วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พาณิชย์ ลดขั้นตอนจัดตั้งบริษัทใหม่ เหลือเพียง 3.5 วัน

“พาณิชย์” เดินหน้าลดขั้นตอนตั้งบริษัทใหม่ หวังย่นเวลาเริ่มต้นธุรกิจเหลือเพียง 3.5 วัน จากเดิม 4.5 วัน มั่นใจช่วยผลักดันให้ธนาคารโลก จัดอันดับความยากง่ายประกอบธุรกิจปี 61 ดีขึ้นแน่ จ่อลดค่าธรรมเนียม ตั้งบริษัทใหม่ออนไลน์...



เมื่อวันที่ 2 พ.ย. นางกุลณี อิศดิศัย อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า เตรียมจะปรับปรุงการให้บริการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลใหม่ ตามนโยบายที่ได้รับจากรัฐบาล เพื่อผลักดันให้อันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจ ที่จัดทำโดยธนาคารโลก ที่จะประกาศในช่วงปลายปี 61 ปรับตัวดีขึ้น จากปีนี้ที่อยู่อันดับที่ 26 หรือดีขึ้น 20 อันดับ จากลำดับที่ 46 ในปี 59 และในด้านการเริ่มต้นธุรกิจดีขึ้นมาอยู่ลำดับที่ 36 หรือดีขึ้น 42 จากเดิมอันดับ 78 โดยมีแผนที่จะรวมขั้นตอนการจองชื่อ และการจดทะเบียนในระบบการจดทะเบียนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Registration) ให้เป็นขั้นตอนเดียว จากเดิมใช้เวลาจองชื่อ 0.5 วัน และจดทะเบียน 1 วัน ซึ่งจะเหลือเพียง 0.5 วัน และทำให้ภาพรวมการจดทะเบียนธุรกิจตั้งใหม่ลดลงเหลือเพียง 3.5 วัน จากปีนี้อยู่ที่ 4.5 วัน


“กรมฯ จะปรับลดขั้นตอนการจดทะเบียน โดยจะรวมขั้นตอนการจองชื่อและจดทะเบียนตั้งบริษัทผ่านระบบ e-Registration เป็นขั้นตอนเดียวกัน ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาจากเดิม 1.5 วัน เหลือเพียง 1 วัน และจะทำให้ภาพรวมการจดทะเบียนตั้งบริษัทใหม่เหลือเพียง 3.5 วัน จากเดิม 4.5 วัน และจะส่งผลให้ในการประเมินของธนาคารโลก ที่จะประกาศผลปลายปี 61 ไทยมีโอกาสขยับลำดับดีขึ้นแน่นอนกว่าปีนี้แน่นอน”


อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการจูงใจให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนตั้งบริษัทใหม่ผ่านระบบ e-Registration มากขึ้น กรมฯ อยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางการปรับลดค่าธรรมเนียมยื่นจดทะเบียนตั้งบริษัทใหม่ผ่านระบบ e-Registration โดยเบื้องต้นจะปรับลดลง 30% จากค่าธรรมเนียมเดิมที่จะต้องจ่ายตั้งแต่ 5,000-250,000 บาท


นอกจากนี้จะบูรณาการทำงานร่วมกับสำนักงานประกันสังคม กรมสรรพากร และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบข้าราชการ (ก.พ.ร.) โดยให้มีการเชื่อมโยงระบบการจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งการขึ้นทะเบียนลูกจ้าง และการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ผ่านแพลทฟอร์มเดียวกัน ซึ่งจะทำให้การจดทะเบียนตั้งบริษัทใหม่ทำได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น


“ตามเป้าหมายปรับปรุงการทำงาน รัฐบาลคาดหวังว่า ไทยจะเป็น 1 ใน 10 ของประเทศที่ง่ายต่อการเริ่มต้นทำธุรกิจ เพราะเมื่ออันดับสูงขึ้น จะมีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนจากทั่วโลก และจะช่วยดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนธุรกิจในไทยมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีในการเพิ่มการลงทุน เพิ่มการจ้างงาน และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในภาพรวม”.