วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มาถึงจุดนี้ได้ไง? สเปนยึดอำนาจกาตาลุญญา-ยุบสภา-ปลดผู้นำเรียบวุธ

รัฐบาลกลางสเปน ตัดสินใจเข้ายึดอำนาจแคว้นกาตาลุญญา เพื่อขัดขวางรัฐบาลของดินแดนปกครองตนเองแห่งนี้ไม่ให้แยกตัวเป็นอิสระ กลายเป็นวิกฤติทางการเมืองครั้งใหญ่ที่สุดที่แดนกระทิงดุต้องเผชิญในรอบกว่า 40 ปี แล้วมันเกิดอะไรขึ้นจนทำให้สเปนเดินทางมาถึงจุดนี้ได้?

*ปัญหาที่หยั่งรากลึก

ความต้องการแยกตัวเป็นอิสระของแคว้นกาตาลุญญาเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมานานกว่าสิบปีแล้ว โดยใน พ.ศ.2546 พรรคการเมืองกาตาลันผลักดันให้มีการปฏิรูปสถานะปกครองตนเองของกาตาลุญญา และ 2 ปีต่อมา รัฐสภากาตาลันก็ผ่านกฎหมายปฏิรูป ซึ่งจะขอขยายอำนาจของรัฐบาลท้องถิ่น, เรียกร้องให้ยอมรับกาตาลุญญาเป็นประเทศ, ให้ภาษากาตาลันมีความสำคัญมากกว่าสเปน และให้รัฐบาลท้องถิ่นเก็บภาษีดินแดนในปกครองเอง

แต่ในปี 2549 ฝ่ายค้านซึ่งนำโดย นายมาริอาโน ราฮอย (นายกรัฐมนตรีสเปนคนปัจจุบัน) เป็นแกนนำออกมาต่อต้านกฎหมายที่ว่านี้ และในที่สุดสภาคองเกรสสเปนก็อนุมัติกฎหมายปฏิรูปฯ ในเวอร์ชั่นพบกันครึ่งทางระหว่างรัฐบาลกลางและพรรคการเมืองกาตาลัน โดยกาตาลุญญายังเป็นดินแดนปกครองตนเองต่อไป แต่ยกสถานะขึ้นมาบางส่วน

แต่กระแสแยกดินแดนในกาตาลุญญาปะทุขึ้นอย่างรุนแรงในปี 2553 หลังจากรัฐบาลสเปนแก้รัฐธรรมนูญ ระบุให้ การพูดถึงกาตาลุญญาในฐานะประเทศ ไม่มีผลใดๆ ทางกฎหมาย และภาษาของชาวกาตาลัน ก็ไม่ได้มีสถานะเทียบเท่าภาษาสเปน ส่งผลให้ชาวกาตาลันออกมาเดินขบวนประท้วงในเมืองบาร์เซโลนากว่า 1 ล้านคน

หลังจากนั้น กลุ่มชาตินิยมในแคว้นกาตาลุญญาผลักดันเรื่องการแยกดินแดนอีกหลายครั้ง แต่ก็ประสบความล้มเหลว ชาวกาตาลันต้องทนเก็บความไม่พอใจที่ภาษีซึ่งเก็บจากพวกเขาจำนวนมาก ถูกแบ่งสันปันส่วนไปใช้ในพื้นอื่นๆ ของสเปนที่ยากจนกว่า ทนกับกฎหมายรัดเข็มขัดจากวิกฤติการเงินของสเปน ขณะที่งบประมาณของพวกเขาก็ถูกควบคุมโดยรัฐบาลกรุงมาดริดมาตลอด จนกระทั่งโอกาสที่จะเป็นอิสระได้มาถึงในปีนี้

*ชาวกาตาลันทำประชามติ

ในปี 2560 รัฐบาลแคว้นกาตาลุญญาเปิดอภิปรายเรื่องการแยกตัวเป็นอิสระ ทำให้ประธานรัฐสภากาตาลันถูกตั้งข้อหาอาชญากรรมฐานขัดรัฐธรรมนูญ เมื่อเดือนพฤษภาคม แต่เรื่องนี้มิอาจหยุดยั้งรัฐบาลของ นายคาร์เลส ปุยจ์เดอมองต์ ได้ และรัฐสภาก็ผ่านกฎหมายประชามติในวันที่ 6 กันยายน กำหนดจะจัดการลงคะแนนเสียงประชามติแยกดินแดนจากสเปนในวันที่ 1 ตุลาคม ขณะที่รัฐบาลกลางยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีคำสั่งให้ระงับการลงประชามติดังกล่าวทันที

เมื่อวันแห่งสัญญามาถึง ชาวกาตาลันจำนวนมากออกไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียง ท่ามกลางการขัดขวางอย่างรุนแรงของตำรวจ ที่รัฐบาลกลางส่งไปยึดหน่วยเลือกตั้งนับพันจุด จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม หลังการลงประชามติผ่านพ้นไป รัฐบาลกาตาลุญญาก็ประกาศชัยชนะ อ้างว่าผู้โหวตถึง 90% สนับสนุนการแยกตัวออกจากสเปน แม้จะมีผู้ออกไปใช้สิทธิ์ไม่ถึงครึ่งที่ 43% เพราะฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยบอยคอตไม่ไปลงคะแนน ด้านศาลรัฐธรรมนูญประกาศให้การลงมติครั้งนี้ผิดกฎหมาย

*ประกาศแยกตัวเป็นสาธารณรัฐ

หลังจากการลงประชามติ นายปุยจ์เดอมองต์ยังไม่ประกาศแยกตัวทันที แต่พยายามหาทางเจรจากับรัฐบาลกลางสเปน เพื่อลดความตึงเครียดลง แต่คำตอบจากนายกรัฐมนตรีมาริอาโน ราฮอย ก็คือ “เป็นไปไม่ได้ที่จะมีการเจรจาระหว่างกฎหมายประชาธิปไตยกับการดื้อแพ่งและการทำผิดกฎหมาย” พร้อมทั้งขีดเส้นตายจนถึงวันที่ 19 ตุลาคม ให้นายปุยจ์เดอมองต์ยืนยันให้ชัดเจนว่า พวกเขาจะประกาศแยกตัวเป็นอิสระหรือไม่

ซึ่งในที่สุด สภาท้องถิ่นของแคว้นกาตาลุญญาก็ลงมติประกาศแยกตัวเป็นอิสระจากสเปน เป็นสาธารณรัฐ และลงมติโยกย้ายอำนาจทางกฎหมายจากเดิมที่ขึ้นตรงกับรัฐธรรมนูญสเปน มาเป็นของตัวเอง ส่งสัญญาณว่า พวกเขาจะไม่ยอมรับกฎหมายของสเปนอีกต่อไป

*มาตรา 155 สเปนยึดอำนาจ

เมื่อฟางเส้นสุดท้ายขาดไป รัฐบาลสเปนก็ตอบโต้ด้วยการบังคับใช้กฎหมายมาตรา 155 ระงับอำนาจปกครองตนเองของแคว้นกาตาลุญญา สั่งยุบสภาท้องถิ่น, ปลดนายปุยจ์เดอมองต์และรัฐมนตรีคนอื่นๆ อีก 14 คน ออกจากตำแหน่ง ก่อนจะแต่งตั้งรองนายกรัฐมนตรี โซรายา แซนซ์ เดอ ซานตามารีอา เป็นผู้บริหารกาตาลุญญาชั่วคราว จนกว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 21 ธันวาคมปีนี้

ขณะเดียวกัน โฮเซฟ หลุยส์ ตราเปโร ผู้บัญชาการตำรวจกาตาลุญญา กองกำลัง ‘มอสซอส ดีเอสกวาดร้า’ ซึ่งมีจำนวนถึง 17,000 นาย ก็ถูกปลดออกจากตำแหน่งเช่นกัน โดยนายเฟร์ราน โลเปซ รอง ผบ.ตร.กาตาลุญญาได้รับแต่งตั้งขึ้นมากุมบังเหียนแทน

*ก้าวต่อไปของสเปน

หนึ่งในคำถามที่ต้องการคำตอบมากที่สุดคือ สเปนจะสามารถปกครองแคว้นกาตาลุญญาได้หรือไม่? โดยในตอนนี้ยังไม่อาจตอบได้ในทันทีว่า รัฐบาลกลางจะสามารถเข้าควบคุมดินแดนที่มั่งคั่งที่สุดในประเทศแห่งนี้ได้เร็วหรือมีประสิทธิภาพเพียงใด และคาดว่าในช่วงแรกจะเกิดปฏิกิริยาต่อต้านจากประชาชนที่เพิ่งลงคะแนนเสียงแยกดินแดนไปอย่างแน่นอน

ขณะที่หนทางประนีประนอมระหว่างทั้ง 2 ฝ่ายก็มีไม่มาก รัฐบาลสเปนอาจบังคับใช้กฎหมายปฏิรูปสถานะปกครองตนเองของกาตาลุญญาเวอร์ชั่นพบกันครึ่งทาง ที่รัฐบาลเคยอนุมัติเมื่อปี 2549 เพื่อปลอบใจชาวกาตาลันฝ่ายชาตินิยมก็เป็นได้

แต่เชื่อว่า สิ่งที่จะชี้ขาดทิศทางในอนาคตของสเปนจริงๆ คือ การเลือกตั้งใหม่ของแคว้นกาตาลุญญาในวันที่ 21 ธันวาคมนี้ ซึ่งถ้าฝ่ายสนับสนุนการแบ่งแยกดินแดนคนอื่นได้รับชัยชนะ ปัญหาเดิมๆ เช่นนี้ก็จะเกิดขึ้นซ้ำอีก แต่หากฝ่ายสนับสนุนการอยู่ร่วมกับสเปนชนะ กระแสการแบ่งแยกดินแดนก็คงบรรเทาลงไป อย่างน้อยก็ช่วงระยะเวลาหนึ่ง

ด้านนายปุยจ์เดอมองต์ ซึ่งตอนนี้อยู่ในประเทศเบลเยียม เรียกร้องให้สหภาพยุโรปช่วยรับประกันเรื่องความโปร่งใสของการเลือกตั้งครั้งนี้ และเรียกร้องให้รัฐบาลกลางยอมรับผลที่ออกมาเช่นเดียวกับตัวเขา.