วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เรื่องจำเป็น

สังคมไทยเป็นระบบอุปถัมภ์ คือการใช้อำนาจหน้าที่ช่วยเหลือเอื้อประโยชน์ ให้พวกพ้องญาติพี่น้องลูกเต้าเหล่ากอของตัว

ระบบอุปถัมภ์นี่แหละเป็นต้นตอให้เกิดทุจริตเต็มบ้านเต็มเมือง

รัฐบาล คสช.ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงแก้ปัญหาระบบอุปถัมภ์ด้วยการออก “กฎหมาย 4 ชั่วโคตร” เป็นยาแรงในการปราบปรามการเอื้อประโยชน์เล่นพรรคเล่นพวกให้หมดสิ้นจากแผ่นดินไทย

โดยมุ่งเอาผิดข้าราชการทุกระดับ และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทุกคน ที่ใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้ตนเอง หรือคนใกล้ชิด หรือคนในครอบครัว อันได้แก่ คู่สมรส บุตรธิดา และบิดามารดาของตัวเอง

“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่า มาตรา 5 ของ ก.ม. 4 ชั่วโคตร หรือมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “พ.ร.บ.การขัดกันของผลประโยชน์ส่วนตัวและส่วนรวม” กำหนดห้ามไม่ให้นำความสัมพันธ์ส่วนตัวมาเป็นเงื่อนไขในการใช้อำนาจหน้าที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของตัวเอง

รวมถึงห้ามใช้เวลา ใช้เงินเดือน ใช้ทรัพย์สินทางราชการ เพื่อเอื้อประโยชน์ตนเอง หรือบุคคลอื่นใด ไม่ว่าทางอ้อมหรือทางตรง

เรียกว่าคุมเข้มไม่ให้ใช้อำนาจนอกลู่นอกทาง

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าแม้จะประกาศใช้ ก.ม.ความผิดเอื้อประโยชน์ชั่วโคตรแล้ว ก็ยังกำจัดระบบอุปถัมภ์ไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์

ล่าสุด ที่ประชุม ครม.จึงมีมติเห็นชอบ “ร่างมาตรฐานจริยธรรม” เพื่อใช้บังคับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประธานและกรรมการองค์กรอิสระ ป.ป.ช. กกต. คตง. กสม. และผู้ตรวจการแผ่นดิน ฯลฯ

ไม่ให้ใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์คนใกล้ชิดและญาติโกโหติกา

“แม่ลูกจันทร์” ขออนุญาตนำร่างมาตรฐานจริยธรรมบางข้อมาฉายเป็นแซมเปิลดังนี้คือ...

1, ต้องถือประโยชน์ประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน

2, ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง ปราศจากอคติส่วนตัว

3, ต้องรักษาความลับทางราชการอย่างเคร่งครัด

4, ต้องไม่ยินยอมให้สมาชิกครอบครัวรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่อาจกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของตนเอง ฯลฯ

นี่คือบางส่วนของ “มาตรฐานจริยธรรมขั้นสูง” เพื่อให้สังคมเชื่อถือศรัทธาว่าศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระทุกแห่งจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริตเที่ยงธรรม

ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ปกป้องพรรค พวกตัวเอง

และไม่จ้องเล่นงานฝ่ายตรงข้ามตะพึดตะพือ

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าแม้จะมี “ก.ม. 4 ชั่วโคตร” และ “มาตรฐานจริยธรรม” เพื่อป้องกันข้าราชการทุกระดับ องค์กรอิสระ และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่ให้ใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องและคนในครอบครัวทั้งทางอ้อมและทางตรงก็ตาม

แต่การจะชี้ว่าตรงไหนเอื้อ? ตรงไหนไม่เอื้อ? ต้องพิจารณาเป็นเรื่องๆไป

เช่น...กรณี อจ.มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. และสมาชิก คสช. แต่งตั้งบุตรสาวเป็นเลขาธิการตัวเองในโควตา คสช. จนเกิดกระแสวิจารณ์กันอึกทึกครึกโครม

อจ.มีชัย ซึ่งเป็นเซียนกฎหมายมือวางอันดับหนึ่งของไทยแลนด์ ชี้แจงว่า การแต่งตั้งบุตรสาวเป็นเลขาฯ ในโควตา คสช. เป็นความจำเป็นส่วนตัว

เพราะตำแหน่งนี้ต้องใช้คนที่ไว้วางใจให้รักษาความลับทางราชการ

จึงไม่เข้าข่ายใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์คนในครอบครัว

ข้อสำคัญกฎหมายไม่ได้ห้ามแต่งตั้งลูกสาวเป็นเลขาฯบิดา

ในเมื่อ “มีชัยโมเดล” ทำเป็นตัวอย่างให้เห็นเต็มตา

ทีนี้ใครจะแต่งตั้งภรรยาเป็นเลขาฯ แต่งตั้งแม่ยายเป็นที่ปรึกษา ก็เชิญตามสบายนะคุณโยม.

“แม่ลูกจันทร์”