วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สมัครง่าย! ซื่อสัตย์แลกบัตรคนจน สวัสดิการ 4.6 หมื่นล้าน ดีกว่าหว่านแจก?

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ “บัตรคนจน” เริ่มต้นมาจากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีนโยบายลดความเหลื่อมล้ำ โดยเปิดให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศลงทะเบียนขอสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ...

กลุ่มแรก : ผู้มีรายได้มากกว่า 30,000-100,000 บาท/ปี = จะได้รับวงเงินผ่านบัตร 200 บาท/เดือน หรือ 2,400 บาท/ปี
กลุ่มที่สอง : ผู้มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท/ปี = จะได้รับวงเงินผ่านบัตร 300 บาท/เดือน หรือ 3,600 บาท/ปี

ทั้งนี้ จะมีวงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม จากร้านค้ากระทรวงพลังงาน 45 บาท/คน/3 เดือน และยังช่วยเหลือลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าโดยสารรถเมล์-รถไฟฟ้า 500 บาท/เดือน วงเงินค่าโดยสารรถ บขส. 500 บาท/เดือน รวมถึงวงเงินค่าโดยสารรถไฟ 500 บาท/เดือน โดยเงินจะเข้ามาทุกวันที่ 1 ของเดือน แต่ถ้าใช้ไม่หมดเงินจะถูกตัด สะสมไม่ได้

สำหรับคุณสมบัติผู้ลงทะเบียนบัตรคนจน มีดังต่อไปนี้

1.มีสัญชาติไทย

2.มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป (โดยต้องเกิดก่อนวันที่ 16 พฤษภาคม 2542)

3.ว่างงานหรือมีรายได้ที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ.2559 ทั้งสิ้นไม่เกิน 100,000 บาท เฉลี่ยประมาณ 8,333 บาทต่อเดือน

4.ไม่มีทรัพย์สินทางการเงิน ได้แก่...เงินฝากธนาคาร สลากออมสิน สลาก ธ.ก.ส. พันธบัตรรัฐบาล และตราสารหนี้ หรือถ้ามีทรัพย์สินทางการเงินดังกล่าว จะต้องมีจำนวนรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 100,000 บาท ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง

5.ไม่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมาย หรือถ้าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ดังกล่าว จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้

- บ้านพร้อมที่ดิน : 1.กรณีที่อยู่อาศัยอย่างเดียว ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา ส่วนห้องชุดต้องไม่เกิน 35 ตารางวา กรณีเป็นที่อยู่อาศัยและใช้ประโยชน์จากที่ดินเพื่อการเกษตร ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 10 ไร่ หรือหากเป็นที่ดินที่ไม่ทำการเกษตร ต้องมีไม่เกิน 1 ไร่

- ที่ดิน : กรณีที่ใช้ประโยชน์จากที่ดินเพื่อการเกษตร ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 10 ไร่ หรือหากเป็นที่ดินที่ไม่ทำการเกษตร ต้องมีไม่เกิน 1 ไร่

โดยกระทรวงการคลังได้นำข้อมูลผู้ลงทะเบียนดังกล่าวไปตรวจสอบคุณสมบัติบุคคล ทรัพย์สินและรายได้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่...
- กรมการปกครองตรวจสอบคุณสมบัติบุคคล
- ธนาคารพาณิชย์และธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบจำนวนเงินในบัญชีเงินฝากธนาคารและทรัพย์สิน ได้แก่ สลากออมสิน สลาก ธ.ก.ส. พันธบัตรรัฐบาล และตราสารหนี้
- กรมที่ดินตรวจสอบการครอบครองที่ดิน
- กรมสรรพากรตรวจสอบรายได้ของปี 2559

แต่แล้วกลับเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา เมื่อนายแบบหนุ่มโพสต์รูปภาพโชว์การใช้ชีวิตอันหรูหราพร้อมอวดบัตรคนจน จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของคนในสังคมว่า “กินหรู ใช้ของแพงแบบนี้ ไฉนจึงได้บัตรคนจน?” ก่อนที่นายแบบหนุ่มจะออกมาเปิดเผยว่า มีฐานะยากจนจริงๆ ไม่มีรถยนต์ ไม่มีบ้าน ไม่มีหลักทรัพย์ และอาศัยอยู่กับพี่ ปัจจุบันทำอาชีพรับรีวิวสินค้า มีรายได้ต่อเดือนไม่แน่นอน ส่วนของแบรนด์เนม กินของหรู หรือไปเที่ยวต่างประเทศนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นของเพื่อนทั้งสิ้น พร้อมยินดีให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ

นายสุวิชญ โรจนวานิช ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง มอบหมายให้ ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร ผอ.สำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ให้สัมภาษณ์กับทางทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ในประเด็นที่กำลังเป็นกระแสสังคมอยู่ในขณะนี้ ว่า ข้อมูลที่นายแบบคนดังกล่าวแจ้งมาในตอนลงทะเบียนนั้น ตรงตามคุณสมบัติหลักเกณฑ์ที่กำหนด และมีการตรวจเช็กจากหน่วยงานเครือข่ายทั้ง ธนาคารแห่งประเทศไทย กรมการปกครอง กรมที่ดิน กรมสรรพากรแล้ว แต่หากตรวจสอบใหม่แล้วพบว่าไม่เข้าเกณฑ์ จะต้องทำตามขั้นตอนต่อไปคือการระงับสิทธิการใช้บัตร แต่ตอนนี้อยู่ระหว่างการพิสูจน์

ตั้งงบ 4.6 หมื่นล้าน ลงทะเบียนด้วยความซื่อสัตย์ ก่อนเช็กซ้ำจาก 20 หน่วยงาน

ดร.ศรพล กล่าวว่า “สำหรับบัตรคนจน มีการตั้งงบไว้ 4.6 หมื่นล้านบาท โดยปัจจุบันมีประชาชนมารับบัตรไปแล้ว 90% ซึ่งการลงทะเบียนในภาพรวมที่ใหญ่ถึง 14.1 ล้านคน อาศัยความซื่อสัตย์ของคนให้ข้อมูล เราก็ถือว่าข้อมูลนั้นถูกต้อง ซึ่งได้ใช้เครือข่ายกรมสรรพากร กรมที่ดิน ธนาคารต่างๆ กว่า 20 หน่วยงานช่วยเช็ก ก็สามารถกรองคนออกไปได้จำนวน 2.7 ล้านคน จากทั้งหมด 14.1 ล้านคน คงเหลือ 11.4 ล้านคน โดยสามารถกรองได้ 99% ซึ่งอาจจะมีเคสที่หลุดบ้าง แต่เงื่อนไขของเราดูเรื่องรายได้ ทรัพย์สิน ไม่ได้ดูรายจ่าย ซึ่งไม่ได้ใช้ในการคัดกรองตามมติ ครม.”

ด้าน นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวถึงการคัดกรองคนที่จนไม่จริงด้วยว่า ในกรณีที่ไม่มีข้อมูลการเสียภาษี ไม่มีรายได้ประจำ เป็นเรื่องที่ตรวจสอบยาก หรือมีรายได้ แต่ไม่ยื่นแบบภาษี สรรพากรก็ไม่มีข้อมูล ก็ตรวจสอบรายได้ไม่ได้ อย่างกรณีที่เกิดขึ้น หากไม่แสดงตน ทางรัฐก็ไม่ทราบ  เพราะก่อนหน้านี้ประชาชนได้ผ่านการลงทะเบียน ตรวจสอบคัดกรองคนแล้ว

สศค. จ่อทบทวนเงื่อนไข การตรวจสอบ และสิทธิประโยชน์

ดร.ศรพล กล่าวถึงการแก้ปัญหาว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กำลังอยู่ระหว่างการทบทวนเงื่อนไขของการพิจารณาบัตรคนจน จากที่ปัจจุบันใช้เรื่องรายได้เป็นหลัก และเรื่องกระบวนการตรวจสอบ ซึ่งมีหน่วยงานร่วมตรวจสอบ 20 แห่ง รวมถึงสิทธิประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับหากมีบัตรคนจน ซึ่งปีหน้าจะมีการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น

ข้อมูลรายจ่าย คัดกรองคนได้จริง ถามกลับเอามาจากไหน?

จากกรณีที่มีนักวิชาการมองว่า น่าจะใช้ข้อมูลการใช้จ่ายมาเป็นเงื่อนไขในโครงการดังกล่าว ดร.ศรพล มองว่า ข้อมูลการใช้จ่ายอาจจะช่วยคัดกรองคนได้เยอะขึ้นก็จริง แต่คำถามคือ รายจ่ายอะไร ในทางปฏิบัติจะเอาข้อมูลรายจ่ายมาจากไหน ค่าโทรศัพท์ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบัตรเครดิต ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นข้อมูลส่วนตัวทั้งสิ้น รัฐจะเอาข้อมูลตรงนี้มาได้อย่างไร

แต่อย่างไรก็ตาม มองว่าอนาคตโครงการยังต้องปรับปรุงอย่างแน่นอน เพราะโครงการดังกล่าวยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับเมืองไทย ทั้งในเรื่องของหลักเกณฑ์ต่างๆ วิธีการ หน่วยงานฐานข้อมูลที่ใช้ในการตรวจสอบ เรื่องสวัสดิการที่จะให้ทั้งปริมาณ รูปแบบ วิธีการ ว่าจะให้ในลักษณะการให้ปลา หรือการตกปลา โดยนำบทเรียนและผลตอบรับจากการทำโครงการนี้มาแก้ไขปรับปรุง

ส่วนการตรวจสอบซ้ำ เพื่อคัดกรองคนที่มีคุณสมบัติไม่ตรงนั้น ดร.ศรพล กล่าวว่า หากมีการตรวจสอบซ้ำก็คงจะตัดสิทธิ์ไปเรียบร้อยแล้ว โดยก่อนหน้านี้กรองคนออกไปแล้ว 2.7 ล้าน บางคนที่ถูกตัดออกไปก็มีการยื่นอุทธรณ์ว่า เป็นคนรายได้น้อยจริงๆ ก็มี ซึ่งบางส่วนก็ผ่าน แต่ส่วนใหญ่จะไม่ผ่าน

“บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เชื่อว่าเป็นโครงการที่ดี เพราะจะช่วยประหยัดงบประมาณไปเยอะมาก แทนที่จะหว่านไปทุกคน เพื่อให้ตรงความต้องการ และตรงกับคนที่เดือดร้อนจริงๆ จึงเชื่อว่าเป็นเรื่องดี ประชาชนที่ได้ประโยชน์มีเยอะ แต่มักไม่ค่อยเป็นข่าว” ผอ.สำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค กล่าวอย่างมั่นใจ

บทลงโทษคน "จนไม่จริง" เอาเปรียบคนอื่น!

ดร.ศรพล กล่าวว่า เรื่องบทลงโทษมีแน่นอน อย่างที่ ผอ.สุวิชญ เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า หากพบว่าประชาชนทำผิดเงื่อนไขชัดเจน จะถูกตัดสิทธิ์การใช้บัตรทันที และแจ้งความดำเนินคดีอาญา ฐาชนแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จแก่หน่วยงานราชการ พร้อมเรียกร้องค่าเสียหายจากการออกบัตรและวงเงินที่ใช้ไปก่อนหน้านี้ด้วย

“แต่ในเชิงของความซื่อสัตย์อะไรควร หรืออะไรไม่ควร ผมมองว่าสังคมจะเป็นผู้ตัดสินว่า พฤติกรรมลักษณะนี้ มันเป็นสิ่งที่สมควรทำหรือไม่ เพราะรัฐมีเงินจำกัดเพียง 4.6 หมื่นล้านบาท ดังนั้น อยากให้เงินส่วนนี้ไปช่วยคนที่ลำบากจริงๆ แต่เราก็ไม่ได้ปล่อยให้เป็นเรื่องของความซื่อสัตย์อย่างเดียว เราพยายามใช้ข้อมูลที่มีอยู่จาก 20 หน่วยงานช่วยกันเช็ก มันก็อาจจะกรองได้ 99% แต่อาจจะมีบางส่วนที่หลุดไป ซึ่งตรงนี้ผมเองก็ไม่ทราบ” ผอ.สำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค อธิบาย

คนจนไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้จน?

วลีเด็ดของโครงการบัตรคนจน ดร.ศรพล ให้ความเห็นว่า “ถ้าไม่มีโครงการนี้ คนจนก็ไม่ได้ใช้ครับ...และการที่เราสามารถระบุจำนวนคนจนได้เยอะขนาดนี้ ผมว่าเป็นอะไรที่ล้ำหน้าที่สุดที่เราเคยทำแล้ว ก็ให้คนวิจารณ์ช่วยคิดหน่อยว่าต้องทำอย่างไร แต่ผมมองแล้วว่า โครงการนี้มันก็ดีกว่าการหว่านแจกทุกคน เพราะถ้าให้ทุกคนก็คงไม่ต้องมากรอกข้อมูลเยอะแยะขนาดนี้” ดร.ศรพล อธิบาย

อย่างไรก็ตาม การแสดงความคิดเห็น การวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับโครงการ ทางหน่วยงานรัฐยินดีรับฟังเพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไข เพราะถือเป็นเรื่องใหม่ เป็นโครงการแรก ซึ่งมีนักวิชาการหลายคนแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อ จึงรับฟังและนำไปปรับปรุง ส่วนประชาชนอยากให้ฟังหลายๆ มุม เพราะจริงๆ แล้วข้อดีของโครงการนี้มีเยอะ แต่ประชาชนมักจะไปโฟกัสประเด็นที่เป็นกระแสในสังคม แต่ถ้ามีข้อแนะนำ สศค.ยินดีน้อมรับไปปรับปรุง

หากจำกันได้...ในหลวง รัชกาลที่ 9 ไม่เคยแจกเงินให้แก่พสกนิกรของพระองค์ แต่ทรงมอบ “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” ทั้งแนวทางประกอบอาชีพ และพระราชดำริเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้พสกนิกรของพระองค์ทำมาหากินบนลำแข้งของตัวเอง และภาครัฐก็ควรจะตระหนักถึงพระราชดำริของพระองค์ท่านที่ทรงพระราชทานไว้ให้กับคนไทยทุกคน วิธีการนี้สิ คือ การช่วยเหลือประชาชนอย่างยั่งยืนของจริง!

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน