วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สั่งตาย (2)

วิกเตอร์ ยูชเชงโก

เมื่อวานผมรับใช้ถึงเหตุการณ์เมื่อ 30 ตุลาคม 2560 ที่นายอดัม ออสมาเยฟ และนางอามีนา โอกูเยวา สองสามีภรรยาที่เป็นทหารอาสาช่วยกองทัพอูเครนสู้กับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในอูเครนตะวันออกโดนซุ่มยิง จนโอกูเยวาตาย ส่วนออสมาเยฟบาดเจ็บสาหัส

นายออสมาเยฟเคยโดนทางรัสเซียกล่าวหาว่าวางแผนลอบฆ่าปูติน ส่วนนางโอกูเยวา ก็ยิงสปายสายลับชาวรัสเซียที่ปลอมตัวเป็นผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ฝรั่งเศสมาฆ่าออสมาเยฟสามี จนไอ้สปายตายเป็นผีเมื่อ 1 มิถุนายน 2560

เมื่อวานผมก็รับใช้ถึงเรื่องที่มีการใช้สปายสายลับไล่ล่าฆ่ากัน ไม่ว่าจะหนีไปสุดหล้าฟ้าเขียวที่ไหนก็ไม่พ้น เรื่องการตามยิง ตามไปบังคับให้กินยาตาย หรือการวางยาพิษเป็นเรื่องธรรมดาสามัญมากในการไล่ล่าล้างแค้นในยุโรปตะวันออก

เมื่อวานเช่นเดียวกัน ผมเรียนรับใช้ผู้อ่านท่านถึงเรื่องที่ผมตาม ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย ไปเชิญอดีตประธานาธิบดียูชเชงโกของอูเครนมาเยือนเมืองไทย ซึ่งท่านตอบรับแล้วว่าจะมาในเดือนธันวาคม 2560 ท่านยูชเชงโกนี่แหละครับ เป็นผู้มีประสบการณ์ตรงในการถูกวางยาพิษจนร่างกายเสียโฉม เรื่องราวของท่านน่าสนใจและกลายเป็นผู้พลิกประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างอูเครน รัสเซีย สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา ในปัจจุบันทุกวันนี้

อูเครนแยกจากสหภาพโซเวียตมาเป็นประเทศเอกราชชาติใหม่เมื่อ 24 สิงหาคม 2534 ประธานาธิบดีคนแรกก็คือนายครัฟชุก (2534-2537) คนที่สองคือนายคุชมา (2537-2548) ระหว่าง พ.ศ.2542-2544 ครัฟชุกไปเชิญผู้อำนวยการธนาคารแห่งชาติที่ชื่อว่ายูชเชงโกมาเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะต้องการจะใช้ความมีภาพลักษณ์ประชาธิปไตยของยูชเชงโกมาให้ตัวเองได้รับการยอมรับในโลกตะวันตก

เมื่อได้เป็นนายกรัฐมนตรี ยูชเชงโกก็ปราบการทุจริตในแวดวงราชการอย่างหนัก เพื่อนพ้องน้องพี่ของประธานาธิบดีคุชมาโดนไปกันเยอะ สุดท้าย คุชมาก็ปลดยูชเชงโกกลางอากาศ ตอนที่ปลดยูชเชงโก คุชมาโดนคนอูเครนต่อต้านมาก ประธานาธิบดีคุชมาก็เก่งที่ยังสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ และก็ใช้อำนาจเผด็จการปกครองอูเครนเข้มงวดมากยิ่งขึ้น

เมื่อถอยออกจากคุชมามาแล้ว ยูชเชงโกเนื้อหอมมาก ประชาชนคนอูเครนฝ่ายประชาธิปไตยมาห้อมล้อมตอมตัวท่าน เพื่อจะขอให้ท่านเป็นผู้นำในการโค่นประธานาธิบดีคุชมาซึ่งมีความเป็นเผด็จการสูงและโปรรัสเซียอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู

นโยบายของยูชเชงโกคือนำอูเครนไปเป็นเพื่อนสนิทชิดใกล้กับสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา และปราบปรามกวาดล้างการทุจริตคอร์รัปชัน รวมทั้งล้มล้างระบบการบริหารปกครองเดิมให้มาเป็นการปกครองที่สุจริตโปร่งใส และเป็นประชาธิปไตย

หมดยุคของคุชมา ผู้แข่งขันในตำแหน่งประธานาธิบดีมีหลายคน แต่ที่เด่นมีเพียงสองคนคือยานูโควิช ซึ่งตอนนั้นเป็นนายกรัฐมนตรี ส่งเข้าประกวดโดยประธานาธิบดีคุชมา+ประธานาธิบดีปูติน+ ประชาชนคนอูเครนในไครเมีย คนภาคใต้ และคนภาคตะวันออก

ส่วนอีกคนหนึ่งคือยูชเชงโก ส่งเข้าประกวดโดยประชาชนคนอูเครนภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคตะวันตก+สหภาพยุโรป+ สหรัฐอเมริกา

ระหว่างกำลังหาเสียง ฝ่ายรัฐบาลโจมตีให้ร้ายท่านยูชเชงโกอย่างต่อเนื่อง โดยที่ไม่เปิดโอกาสให้ท่านแก้ข้อกล่าวหาต่างๆ จะเดินทางไปหาเสียงที่ไหนก็มักจะโดนตำรวจถนนทำให้ไปช้า หรือบางทีก็ไปไม่ได้ หลายครั้งที่ยูชเชงโกเช่าเครื่องบิน เครื่องบินก็มักจะมีปัญหา มีคนไปแกล้งทำให้เครื่องบินเสีย ต้องซ่อม

การเลือกตั้งประธานาธิบดีจะมีขึ้นในวันที่ 31 ตุลาคม 2547 แต่ยูชเชงโกโดนยาพิษเมื่อวันที่ 6 กันยายน ต้องแอบขนกันไปรักษาต่างประเทศ กลับมาก็ใกล้วันเลือกตั้ง แต่ร่างกายก็อ่อนแอจนพยุงกายเดินแทบไม่ไหว ผลของการเลือกตั้ง ยูชเชงโกได้คะแนนเสียงสนับสนุนร้อยละ 39.87 ยานูโควิชได้ร้อยละ 39.32 ส่วนผู้สมัครอีก 3 คน ได้คะแนนกันอย่างกระป๋องกระแป๋ง

ตามรัฐธรรมนูญอูเครน ถ้าไม่มีผู้สมัครคนไหนได้เสียงถึงร้อยละ 50 ก็ต้องให้มีการแข่งขันกันเป็นรอบที่สอง

การเลือกตั้งรอบที่สองนี่น่าสนใจมากครับ

ขอกลับมารับใช้ในโอกาสถัดไป.

อ่านเพิ่มเติม

สั่งตาย (1)

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com