วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘บิ๊กตู่’แจงปม ‘บิ๊กบี้’ชิ่ง รมว.แรงงาน

ประยุทธ์ จันทร์โอชา  -  ศิริชัย ดิษฐกุล

ไปทำธุรกิจส่วนตัว ‘บิ๊กป้อม’ยันไม่รู้ ปชป.ชงปรับครม.

“บิ๊กตู่” ลั่นไม่ต้องห่วง มีคนทำงานแทน รมว.แรงงาน ทุกกระทรวงดูแลได้หมดไร้ปัญหา ชี้เรื่องปกติทีมงานไขก๊อกเป็นพรวน เพราะต้องออกกันอยู่แล้ว อ้าง “บิ๊กบี้” ลาออกไปทำธุรกิจส่วนตัว ไม่รู้ใครจะออกอีกหรือไม่ แย้มปรับ ครม.ประยุทธ์ 5 ปีนี้ “บิ๊กป้อม” เด้งเชือกไม่รู้ปม “บิ๊กบี้” ทิ้งจับกัง1 ไม่ชงชื่อ รมต.ใหม่แทน ยืนยัน ครม.ไม่ร้าว “วิษณุ” แจง “บิ๊กเต่า” ขยับรักษาการแทน กระทรวงแรงงานเปิดเพลงให้กำลังใจแบบเหงาๆ แฉปมเด้งอธิบดีจัดหางานเพราะไม่สนองนโยบายจัดซื้อเครื่องสแกนม่านตา ด้านผู้นำแรงงานได้ทีสวดส่ง “บิ๊กบี้” ส่วน พท.ยุให้ออกมาแฉความจริงหมดเปลือก ปชป. แนะนายกฯถือโอกาสปรับใหญ่ ครม. จี้เปลี่ยนตัวรมว.เกษตรฯ-พาณิชย์ “บิ๊กตู่” รำคาญนักการเมืองทวงปลดล็อก รอมั่นใจสงบก่อน “ธนะศักดิ์” เผยวางแผนไว้แล้วปลดทีละเปลาะ

กรณี พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน นำทีมงานที่ปรึกษา เลขานุการ ลาออกจากตำแหน่งแบบยกชุด หลังมีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตามมาตรา 44 ย้ายนายวรานนท์ ปีติวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน ไปเป็นรองปลัดกระทรวงแรงงาน ท่ามกลางกระแสข่าวความไม่พอใจ มองว่าเป็นการไม่ให้เกียรติ โยกย้ายโดยไม่บอกกล่าวนั้นราชกิจจาประกาศ “บิ๊กบี้” พ้น รมว.แรงงาน

เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องรัฐมนตรีลาออก ด้วย พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน ได้ขอลาออกจากตำแหน่ง ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.2560 ความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ศิริชัย สิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.2560 ประกาศ ณ วันที่ 2 พ.ย.2560

“บิ๊กตู่” ลั่นไม่ต้องห่วงมีคนทำงานแทน

ที่วัดนวลนรดิศ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เดินทางไปเป็นประธานพิธีวางศิลาฤกษ์ “อาคารเรียนแบบพิเศษ” และเปิดนิทรรศการวิชาการ ไทยแลนด์ 4.0 โดยกล่าวถึงการลาออกของ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล อดีตรมว.แรงงาน ว่า “วันนี้ที่นี่ถือว่าเป็นที่ปลอดภัยสำหรับผม ผมจึงถือว่าพูดได้ สื่อไม่ต้องมาถามผมอีก เรื่องกระทรวงแรงงานไม่ต้องเป็นห่วง ท่านลาออกไปประกอบธุรกิจของท่าน ทุกคนก็ต้องออกตามอยู่แล้ว พวกผู้ช่วยรัฐมนตรีอะไรต่างๆ ไม่ต้องมาถามผม และมีคนทำงาน มีคนรับผิดชอบอยู่แล้ว เป็นไปตามกฎหมายในการรักษาการของกระทรวง ไม่ต้องกังวล ทุกกระทรวงผมสั่งหมด สื่อมีปัญหาอะไรอีกหรือไม่ ไม่ต้องมาหาเรื่องอีก”

ระบุ “บิ๊กบี้” ออกไปทำธุรกิจส่วนตัว

พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงการลาออกของ พล.อ.ศิริชัย รวมถึงกระแสข่าวการปรับ ครม.ว่า มีรักษาการอยู่แล้ว เมื่อถามว่า จะมีรัฐมนตรีคนอื่นลาออกอีกหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่ทราบ ไปถามรัฐมนตรี แต่การที่ รมว.แรงงานลาออกไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน เพราะบอกว่าจะไปประกอบธุรกิจส่วนตัว คณะทำงานที่ออกตามนั้น เพราะมาด้วยกันจึงต้องออกด้วยกัน ยังไงก็ต้องออกอยู่แล้วออกพร้อมกันเลยก็จบ เมื่อถามว่า การที่ รมว.แรงงานลาออกไม่ใช่เพราะน้อยใจที่ใช้มาตรา 44 ย้ายอธิบดีกรมการจัดหางานใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า จะน้อยใจได้อย่างไร ใครน้อยใจ คนละเรื่องกัน

แย้มปรับ ครม. “ประยุทธ์ 5” ปีนี้

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สำหรับการปรับ ครม.นั้นค่อยว่ากันอีกที ไม่ต้องรีบร้อน ตอนนี้ยังสามารถทำงานได้ ยอมรับว่าเรื่องปรับ ครม.กำลังคิดอยู่ ส่วนจะปรับเล็กหรือใหญ่ ยังไม่รู้เลย กำลังคิดอยู่ เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม บอกว่าการปรับ ครม.ครั้งนี้ สัดส่วนรัฐมนตรีทหารจะน้อยลงจริงหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า กำลังคิดอยู่ ต้องใช้เวลา มันมีเวลาของมันอยู่ เมื่อถามย้ำว่า จะปรับในปีนี้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “มั้ง ขออย่าไปสนใจมากเลย เพราะเป็นเรื่องของการบริหาร”

“บิ๊กป้อม” ไม่ชงชื่อ รมต.คนใหม่

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและกลาโหม กล่าวถึงกรณี พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล อดีต รมว.แรงงาน พร้อมคณะ ลาออกจากตำแหน่งว่า เป็นเรื่องส่วนตัว เหตุผลการลาออก ตนไม่ทราบ เพราะ พล.อ.ศิริชัยไม่ได้บอก แต่การลาออกครั้งนี้คิดว่าไม่กระทบการทำงานของ ครม. ส่วนจะปรับ ครม.เร็วๆนี้หรือไม่ ต้องไปถามนายกฯ เมื่อถามว่า ในฐานะที่กำกับดูแลกระทรวงแรงงานจะเสนอรายชื่อรัฐมนตรีคนใหม่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ตนไม่เสนอ ให้นายกรัฐมนตรีเป็นคนตัดสินใจ ตอนนี้ปลัดกระทรวงแรงงานจะปฏิบัติราชการแทนไปก่อน เมื่อถามว่า การลาออกครั้งนี้เป็นเพราะ พล.อ.ศิริชัยน้อยใจนายกรัฐมนตรีหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่รู้ เพราะยังไม่ได้พูดคุยกัน ส่วนจะเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์หรือไม่ คิดว่าไม่เกี่ยว แต่จะเกี่ยวกับเรื่องทำงานหรือเปล่า ตนไม่ทราบ อาจจะเป็นเรื่องการทำงานของรัฐมนตรี ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่ามีอะไรหรือเปล่า

ยืนยันไม่มีรอยร้าวใน ครม.

เมื่อถามว่า การปรับ ครม.ครั้งใหม่จะนำทหารเข้ามาทำงานน้อยลง พล.อ.ประวิตรตอบว่า อาจเป็นไปได้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกระทรวงกลาโหมยืนยันว่าไม่มีการปรับย้าย สำหรับตนจะเป็นรองนายกฯและ รมว.กลาโหมต่อไปหรือไม่ ก็ไม่ทราบ เพราะไม่ได้เป็นนายกฯ เมื่อถามอีกว่า กรณีเช่นนี้จะเกิดรอยร้าวใน ครม.หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่าไม่มี

ด้าน พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม กล่าวถึงกระแสข่าวถูกทาบทามให้เป็น รมว.แรงงาน แทน พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ที่ลาออกจากตำแหน่งว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการทาบทามใดๆ และเชื่อว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงข่าวลือ

“วิษณุ” แจงเหตุใช้ ม.44 เด้งอธิบดี

ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการปรับ ครม.ว่า เรื่องนี้ตนไม่ทราบ พูดไม่ออก เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ได้คุยกับนายกฯถึงเรื่องนี้แล้วหรือยัง นายวิษณุตอบว่า ใครจะไปคุย ต่อข้อถามถึงการใช้มาตรา 44 โยกย้ายนายวรานนท์ ปีติวรรณ อดีตอธิบดีกรมการจัดหางาน ไปเป็นรองปลัดกระทรวงแรงงาน นายวิษณุตอบว่า เพราะต้องการความเร่งด่วนในการแก้ปัญหา เพราะผูกพันกับอะไรบางอย่างที่ผู้เกี่ยวข้องเขารู้ เมื่อถามว่า เป็นเพราะแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวช้าหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะอะไร ไม่รู้สาเหตุของการปรับย้าย แต่การดำเนินการดังกล่าวเพื่อต้องการแก้ไขปัญหาที่คั่งค้างให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

“บิ๊กเต่า” รักษาการ รมว.แรงงาน

เมื่อถามว่า การโยกย้ายนี้เป็นผลทำให้ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล อดีต รมว.แรงงาน ลาออกหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่ทราบ ตนเพิ่งรู้เรื่องตอนดึกวันที่ 1 พ.ย. และสำนักเลขาธิการ ครม. ได้มาสอบถามเรื่องนี้กับตน จึงแจ้งไปว่าเมื่อ พล.อ.ศิริชัยกราบเรียนนายกฯไปแล้ว ก็ลงประกาศได้ เพื่อให้คนที่จะรักษาการแทนรู้ตัว เรื่องนี้เคยมีมติ ครม.กำหนดไว้อยู่แล้วว่ากรณีรัฐมนตรีคนใดไม่อยู่หรือป่วย ใครจะเป็นผู้รักษาการแทน รวมถึงกรณีไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวด้วย ซึ่ง ครม.สามารถเปลี่ยนแปลงภายหลังได้ เช่น กรณีก่อนหน้านี้ที่นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม ลาออก รวมถึงรัฐมนตรีบางท่านไปเป็นองคมนตรีก็มีผู้รักษาการแทน ครั้งนี้เมื่อตำแหน่งว่างลงตามคำสั่งเดิมก็ให้ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้รักษาการแทน เมื่อถามว่าจำเป็นต้องเร่งแต่งตั้งรัฐมนตรีมาเพิ่มหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ว่างอยู่ก็ได้ ตอนนายอุตตมลาออกว่างอยู่เป็นเดือน ส่วนปัญหาแรงงานที่เป็นเรื่องเร่งด่วนนั้นก็มีคนรักษาการแทนคงไม่เป็นไร เพราะมีอำนาจสั่งการเต็มร้อย เมื่อถามย้ำว่า ไม่จำเป็นต้องรีบปรับ ครม.ในเร็ววันนี้ นายวิษณุตอบว่า ตนไม่ทราบ ไม่กล้าตอบ อยู่ที่นายกฯ อะไรที่เกี่ยวกับ ครม. ตนพูดไม่ได้ และนายกฯไม่ได้หารือเรื่องนี้แต่อย่างใด

เรื่องปรับ ครม.อยู่ที่ “บิ๊กตู่” คนเดียว

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับ ครม. หลังการลาออกของ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล อดีต รมว.แรงงานว่า เรื่องการปรับ ครม.ขึ้นอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เพราะเป็นผู้ที่ตั้งทุกคนเข้ามารวมทั้งตนด้วย เมื่อถามว่า แสดงว่ายังไม่มีการพูดถึงการปรับ ครม.เลยใช่หรือไม่ พล.อ.ธนะศักดิ์ตอบว่า ไม่มีใครคุยส่วนตัว ถ้าจะคุยก็ต้องคุยเป็นคณะ เมื่อถามว่า การยื่นใบลาออกของ พล.อ.ศิริชัย เป็นเรื่องของงานล้วนๆ หรือเป็นเรื่องของความน้อยใจ พล.อ.ธนะศักดิ์ตอบว่า ไม่ทราบ ตนก็เพิ่งทราบเรื่องเมื่อวันที่ 1 พ.ย.เช่นกัน เมื่อถามว่า การลาออกของ พล.อ.ศิริชัยไม่ได้เป็นปัญหาระหว่างพี่น้องใช่หรือไม่ พล.อ.ธนะศักดิ์ตอบว่า เรื่องนี้ไม่รู้ แต่ไม่น่าจะมีอะไร ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน

“บิ๊กจิน” เผยนายกฯยังไม่เคยพูดถึง

ขณะที่ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องการลาออกของ พล.อ.ศิริชัย ตนเพิ่งทราบจากข่าวเมื่อคืนวันที่ 1 พ.ย.เช่นกัน ส่วนเรื่องการปรับ ครม.นั้น นายกฯจะเป็นผู้ที่ตอบคำถามได้ดีที่สุด เมื่อถามว่า มองความตั้งใจของนายกฯ แล้วคิดว่าการปรับครั้งนี้จะเป็นการปรับเล็กหรือปรับใหญ่ พล.อ.อ.ประจินตอบว่า ไม่มั่นใจ เพราะนายกฯยังไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้เลย เชื่อว่านายกฯจะค่อยๆหารือ และศึกษาไปตามลำดับ เรื่องนี้ขอให้ฟังจากนายกฯจะดีที่สุด

ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการปรับ ครม.ว่า “ผมไม่รู้ ไม่ทราบ จะมาถามผมได้อย่างไร ก็เห็นออกเป็นข่าวกันไปใหญ่โตแล้ว”

กระทรวงแรงงานเงียบเหงา

ที่กระทรวงแรงงาน ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหว หลังจาก พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล อดีต รมว.แรงงาน พร้อมทีมงานผู้ช่วยและที่ปรึกษารัฐมนตรี รวม 4 คน ลาออกจากตำแหน่งว่า บรรยากาศที่กระทรวงตั้งแต่ช่วงเช้าเป็นไปอย่างเงียบเหงา พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล อดีต รมว.แรงงาน และทีมงาน อาทิ พล.อ.เจริญ นพสุวรรณ อดีตผู้ช่วย รมต.แรงงาน นายอารักษ์ พรหมณี อดีตที่ปรึกษา รมว.แรงงาน และ พล.ท.ธนิต พิพิธวนิชการ อดีตเลขานุการ รมว.แรงงาน ที่ปกติจะเข้าทำงานเวลาประมาณ 07.30 น. ต่างไม่เดินทางมายังกระทรวง โดย รปภ.หน้าห้องระบุว่า อดีต รมว.แรงงานได้ให้ลูกน้องขนของใช้ทั้งเสื้อผ้า พระพุทธรูป และเอกสารบางส่วนออกไปตั้งแต่ช่วงเย็นถึงค่ำของวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา และไม่ได้เข้ามาอีกเลย อย่างไรก็ตาม นายวรานนท์ ปีติวรรณ อดีตอธิบดีกรมการจัดหางาน ที่ถูกโยกมาเป็นรองปลัดกระทรวงแรงงาน ได้เข้ามาทำงานตั้งแต่เช้า แต่ปฏิเสธให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่มาดักรอหน้าห้องทำงานจำนวนมาก กล่าวเพียงสั้นๆว่า ขออยู่เงียบๆ เพราะฝุ่นกำลังตลบ ไม่อยากพูดมาก

เปิดเพลงให้กำลังใจสู้ต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ที่กระทรวงแรงงานมีการเปิดเพลง “เพราะเธอคือประเทศไทย” ซึ่งมีใจความให้กำลังใจต่อสู้ต่อไป ให้ความฝันเป็นจริง เพื่อประเทศไทยทุกคน โดยเปิดเบาๆ เป็นเสียงตามสายไปทุกตึก

ต่อมาเวลา 13.30 น. ได้มีทหารจาก พัน.ร.มทบ.11 จำนวน 9 นาย ใช้รถบรรทุกยีเอ็มซี 6 ล้อ ทะเบียนตรากงจักร 7888 เข้ามาขนของใช้ของ พล.อ.ศิริชัยออกจากห้องทำงานบนชั้น 6 เป็นเอกสาร และหนังสือจำนวนนับสิบลัง ตลอดจนของใช้ส่วนตัว เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะเอาไปไว้ที่ไหน นายทหารที่นำคณะมาขนของบอกเพียงว่าได้รับมอบหมายให้มาขนของ แต่ยังไม่รู้ว่าจะให้เอาไปไว้ที่ไหน

แฉปมเด้งอธิบดีจัดหางาน

แหล่งข่าวระดับสูงในกระทรวงแรงงานเปิดเผย ว่า สำหรับสาเหตุการโยกย้ายนายวรานนท์ ปีติวรรณ อดีตอธิบดีกรมการจัดหางาน จนเป็นเหตุให้ พล.อ.ศิริชัยยกทีมงานลาออกจากตำแหน่งทั้งคณะนั้น นอกจากประเด็นความไม่พอใจของนายกรัฐมนตรีต่อกรณีที่กระทรวงแรงงานออก พ.ร.ก.ต่างด้าว ที่มีโทษปรับสูงถึง 8 แสนบาท ถูกคัดค้าน จนต้องออกมาตรการเยียวยาชะลอโทษ 180 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 31 ธ.ค.นี้ หรือปัญหาการพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าวนับล้านคนที่ยังคั่งค้างจนอาจไม่เสร็จตามกำหนด ตลอดจนบุคลิกส่วนตัวและการทำงานของนายวรานนท์ที่อาจไม่เข้าตาแล้ว ยังมีเรื่องไม่สนองนโยบายรัฐบาล ที่ให้ทำเรื่องเสนอของบกลางจัดซื้อเครื่องสแกนม่านตา เพื่อใช้กับแรงงานต่างด้าว ซึ่งเรื่องนี้ พล.อ.ศิริชัยก็เห็นด้วยกับนายวรานนท์ เพราะเห็นว่าการพิสูจน์สัญชาติที่ประเทศต้นทางรับรอง และการออกบัตรประจำตัวชั่วคราวที่ทำอยู่เพียงพอแล้ว และการจัดเก็บข้อมูลม่านตาน่าจะเป็นหน้าที่ของหน่วยงานอื่น ไม่ใช่กระทรวงแรงงาน อีกทั้งยังไม่มีหนังสือสั่งการอย่างเป็นทางการด้วย

เกียร์ว่างไม่ซื้อเครื่องสแกนม่านตา

แหล่งข่าวระบุว่า ปัจจุบันกรมเจ้าท่ามีเครื่องสแกนม่านตาประมาณ 30 เครื่อง ซึ่งกรมการจัดหางานได้ขอยืมมาใช้ระยะหนึ่ง โดยใช้กับแรงงานต่างด้าวที่ต้องลงเรือประมง ต้องผ่านศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออก เพราะเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง การเก็บข้อมูลจากม่านตาก็เหมือนพิสูจน์ดีเอ็นเอว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับบัตรประจำตัวที่ถืออยู่ ซึ่งจะทำให้การตรวจสอบซับซ้อนมากขึ้น โดยเรื่องจัดซื้อมี “ดร.อ.” ที่นายกฯไว้ใจ เป็นคนประสานกับนายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน สั่งการให้นายวรานนท์ทำเรื่องของบกลางจัดซื้อเป็นของตัวเองมานานกว่า 1 เดือน มีกำหนดให้เสร็จก่อนวันที่ 1 พ.ย. แต่เรื่องไม่คืบหน้า จึงอาจส่งผลให้เกิดความไม่พอใจในความล่าช้า เป็นเหตุให้มีคำสั่งโยกย้ายดังกล่าว

ผู้นำแรงงานสวดส่ง “บิ๊กบี้”

ด้านนายชาลี ลอยสูง รองประธานกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) กล่าวว่า เหตุที่ รมว. แรงงานลาออก อาจไม่ใช่แค่เรื่องย้ายนายวรานนท์ แต่มีหลายเรื่องสะสม ถูกบีบคั้นให้ลาออกแทนปรับ ครม. ประกอบกับ รมว.แรงงานไม่มีแรงงานสัมพันธ์ มาจากกระทรวงกลาโหม ไม่มีความรู้เรื่องแรงงาน ตนเคยเข้าไปหารือเพียงครั้งเดียว ไม่เหมือนรัฐมนตรีคนเก่าๆ จะให้นายจ้าง ลูกจ้างเข้าหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เป็นจังหวะดีที่จะใช้โอกาสนี้ปฏิรูปกระทรวงแรงงานใหม่ รัฐมนตรีคนใหม่ควรมีวิสัยทัศน์ดี ไม่ฟังข้าราชการมากจนเกินไป และต้องให้ความสำคัญกับแรงงานไทยมากกว่านี้ ไม่ใช่มุ่งแต่แรงงานข้ามชาติ ส่วนการย้ายนายวรานนท์ หากย้ายตามปกติในที่ประชุม ครม.คงไม่ได้ เนื่องจากรัฐมนตรีไม่เห็นด้วย การใช้มาตรา 44 จึงถูกเลือกนำมาใช้ ส่วนจะมีอะไรนอกเหนือจากนี้หรือไม่ เราไม่รู้

พท.ยุ “บิ๊กบี้” ออกมาแฉความจริง

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล อดีต รมว.แรงงาน ลาออกว่า ถึงเวลาที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ต้องคิดไตร่ตรองให้ละเอียดถึงผลกระทบของการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ที่เป็นอำนาจเบ็ดเสร็จปราศจากการตรวจสอบ และไร้การควบคุม เพราะขนาด พล.อ.ศิริชัย ซึ่งเป็นรัฐมนตรีที่ พล.อ.ประยุทธ์ตั้งมากับมือยังรับไม่ได้ นำคณะทำงานทั้งหมดลาออกในคราวเดียว และขอเรียกร้องให้ พล.อ.ศิริชัยออกมาเปิดเผยถึงสาเหตุที่แท้จริงของการตัดสินใจลาออก อย่างน้อยอาจเป็นประโยชน์ในการสะท้อนปัญหามูลเหตุของการย้ายอธิบดีกรมการจัดหางาน ว่ามาจากปัญหาเกี่ยวกับการพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าวที่มีความล่าช้าอย่างเดียวหรือไม่ หรือมีสาเหตุจากปัญหาอื่นๆ ด้วย อย่างไรก็ตามผลกระทบจากการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว ทำให้ต้นทุนผู้ประกอบการสูงขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 40 ซึ่งรัฐบาลจะแก้ปัญหานี้โดยการโยนบาปให้ข้าราชการประจำฝ่ายเดียวไม่ได้ อย่าใช้วิธีตัดตอนความรับผิดชอบโยนความผิดให้คนอื่น

ปชป.แนะ “บิ๊กตู่” ปรับ ครม.ใหญ่

นายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา พรรค ประชาธิปัตย์และแกนนำ กปปส. กล่าวถึงการลาออก ของ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล อดีต รมว.แรงงาน ว่า สืบเนื่องจากกรณีดังกล่าวเห็นว่าถึงเวลาที่นายกฯต้องมีการปรับ ครม.ครั้งใหญ่ไปในคราวเดียวกันนี้ เพราะมีรัฐมนตรีบางกระทรวงที่กำกับดูแลงานที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องเกษตรกร คนส่วนใหญ่ของประเทศ ไม่สามารถแก้ไขความเดือดร้อนได้ ราคาสินค้าการเกษตรตกต่ำเป็นประวัติการณ์ เช่น ข้าวหอมประทุม ที่วันนี้ภาคเหนือ จ.เชียงราย ตกเหลือตันละ 5,200 บาท ในภาคใต้เหลือ 5,500 บาท ยางพาราแผ่นดิบ ตกเหลือกิโลกรัมละ 39-41 บาท เศษยางก้อนตกมาก เหลือกิโลกรัมละ 18 บาท มีประชาชนที่รับผลกระทบมากกว่า 40 ล้านคน คือ เกษตรกร ชาวนา ชาวสวน ยางพารา ราว 30 ล้านคน และอีก 10 ล้านคน เป็น แรงงานรับจ้างที่เกี่ยวเนื่องในการจ้างทำนา หรือรับจ้างกรีดยาง ที่ผ่านมา นายกฯได้ให้โอกาสรัฐมนตรีทั้งสองท่านนี้คือ รมว.เกษตรและสหกรณ์ และ รมว.พาณิชย์มาหลายครั้งแล้ว เพื่อเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมของชาติ ท่านนายกฯควรจะปรับรัฐมนตรีทั้งสองกระทรวงนี้พ้นจากตำแหน่งได้แล้ว และควรจะเป็นการปรับ ครม.ครั้งใหญ่ โดยให้หาคนดีมีฝีมือ เป็นมืออาชีพมาทำหน้าที่แทน

“บิ๊กตู่” ฉุนจะรีบปลดล็อกไปไหน

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 15.30 น. ที่วัดนวลนรดิศ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. กล่าวถึงกรณีพรรคการเมืองเรียกร้องปลดล็อกทางการเมืองว่า เรื่องการปฏิรูปตามห้วงเวลาที่มีอยู่ทุกอย่างไม่สามารถสร้างได้ในวันเดียว ต้องเริ่มจากทุกคนปฏิรูปตัวเอง โดยรัฐบาลมีแนวทางให้ แต่ทุกคน กลับโยนมาให้รัฐบาลทำ วันนี้ตนอยากให้บ้านเมืองสงบ ทุกเรื่องกดดันหมด วันนี้บ้านเมืองสงบ มาด้วยงานพระราชพิธี พอจบงานพระราชพิธีก็มากันใหญ่

“ผมถามว่า มันรอกันไม่ได้หรืออย่างไร จะเป็นจะตายกันหรืออย่างไร ถ้ามันเสียหายอีกจะทำ อย่างไร ไม่ได้ต้องการจะถ่วงอะไรไว้สักอย่าง แต่ต้องมั่นใจว่าทุกอย่างสงบเรียบร้อย ไปคุยกันให้รู้เรื่อง ด้วย ผมก็จะทำตามหน้าที่ ตามกฎหมายที่มีอยู่ แล้วอย่ามาทวงอะไรผมบ่อยนัก รำคาญ”

“ธนะศักดิ์” เผยวางแผนเอาไว้แล้ว

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมว่า เรื่องนี้ถ้าทุกคนรู้จักความเหมาะสมก็ไม่มีปัญหา เพราะถ้าให้คนนั้น พูดทีคนนี้พูดทีคงไม่ได้ คนเก่งบ้านเรามีเยอะ พูดดักโน่นดักนี่ พอจะทำอะไรก็กลายเป็นว่าทำตามคนนั้นคนนี้ กลายเป็นการเอียง ความจริงถ้าทุกคนทำตามหน้าที่ก็ไม่มีปัญหา ทุกอย่างเป็นไปตามที่นายกฯและ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม พูดไปแล้ว คาดว่าก็เป็นไปตามนั้น การปลดล็อกเป็นเรื่องที่ คสช.จะเป็นผู้เสนอและให้ พล.อ.ประยุทธ์ตัดสินใจ เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวปลดล็อกปี 61 พล.อ.ธนะศักดิ์ตอบว่า เรื่องนี้ต้องถามนายกฯจะตอบได้ดีที่สุด ความจริงได้พูดคุยกันใน คสช.ทั้งหมดแล้ว่าจะมีการพิจารณาลดเงื่อนไขในจุดใดบ้าง ในช่วงเวลาไหน แต่ขณะนี้เพิ่งเสร็จสิ้นงานพระราชพิธีสำคัญ แต่คงต้องมีการพูดคุยกันให้เกิดความชัดเจนอีกครั้ง

“อภิสิทธิ์” ห่วงข้อ ก.ม.ขัดแย้งกันเอง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ในรายการ 101 องศาข่าว กรณี คสช.ยังไม่ปลดล็อกพรรคการเมืองให้ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่เรียกร้องให้ปลดล็อกพรรคการเมืองแล้ว แต่ขณะนี้มีปัญหาที่กฎหมายขัดกันระหว่างกฎหมายพรรคการเมืองและคำสั่ง คสช. ซึ่งการที่ไม่สามารถปฏิบัติได้ตามเงื่อนไขของกฎหมายพรรคการเมืองอาจจะสร้างปัญหาต่อไป สิ่งที่ควรจะมาทำความเข้าใจ คือ วันนี้ถ้า คสช.บอกว่ายังไม่เหมาะสม ก็อยากให้ คสช.ลองทำความเข้าใจกับกฎหมายที่เป็นคนออกมาเอง เช่น การแก้ไขฐานข้อมูลเกี่ยวกับสมาชิกทั้งหมดต้องทำภายใน 60 วัน อยากให้ช่วยประสานงานกับ กกต.และกรมการปกครองให้พรรคการเมืองสามารถนำฐานข้อมูลในคอมพิวเตอร์ไปเทียบกับฐานสมาชิกได้

กกต.หนุนออกประกาศก่อนปลดล็อก

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านบริหารกลาง กล่าวถึงข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ขอให้ กกต.ออกประกาศและระเบียบที่เกี่ยวข้องของพรรคการเมืองก่อนจะปลดล็อกพรรคการเมืองว่า เป็นข้อเสนอที่น่าสนใจ เพราะเดิม กกต.เคยมีความเห็นร่วมกันว่าแม้ออกระเบียบและประกาศพรรคก็ยังไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้หากไม่มีการปลดล็อกพรรคการเมือง แต่ในเมื่อสัญญาณการปลดล็อกยังไม่ชัดเจน และมีโอกาสจะเนิ่นนานออกไป การออกประกาศ และระเบียบทันที อาจเป็นการช่วยผ่อนคลายให้พรรคการเมืองดำเนินการได้ล่วงหน้าในส่วนที่สามารถทำได้โดยไม่ต้องปลดล็อก โดยในวันที่ 7 พ.ย.ตนจะนำประเด็นดังกล่าวหารือในที่ประชุม กกต.เพื่อให้มีมติอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไป

“สมชัย” ย้ำแยกเบอร์พรรคมั่วแน่

นายสมชัยยังกล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ว่า การกำหนดเรื่องหมายเลขผู้สมัครของพรรคการเมืองจะแตกต่างกันไปในแต่ละเขตเลือกตั้ง จะทำให้เกิดความสับสนอลหม่าน เวลาหาเสียงทางทีวีคงบอกได้แค่ชื่อพรรค ไม่สามารถบอกว่าให้เลือกเบอร์ใดได้ บัตรเลือกตั้งหากมีชื่อพรรคอยู่ในบัตรต้องพิมพ์แตกต่างกัน 350 แบบ การรักษาความปลอดภัยในการจัดพิมพ์บัตรทำได้ยากขึ้น โอกาสปลอมบัตรมีมากขึ้น การรวมคะแนนพรรคการเมืองทั้งประเทศด้วยเบอร์ที่แตกต่างกันของแต่ละพรรคแต่ละเขตคงวุ่นวายใช้เวลามากขึ้นหลายเท่า มีโอกาสผิดพลาดในการประกาศผล การติดตามตรวจสอบจากพรรคการเมืองและองค์กรเอกชนสังเกตการณ์เลือกตั้งทำได้ยาก

พท.เย้ยไม่ปล่อยผีกลัวถูกวิจารณ์

นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวที่ คสช.จะปลดล็อกพรรคการเมืองช่วงต้นปี 61 ว่า วันนี้เงื่อนเวลาให้พรรค การเมืองดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในกฎหมายลูกว่าด้วยพรรคการเมืองเดินหน้าไปแล้ว แต่พรรคการเมืองยังติดปัญหา ติดล็อกคำสั่ง คสช. ในขณะที่กฎหมายลูกอีก 2 ฉบับ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว.ก็ไม่เกี่ยวกับการปลดล็อกทางการเมือง จะรอไปทำไม ไม่เข้าใจว่าผู้มีอำนาจกลัวอะไรถึงยังไม่ปลดล็อก หรือว่ากลัวถูกวิพากษ์วิจารณ์การทำงาน วันนี้ผลโพลก็ออกมาดี แสดงว่าอาจจะไม่อยากยอมรับความจริงว่าวันนี้ประชาชนเดือดร้อนกันอยู่ การปล่อยให้ทุกอย่างเป็นเช่นนี้มันกระทบโรดแม็ปการเลือกตั้งแน่นอน จึงอยากให้ทบทวนให้ดี เพราะความชัดเจนในเรื่องการเมืองเป็นเรื่องสำคัญ เห็นได้จากการที่นายกฯ ประกาศวันเลือกตั้งทำให้เศรษฐกิจกระเตื้อง แต่วันนี้ทุกอย่างกลับมาอึมครึมเช่นเดิม

สนช.รับหลักการ สตง.สอบ ป.ป.ช.

เมื่อเวลา 09.00 น.ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ทำหน้าที่ประธานการประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต วาระแรก ตามที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เสนอ โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.ชี้แจงว่า ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวมีสาระเพื่อปรับปรุงระบบการทำงานของ ป.ป.ช. เพิ่มประสิทธิภาพและลดขั้นตอนการทำงาน อาทิ กำหนดระยะเวลาไต่สวนของ ป.ป.ช.สูงสุดไม่ให้เกิน 2 ปี แต่หากมีความจำเป็นสามารถขยายเวลาได้ เพื่อให้ประชาชนทราบว่าเรื่องจะเสร็จเมื่อใด และแจ้งให้ทราบว่าเหตุใดจึงล่าช้า ส่วนการถ่วงดุลตรวจสอบ ป.ป.ช.จะให้คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มาไต่สวนเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ที่ทุจริตแล้วส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ชี้ขาดเพื่อให้เกิดการตรวจสอบถ่วงดุลกัน ทั้งนี้ สมาชิกส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการที่กำหนดระยะเวลาไต่สวนคดีของ ป.ป.ช.ไม่ให้เกิน 2 ปี รวมถึงเห็นด้วยกับการให้ สตง.เข้ามาตรวจสอบกรณีที่ ป.ป.ช.ทำผิด หลังจากที่สมาชิก สนช.อภิปรายครบถ้วนแล้ว ที่ประชุมลงมติรับหลักการด้วยคะแนน 200 ต่อ 0 งดออกเสียง 4 เสียง

“พัชรวาท” ร่วม กมธ.ชำแหละร่าง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นที่ประชุม สนช.ตั้ง กมธ.วิสามัญจำนวน 35 คน เพื่อพิจารณาในวาระ 2 และ 3 ต่อไปให้เสร็จภายใน 58 วัน โดยมี รายชื่อ กมธ.ที่น่าสนใจ อาทิ นายกล้านรงค์ จันทิก อดีตกรรมการ ป.ป.ช. พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม พล.ร.อ.กฤษฎา เจริญพานิช และ พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ เป็นต้น

“พรเพชร” มั่นใจเสร็จทันเวลา

นายพรเพชรกล่าวถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่า ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช.น่าจะเป็นร่างที่ยาวที่สุดเท่าที่ สนช.เคยได้รับมา มีทั้งสิ้นเกือบ 200 มาตรา โดย สนช. และ กมธ.วิสามัญที่เกี่ยวข้อง เหลือเวลาพิจารณากฎหมายฉบับนี้แค่ 58 วัน แต่เชื่อว่า สนช.น่าจะเร่งพิจารณาได้ทันตามกำหนด คาดว่ากมธ.วิสามัญจะได้ข้อสรุปช่วงปลายเดือน ธ.ค. ก่อนนำเข้าที่ประชุม สนช.พิจารณา เมื่อถามว่า สนช.จำเป็นต้องเพิ่มเวลาประชุมหรือไม่ นายพรเพชรตอบว่า การมีกฎหมายเข้ามามากขึ้นภาระหนักจะไปอยู่ที่ กมธ. ตนมีนโยบายว่าสมาชิก สนช.ไม่ควรเป็นกรรมาธิการหลายคณะพร้อมกัน แต่ก็มีบางคนขยันขันแข็งมากทำงานเป็น กมธ. 2 คณะพร้อมกันก็ต้องมาทำงานแทบจะทุกวัน

ไร้ สนช.ไขก๊อกแต่งตัวร่วม ครม.

นายพรเพชรกล่าวถึงการรับสมัคร กกต.ในขณะนี้ว่า ยังมีเวลาอีกหลายวันถึงจะครบกำหนดเชื่อว่าช่วงโค้งสุดท้ายจะมีผู้มีคุณสมบัติมาสมัคร กกต.เป็นจำนวนมาก ไม่จำเป็นต้องใช้ระบบการทาบทามบุคคล แต่ในส่วนภาคประชาสังคมอาจมีปัญหาในการมาสมัคร เพราะเป็นกลุ่มคนที่ไม่เคยดำรงตำแหน่งตามคุณสมบัติที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ เมื่อถามว่า มีสมาชิก สนช.ที่จะลาออกจากตำแหน่งเพื่อไปดำรงตำแหน่งใน ครม.หรือไม่ นายพรเพชรตอบว่า ตอนนี้ยังไม่มีสมาชิก สนช.มาเปรยว่าจะลาออก แต่ส่วนมากถ้าจะลาออก ก็ออกเลยไม่มีการมาเปรย

“บิ๊กตู่” กลับถิ่นทอดกฐินวัดนวลฯ

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่วัดนวลนรดิศวรวิหาร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เป็นประธานพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน สำนักนายกรัฐมนตรีประจำปี 60 ที่วัดนวลนรดิศวรวิหาร โดยมียอดเงินทำบุญ 5,175,338 บาท พล.อ.ประยุทธ์ได้ปลูกต้นรวงผึ้งซึ่งเป็นต้นไม้ประจำรัชกาลที่ 10 และต้นบุญนาคต้นไม้ประจำวัดนวลนรดิศวรวิหาร จากนั้นได้เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารเรียนรวมแบบพิเศษ และเปิดมหกรรมวิชาการไทยแลนด์ 4.0 โดย พล.อ.ประยุทธ์เป็นศิษย์เก่ามัธยมศึกษาตอนต้นรุ่นที่ 77 เลขประจำตัว น.ด.8969

ลั่นไม่ยอมให้คนไทยตีกันอีก

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า รัฐบาลนี้ทำเพื่อคนไทยทั้ง 70 ล้านคน ยืนยันว่าไม่มีเจตนาเข้ามายืนตรงนี้ที่ถือว่าเสี่ยง ไม่ใช่เข้ามาเพื่อพวกพ้อง ไม่ว่าอะไรขอยอมรับผิดทุกอย่างเพียงคนเดียว ตนต้องอยู่เพื่อประเทศไทยที่ตนเสียสละชีวิตทำหน้าที่ดูแลแผ่นดินนี้ให้เข้มแข็งและสูงขึ้น ปัญหาน้ำท่วมก็ขอให้เลิกพูดว่าใครแก้ได้หรือไม่ได้ ไม่อยากทะเลาะ เบาะแว้ง อยากถามว่ามีรัฐบาลไหนทำให้น้ำไม่ท่วมได้บ้าง วันนี้ที่สำคัญต้องไม่มีการตีกัน จะไม่ยอมให้เกิดขึ้นอีกเด็ดขาด ก่อนหน้านี้ทำไมไม่ทำหรือใครจะเถียง ที่ผ่านมาเคยมีใครเคยพูดและบอกอนาคตอย่างนี้หรือไม่ จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินชมมหกรรมวิชาการไทยแลนด์ 4.0 และอาคารท้องฟ้าจำลอง และร่วมร้องเพลงมาร์ชประจำโรงเรียนก่อนเดินทางกลับ

ตั้งทีมอัยการสางคดี “ทักษิณ”

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานอัยการสูงสุดว่า เมื่อวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา นายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด มีคำสั่งตั้งคณะทำงานพิจารณาคดีทุจริต ปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทยกับกลุ่มกฤษดามหานคร และคดีทุจริตออกกฎหมายแก้ไขค่าสัมปทานโทรศัพท์มือถือ และดาวเทียมเป็นภาษีสรรพสามิต ที่กล่าวหานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ค้างอยู่ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตาม พ.ร.บ.ประกอบว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองฉบับใหม่ ที่สามารถพิจารณาคดีลับหลังโดยไม่มีตัวจำเลยได้ ประกอบด้วย พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต เเละพนักงานอัยการคดีสำนักงานคดีพิเศษที่เป็นต้นเรื่องเดิม ขณะนี้คณะทำงานที่ตั้งขึ้นดังกล่าวกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาข้อกฎหมายว่ามีคดีอื่นใดของนายทักษิณ ที่จะพิจารณาคดีลับหลังได้บ้าง ก่อนยื่นให้อัยการสูงสุดพิจารณาสั่งการ คาดว่าจะได้ความชัดเจนในช่วงสัปดาห์หน้า

คุก “จ่านิว” 6 เดือนรอลงอาญา

วันเดียวกัน ที่ศาลจังหวัดขอนแก่นได้อ่านคำพิพากษาคดีละเมิดอำนาจศาล โดยสั่งจำคุกจำเลย 7 คน ประกอบด้วย 1.นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว 2.นายอภิวัฒน์ สุนทรารักษ์ 3.นายพายุ บุญโสภณ 4.นายอาคม ศรีบุตตา 5.น.ส.จุฑามาศ ศรีหัตถผดุงกิจ 6.นายภาณุพงศ์ ศรีธนานุวัฒน์ และ 7.นายณรงค์ฤทธิ์ อุปจันทร์ แกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ เป็นเวลา 6 เดือน ปรับ 500 บาท คุมประพฤติ 1 ปี บำเพ็ญประโยชน์ 24 ชั่วโมง โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี นอกจากนี้ ศาลยังมีคำสั่งห้ามไม่ให้ทั้ง 7 คน ไปคบค้าสมาคมหรือรวมตัวกันหรือจัดกิจกรรม อันเป็นลักษณะที่จะเป็นความผิดในทำนองเดียวกันอีก คดีนี้กลุ่มจำเลยละเมิดอำนาจศาลเหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา

ม.44 ตั้ง กก.เร่งพิสูจน์ต่างด้าว

วันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 49/2560 เรื่อง การพิสูจน์ตัวบุคคลของแรงงานต่างด้าว เนื่องด้วยระบบการตรวจสอบแรงงานต่างด้าวยังไม่สามารถตรวจสอบและยืนยันอัตลักษณ์ได้ถูกต้องตามหลักการ การจัดเก็บข้อมูลยังกระจัดกระจาย วิธีการยุ่งยากและล่าช้า จึงมีคำสั่งกำหนดให้มีคณะกรรมการพิจารณาการเก็บข้อมูลพิสูจน์ตัวบุคคลของแรงงานต่างด้าว ใน 22 จังหวัดที่มีพื้นที่ติดทะเล คือ กระบี่ จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ชุมพร ตราด ตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ประจวบคีรีขันธ์ ปัตตานี พังงา เพชรบุรี ภูเก็ต ระนอง ระยอง สงขลา สตูล สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และสุราษฎร์ธานี คณะกรรมการฯ ประกอบด้วยปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานกรรมการ อธิบดีกรมการกงสุล อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ผู้อำนวยการสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) เป็นกรรมการ อธิบดีกรมการปกครอง เป็นกรรมการและเลขานุการ อธิบดีกรมการจัดหางาน อธิบดีกรมเจ้าท่า และอธิบดีกรมประมง เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ มีอำนาจหน้าที่พิจารณาแนวทางการดำเนินการให้มีระบบพิสูจน์ตัวบุคคลของแรงงานต่างด้าวภาคประมงที่กรมเจ้าท่า และกรมการจัดหางานดำเนินการอยู่ กำหนดหน่วยงานจัดเก็บข้อมูลการระบุอัตลักษณ์บุคคล รวมทั้งหลักเกณฑ์วิธีการ เพื่อให้สามารถนำมาใช้งานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ให้เริ่มดำเนินการกับแรงงานต่างด้าวในภาคประมงและโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำใน 22 จังหวัดที่มีพื้นที่ติดทะเล ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มี.ค.2561