วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อัยการเร่ง ไกล่เกลี่ย! จ่ายชดเชย น้องปาล์ม

รองโฆษกอสส.เผย คดีน้องปาล์มถูกรถชนพิการ ฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าเสียหาย 5 ล้านบาท จากกระทรวงสาธารณสุข และปลัดกระทรวงฯ อัยการทำหน้าที่ทั้งโจทก์ในคดีอาญา และคดีแพ่งยังรับแก้ต่างให้จำเลย ทำงานไม่ขัดกัน ต่างคนต่างทำหน้าที่ตามกฎหมาย แต่ได้เร่งรัดสำนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่นให้ติดต่อกระทรวงสาธารณสุขให้นัดคู่ความไกล่เกลี่ย ถ้าตกลงค่าเสียหายกันได้จะได้เสนอกรมบัญชีกลาง ถ้าพิจารณาแล้วสามารถอนุมัติเงินได้คดีก็ยุติ

กรณี น.ส.ปวีณา หาทรัพย์ อายุ 30 ปี ลูกจ้างชั่วคราว รพ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น พา ด.ช.ปราบปราม หรือน้องปาล์ม เจิมขุนทด อายุ 3 ขวบ 1 เดือน ลูกชายพิการ ถูกนายเกต นาถมทอง อายุ 68 ปี อาสาสมัครของ รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านใหม่ อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น ขับรถชน ศาลแขวงขอนแก่นพิพากษาจำคุก 6 เดือน ปรับ 3,000 บาท รอลงอาญา 2 ปี เข้าขอความช่วยเหลือที่ศูนย์ช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย สำนักงานอัยการสูงสุด เพราะสู้คดีจนหมดตัว เรียกค่าเสียหายทางแพ่งฟ้องกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข 5 ล้านบาท หลังรับเรื่องนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้พา น.ส.ปวีณาและน้องปาล์มเข้าพบปลัดกระทรวงยุติธรรมทำเรื่องขอเงินเยียวยา และพาเข้าพบรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข พูดจาไกล่เกลี่ย ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้สำนักงานอัยการได้รับแก้ต่างคดีแพ่งให้กระทรวงสาธารณสุข ต้องดูว่าแม่เด็กมาขอให้ศูนย์ช่วยเหลือจะขัดกันหรือไม่

ความคืบหน้าที่สำนักงานอัยการสูงสุด เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 1 พ.ย. นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดกล่าวว่า หลังจากสำนักงานอัยการได้รับแก้ต่างคดีแพ่ง ที่ น.ส.ปวีณากับบุตร ฟ้องกระทรวงสาธารณสุข ตนได้ไปพบผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขเพื่อหาทางออก จะทำอย่างไรให้เด็กได้รับการเยียวยาและมีชีวิตปกติ และยังเร่งรัดไปที่สำนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่นให้ติดต่อกระทรวงสาธารณสุขจัดการไกล่เกลี่ยให้คู่ความ หากคู่ความประสงค์ขอไกล่เกลี่ยและกำหนดจำนวนเงินที่พอรับกันได้ จะไม่ต้องไปสู้คดีกันเพื่อหาผู้ชนะ โดยจำนวนเงินหากตกลงกันได้ กระทรวงสาธารณสุขจะเสนอไปยังกรมบัญชีกลาง เพื่อพิจารณา ถ้าอนุมัติได้คดีก็ยุติ เพราะคดีอาญาศาลพิพากษาเป็นคดีถึงที่สุดไปแล้วว่าคนขับรถของโรงพยาบาลผิด

รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดกล่าวอีกว่า วันก่อนไปออกรายการทีวีรายการหนึ่ง ผู้ดำเนินรายการถามว่าหนักใจหรือไม่ คดีนี้อัยการเป็นโจทก์ในคดีอาญา ต่อมามีการฟ้องคดีแพ่งต่อกระทรวงสาธารณสุข อัยการต้องรับแก้ต่างคดีให้อีก ตอบไปว่าคดีอาญาก็ทำหน้าที่ไป คดีแพ่งก็อีกเรื่อง เป็นหน้าที่ตามกฎหมาย ส่วนการช่วยเหลือประชาชน แยกออกเป็นสำนักงานคุ้มครองสิทธิ์และช่วยเหลือประชาชน จะช่วยทุกคนไม่ว่าจะเป็นผู้เสียหายหรือเป็นผู้ต้องหา ต่างคนต่างทำหน้าที่ อัยการมีสำนักงานคุ้มครองสิทธิ์ฯตั้งอยู่ทุกจังหวัดที่ประชาชนจะเข้าไปขอความช่วยเหลือได้ อัยการหน่วยนี้จะให้ความรู้เรื่องสิทธิ์ต่างๆของประชาชน

“อย่างเช่นเรื่องนี้นอกจากสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิ์และช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายจะให้คำแนะนำ และความรู้ทางกฎหมายแล้ว ยังได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงยุติธรรมเพื่อให้กองทุนพิจารณาให้ความช่วยเหลือ และประสานงานกับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อไกล่เกลี่ย การประนีประนอมถ้าตกลงกันได้ย่อมเป็นประโยชน์กับทุกฝ่ายมากกว่าที่จะต่อสู้คดีกันไปในระยะยาว จึงได้นำคุณแม่และน้องปาล์มไปพบรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ท่านรองปลัดได้สั่งการให้ช่วยเหลือดูแลรักษาน้องปาล์มเป็นอย่างดี กระบวนการต่อไปทั้งสำนักงานอัยการสูงสุด กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงยุติธรรม จะได้ร่วมกันทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาข้อติดขัดให้น้องปาล์มได้รับการช่วยเหลือเยียวยาและค่าเสียหายโดยเร็ว ทั้งนี้ ขอดูตัวเลขจากฝ่ายสาธารณสุขก่อน หากเห็นว่าการรักษาน้องปาล์มในระยะยาวต้องใช้เงินมากกว่าที่คิดอาจต้องขอให้ภาคเอกชนช่วย เพราะหากเด็กเดินไม่ได้ เขาจะใช้ชีวิตลำบากมาก” นายโกศลวัฒน์กล่าว