วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กินกล้วยตอนท้องว่าง ไม่อันตราย!!!

หลายท่านอาจเคยได้รับข้อมูลข่าวสารทางโซเชียลมีเดียและทางไลน์ว่า กินกล้วยตอนท้องว่างแล้วอันตราย

บางคนอาจเชื่อ แต่หลายคนยังสงสัยว่า จริงหรือไม่ วันนี้คอลัมน์ “มันมากับอาหาร” ขอนำเสนอข้อเท็จจริงให้คลายความสงสัย

กล้วย แหล่งอาหารที่ให้พลังงาน มีน้ำตาลจากธรรมชาติถึง 3 ชนิด คือ ซูโครส ฟรุกโตส และกลูโคส ที่ช่วยเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกาย

แถมอุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุนานาชนิด เช่น กล้วยน้ำว้า มีธาตุเหล็กช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง แคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินซี ช่วย บำรุงกระดูกและเหงือก ช่วยให้ระบบขับถ่ายดี มีธาตุโปแตสเซียมสูง แต่มีปริมาณเกลือต่ำ จึงช่วยรักษาระดับความดันโลหิตและช่วยลดอันตรายจากการเกิดโรคเส้นเลือดฝอยแตก

กล้วยยังมีโปรตีนชนิดเทปโตแพน (trytophan) ที่เมื่อทานเข้าไปร่างกายจะเปลี่ยนเป็นสารซีโรโตนิน (serotonin) ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย อารมณ์ดี และมีวิตามินบี 6 ที่ช่วยควบคุมอารมณ์ และช่วยให้ระบบประสาทดีขึ้น

นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของคุณประโยชน์ที่ได้จากการทานกล้วยสุก เพราะหากเราทานกล้วยดิบ กล้วยห่ามและงอม ก็จะได้รับประโยชน์ต่อร่างกายไปอีกแบบ

จากข้อมูลที่ว่า กินกล้วยตอนท้องว่างแล้วอันตราย เพราะกล้วยมีแมกนีเซียมสูง เมื่อกินเข้าไปแล้วจะไปเพิ่มระดับแมกนีเซียมในเลือด

เป็นอันตรายต่อหลอดเลือดหัวใจ

หรือเพราะกล้วยมีโปแตสเซียมสูง เมื่อกินเข้าไปจะไปมีผลต่อ หัวใจนั้น ขอบอกว่าไม่ควรเชื่อ เพราะกล้วยที่คนไทยนิยมกินทั่วๆไป ทั้งกล้วยไข่ กล้วยงาช้าง กล้วยนมสาว กล้วยนางพญา กล้วยน้ำ กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม และกล้วยหักมุกนวลนั้น ใน 1 ลูก (น้ำหนักประมาณ 100 กรัม) มีปริมาณแมกนีเซียมไม่เกิน 43 มิลลิกรัม

ขณะที่ปริมาณ แมกนีเซียม สูงสุดที่ร่างกายได้รับ ไม่ควรเกิน 700 มิลลิกรัมต่อวัน ฉะนั้นจะต้องกินกล้วยมากกว่า 16 ลูก จึงจะได้รับแมกนีเซียมในปริมาณเกินกว่าปริมาณที่ร่างกายรับได้ต่อวัน และอาจส่งผลเสียต่อร่างกาย

และในกล้วย 1 ลูก มีปริมาณโปแตสเซียมไม่เกิน 397 มิลลิกรัม ทว่าไตของเราสามารถขับเกลือแร่ รวมถึงโปแตสเซียมส่วนเกินต่างๆได้มากถึง 30,000 มิลลิกรัมต่อวัน

ฉะนั้น การกินกล้วย ซึ่งมีโปแตสเซียมสูง จะไม่ทำให้ได้รับโปแตสเซียมสูงเกินไปจนร่างกายไม่สามารถขับออกได้ทัน และส่งผลเสียต่อหัวใจ ตามข้อมูลที่ส่งต่อๆกันมา

ที่สำคัญคนปกติทั่วไป คงไม่มีใครกินกล้วยเกิน 16 ลูก หรือ 1 หวี ต่อวัน ติดต่อกันหลายวันแน่นอน

จะเห็นได้ว่า ข้อเท็จจริงทางวิชาการที่นำเสนอทั้งหมดนี้ ไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องท้องว่างเลย.