องช่วยกันดูแลเพื่อป้องกันไม่ให้เจ็บป่วย เชื่อว่าผู้ที่มาร่วมวิ่งได้เตรียมความพร้อมร่างกายและมีสุขภาพแข็งแรงอยู่แล้ว แต่ก็ต้องช่วยดูแล อย่างไรก็ตาม กิจกรรมต่างๆเหล่านี้ถือเป็นอะไรที่ดี เป็นการเอื้ออาทรต่อกันและกัน และเงินที่ได้จากโครงการก็กลับไปเป็นประโยชน์ต่อประชาชน