วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หนุ่มเพื้ยน บอกมีเสียงแว่ว สั่ง ปาระเบิดเพลิง หน้า สภ.ปากน้ำ ไฟลุกท่วม

ระทึก!หนุ่มเพี้ยนถือระเบิดเพลิงปาหน้าโรงพักเมืองสมุทรปราการ ไฟลุก ตร.ตะครุบตัวทันควัน  แม่ผู้ก่อเหตุ เผย ลูกชายรถคว่ำสมองกระทบกระเทือน บอกมีเสียงแว่วในหูสั่งให้ทำ จึงปั่นจักรยานไปซื้อน้ำมัน 3 ขวด นำมาก่อเหตุ  

เมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 2 พ.ย.60 ขณะที่ ร.ต.อ.วิโรจน์ มูลมานัส รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองสมุทรปราการ กำลังปฏิบัติหน้าที่ อยู่ในห้องรับแจ้งความ ได้ยินเสียงระเบิดดังออกมาจากบริเวณหน้าประตูทางเข้าหน้าโรงพัก จึงได้นำกำลังรีบออกมาตรวจสอบ

หน้าประตู พบเพลิงกำลังลุกไหม้ ถังขยะและเสื้อผ้าของคนเร่รอน ซึ่งกองอยู่ข้างประตู เจ้าหน้าที่จึงได้นำถังดับเพลิงฉีดสกัดเอาไว้ได้ หลังเพลิงสงบ พบประตูกระจกแตกเสียหาย และมีเศษขวดกระจัดกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น ขณะเดียวกัน นายรชานนท์ คงชัยยะ เจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนพร้อมเพื่อน จำนวน 2 นาย ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่หน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัด ได้พบตัวชายที่ก่อเหตุ คล้ายกับคนวิกลจริต ยืนอยู่หน้าโรงพัก จึงได้เข้าจับกุมตัวเอาไว้ได้ ทราบชื่อต่อมา นายสุทธินันท์ ฟุ้งสายชล อายุ 39 ปี ก่อนจะคุมตัว พร้อมกับรถจักรยานสองล้อปั่น สีชมพู ที่ใช้ปั่นมานำส่งตำรวจเพื่อนำตัวไปสอบสวน

จากนั้น นายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผวจ.สมุทรปราการ พล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงศ์ ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ พ.ต.อ.พัลลภ แอร่มหล้า รองผบก. พ.ต.อ.ต่อพงษ์ ตันตระวาณิชย์ ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ และร่วมสอบปากคำผู้ต้องหา โดยไม่อนุญาตสื่อเข้าไปบันทึกภาพ โดยใช้เวลาสอบสวนนานกว่า 1 ชม. ก่อนที่นายชาติชาย อุทัยพันธ์ เปิดเผยว่า เบื้องต้น ตำรวจได้พูดคุยกับมารดาของผู้ต้องหาว่า ทราบว่า เมื่อ 10 ปีก่อน นายสุทธินันท์ เคยประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ จนทำให้สมองได้รับการกระทบกระเทือน หลังอาการหายเป็นปกติไปสมัครงาน ที่ไหนก็ไม่มีบริษัทไหนรับเข้าทำงาน และก่อนหน้านี้ 3 ปี ผู้ก่อเหตุชอบนั่งพูดอยู่คนเดียวแต่ก็ไม่ได้พาไปรักษา ก่อนเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุได้ยินเสียงแว่วในหูสั่งการให้เอาก้อนหินมาปาหน้าโรงพัก ผู้ต้องหาจึงได้ตัดสินใจปั่นจักรยานออกจากบ้านพัก ย่านซอยยูริ ซึ่งห่างจากโรงพักประมาณ 1 กม. เพื่อไปซื้อน้ำมันเบนซินจากปั๊มใกล้บ้าน บรรจุจำนวนสามขวด กระทั่งมาถึงหน้าโรงพัก จึงได้จุดไฟที่ชนวนที่จุกผ้าแล้วปาใส่หน้าโรงพัก จนกระทั่งถูกจับ.