วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตีตั๋วชนโรง: "ของขวัญ" ส่งต่อความรัก ส่งต่อความดี

"ของขวัญ" หนังพิเศษเพื่อช่วงเวลาพิเศษ ที่ค่าย สหมงคลฟิล์ม และ โรงภาพยนตร์ทุกเครือ มอบเป็นของขวัญให้กับคนไทยทุกคน ให้มีแรงใจก้าวเดินต่อไป ซึ่งจะว่าไปแล้ว ภาพยนตร์ มันก็คล้ายกับ ของขวัญ ตรงที่เราไม่รู้หรอกว่าหนังเรื่องนี้จะดีไหม จนกว่าเราจะได้ดู เช่นกัน เราเห็นกระดาษห่อของขวัญดูสวย แต่เราไม่มีทางรู้เลยว่าข้างในมันคืออะไร จนกว่าเราจะได้แกะห่อของขวัญออกมา

ของขวัญ คือหนังที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระราชกรณียกิจและพระราชดำรัสของ ในหลวง รัชกาลที่ 9 หยิบยกนำมาดัดแปลงออกมาเป็นภาพยนตร์สั้น 4 เรื่อง จาก 4 ผู้กำกับแถวหน้าของวงการภาพยนตร์ไทย ประกอบด้วย อุ๋ย นนทรีย์, ปรัชญา ปิ่นแก้ว, ก้องเกียรติ โขมศิริ และ คุณมะเดี่ยว ชูเกียรติ

ซึ่งหนังสั้นทั้ง 4 เรื่อง ไม่ได้มีความเชื่อมโยงต่อกันในด้านเรื่องราวหรือตัวละคร แต่มันมีบางอย่างที่เรียงร้อยต่อกัน ที่นอกจากจะรับรู้เรื่องราวได้ด้วยตาแล้ว ยังต้องใช้ใจในการเข้าถึงสาระสำคัญที่แฝงอยู่ในเหตุการณ์หรือบางคำพูดของตัวละครอีกด้วย นั่นหมายความว่า หนังสั้นทั้ง 4 ไม่ได้เป็นหนังที่นำพระราชดำรัสของ ในหลวง รัชกาลที่ 9 มานำเสนอแบบทื่อๆ แต่เต็มไปด้วยชั้นเชิงของผู้กำกับแต่ละคน

ดอกไม้ในกองขยะ

หนังเล่าเรื่องของ คนเก็บขยะ อาชีพที่ใครหลายคนดูถูก แต่แท้ที่จริงเขาคือคนที่เสียสละเพื่อคนอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งคนเก็บขยะคนนี้เป็นคนที่คิดดีจนได้รับการยกย่องจากสังคม แต่อีกบทบาทของการเป็นพ่อ ดูจะอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก เมื่อลูกสาวในวัยเรียนเริ่มอยากมีเงินเพื่อสนองความต้องการส่วนตัว ด้วยวิธีการที่ผิด กับลูกชายที่แม้จะมีอาชีพสุจริตอย่างการขับวิน แต่ว่านิสัยชอบเล่นพนัน ก็ทำให้เขาติดหนี้จำนวนมหาศาล บททดสอบความดีของคนเป็นพ่อจึงได้เริ่มขึ้น

หนัง ของขวัญ เปิดด้วยเรื่องของผู้กำกับ นนทรีย์ นิมิบุตร ที่ได้ เอ็ม สุรศักดิ์ วงษ์ไทย ที่ห่างหายจากการแสดงไปนาน มาแสดงบทคนเก็บขยะในเรื่องนี้ ตอน ดอกไม้ในกองขยะ เหมือนเป็นการหยิบยกสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในด้านลบของสังคม มารวมไว้อยู่ในเรื่องเดียว ต่อให้เราเป็นคนมองโลกในแง่ดีแค่ไหน แต่ก็คงไม่อาจปฏิเสธว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในหนังสั้นเรื่องนี้มันไม่มี

การแสดงที่ดีของพี่เอ็ม สุรศักดิ์ ทำให้รู้สึกอินตามไปกับเรื่องได้ไม่ยาก จนอดไม่ได้ที่จะคิด หากเราอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับคนเก็บขยะ เราจะหาทางออกของเรื่องราวอย่างไรดี เพราะบางทีการทำดี ไม่ได้หมายความว่าต้องได้ดีเสมอไป และในเมื่อเป็นเช่นนั้น เราจะยังทำดีต่อไปหรือไม่

เมฆฝนบนป่าเหนือ

หนังที่กำกับโดย ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล บอกเล่าเรื่องราวของกลุ่มนักศึกษา ที่ทำโปรเจกต์จบการศึกษา ด้วยการเป็นกลุ่มอาสาปลูกป่า บนพื้นที่ห่างไกล เพื่อเสริมสร้างธรรมชาติให้ฟื้นตัว แต่แล้วความตั้งใจดีต่างๆ เริ่มไม่เป็นอย่างที่คิด ชาวบ้านในพื้นที่เริ่มต่อต้าน ในอีกด้านก็เป็นเรื่องความรักของหนุ่มสาว ที่เริ่มจะยุ่งเหยิงเมื่อมีสิ่งที่เหนือคำว่า "เพื่อน" เกิดขึ้นในความสัมพันธ์

เชื่อว่า เมฆฝนบนป่าเหนือ คงเป็นตอนที่ได้ใจวัยรุ่นหนุ่มสาวมากที่สุด เพราะตอนนี้เต็มไปด้วยนักแสดงวัยรุ่นมากมาย โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์, อุ้ม-อิษยา ฮอสุวรรณ, เฟม-ชวินโรจน์ ลิขิตเจริญสกุล สมทบด้วย สืบ-บุญส่ง นาคภู่ (ผู้กำกับ ธุดงควัตร และ มหาลัยวัวชน) หนังว่าด้วยเรื่องของพลังคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่างไปในทางที่ดีขึ้น เพียงแต่ใจอย่างเดียวคงไม่พอ มันต้องมาพร้อมกับการศึกษาด้วย ว่าสิ่งที่ทำนั้น ทำไปทำไม ทำเพื่อใคร ประโยชน์อะไร มีผลกระทบไหม ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เรารับรู้ได้เลยว่า สิ่งที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงทำให้กับคนไทยทั้งชาตินั้น ไม่ใช่เรื่องที่เราคิดว่าใครที่เป็นพระราชาหรือมีอำนาจก็สามารถทำได้

ท่ามกลางเรื่องราวที่ค่อยๆ ตึงเครียดและชวนท้อขึ้นเรื่อยๆ ผู้กำกับยังสามารถสอดแทรกเรื่องราวความสัมพันธ์ของวัยรุ่น อันเป็นแบบฉบับหนังของเขาลงไปได้อย่างไม่ยัดเยียด งดงาม และน่าประทับใจ ในความสัมพันธ์ที่เพื่อนมีให้กับเพื่อน

สัจจะธรณี

หนังที่เล่าเรื่องราวของหญิงสาวในครอบครัวหนึ่ง ที่อาศัยในจังหวัดภาคใต้ ที่พ่อของเขาถูกต้องสงสัยว่าเป็นผู้ก่อความไม่สงบในจังหวัดภาคใต้ ความแคลงใจว่าพ่อคือคนร้าย และความสงสัยว่าทำไมแม่ถึงเชื่อมั่นว่าพ่อไม่มีทางทำแบบนั้น ประกอบกับการได้รู้ว่าเธอมีญาติผู้ใหญ่อยู่ที่กรุงเทพฯ เธอจึงเดินทางเข้ากรุงเพื่อสืบเรื่องราวที่มาที่ไปต่างๆ เพื่อให้เธอกลับมามีศรัทธาในพ่ออีกครั้ง

อาจกล่าวได้ว่าหนังสั้นของผู้กำกับ ก้องเกียรติ เรื่องนี้ เป็นหนังที่สื่อสารเรื่องราวของ ในหลวง รัชกาลที่ 9 อย่างตรงไปตรงมาที่สุดแล้ว และก็เป็นการสื่อสารที่เล่นกับเรื่องราวชายแดนใต้ ที่โยงเข้ากับเหตุการณ์ระเบิดที่กรุงเทพฯ ที่เกิดขึ้นจริงจนเข้าได้อย่างไม่น่าเชื่อ 

หนังมาในแนว Road Movie และ Coming of Age ที่ผสมเข้ากับการเล่าเรื่องราวของในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่โดยส่วนตัวมองว่า สัจจะธรณี เป็นตัวแทนของหนังทั้ง 4 เรื่อง ที่ทำให้เราได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ของ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่เปรียบเสมือนของขวัญที่ทรงมอบให้กับคนไทยทุกคนอยู่เสมอมา ถ้าเพียงคนไทยรักษาและปฏิบัติตาม ของขวัญของพระองค์ก็จะคงอยู่คู่กับคนไทยไปตลอดตราบนานเท่านาน

The Letter

ปิดท้ายด้วยหนังของผู้กำกับ ปรัชญา ปิ่นแก้ว ที่เล่าเรื่องราวของเด็กน้อยในชนบทห่างไกล ที่ตั้งใจเขียนจดหมายส่งถึง "พ่อ" ที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าจดหมายที่เขาเขียนนั้นจะถึงหรือไม่ การเดินทางติดตามจดหมายที่เต็มไปด้วยความคิดถึงพ่อจึงได้เริ่มขึ้น เพื่อหาคำตอบว่าปลายทางของจดหมายนั้น ใครคือผู้รับ...

The Letter เป็นหนังที่สนุกและแฟนตาซีมาก นี่ถ้าเป็นการ์ตูนคงนึกว่าคือการ์ตูนของ Disney ไปแล้ว กับการเดินทางติดตามจดหมายที่ตัวเองเขียนขึ้น ในยุคสมัยที่จดหมายเป็นเครื่องมือสื่อสารอันดับรองๆ ลงไป มันเลยทำให้การเขียนจดหมาย และการส่งจดหมาย มีคุณค่ามากกว่าเมื่อก่อนมากมาย และยังให้เราได้เห็นกระบวนการของระบบไปรษณีย์ไทย ว่ามีลำดับขั้นตอนอย่างไร

หนังยังแอบเก๋ ตรงที่เน้นเล่าเรื่องด้วยภาพ โดยไม่มีบทสนทนาเลย แต่หนังก็ทำออกมารู้เรื่อง ดูสนุก และทำให้อดลุ้นปนอยากรู้อยากเห็นเช่นเดียวกับเด็กน้อย ว่าจดหมายถึงพ่อนั้นจะส่งถึงพ่อจริงหรือไม่ ซึ่งหนังก็ให้คำตอบที่น่าพอใจ และปิดจบหนัง ของขวัญ ได้อย่างลงตัว

"คนบางคน.. ต้องใช้เวลาทั้งชีวิต เพื่อทำให้คนอื่นมีชีวิตที่ดีขึ้น"

นี่อาจเป็นใจความสำคัญที่สุดของหนัง ของขวัญ เป็นข้อความที่ชัดเจน โดยไม่ต้องระบุว่าหมายถึงใคร ทุกคนล้วนมีคำตอบในใจ

ขณะที่ชีวิตแต่ละวัน เราล้วนแต่ทำสิ่งต่างๆ เพื่อตัวเอง หาเงินทอง แสวงหาความสำเร็จเพื่อความสุขส่วนตัว แต่นั่นมันคือความสุขที่แท้จริงหรือ? บางทีการทำเพื่อคนอื่น มันอาจเป็นความสุขที่แท้จริง ที่ไม่เพียงแต่ทำให้ชีวิตของเขาดีขึ้น ทางกลับกันมันยังทำให้ชีวิตของเรามีคุณค่าความหมาย

เริ่มที่ตัวเรา ส่งต่อความรัก ความดี ให้เหมือนกับของขวัญ เริ่มจากคนใกล้ตัว และค่อยๆ ไปสู่คนอื่นๆ

อ่านบทความ ตีตั๋วชนโรง เรื่องอื่นๆ

--- ชาแมน ---

Facebook.com/cmzmovie

Twitter.com/Chamanz13