วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มาดูกับมาดาม: “Thor: Ragnarok” รวมพลซุปเปอร์ฮีโร่สายตลก

เหมือนจะเป็นเวอร์ชั่นที่ตลกยอกย้อนกว่าภาคอื่นๆ แฟนสายตลก #ไม่น่าพลาด แต่ที่น่าสนใจกว่าคือเราจะได้รู้จัก “ธอร์” มากขึ้น...รับรองว่าเขาไม่ได้กลายมาเป็นซุปเปอร์ฮีโร่เพราะโชคช่วยหรือเพราะค้อนคู่ใจเป็นแน่...


ต้องบอกว่าเป็นการกลับมาของ “ธอร์” ที่แปลกตากว่าเคย นอกจากงานฉากและงานโปรดักชั่นอื่นๆ ที่ดูเหมือนเป็นอาณาจักรเกมส์มากกว่าฉากหนึ่งในหนังซุปเปอร์ฮีโร่ เราจะได้เห็นมาดกวนและรั่วของเขามากกว่าทุกครั้ง ซึ่งส่วนตัวคิดว่าก็ไม่เลว ถึงจะตลกเลยเถิดบ้างบางฉาก แต่ก็บันเทิงดีค่ะ ถือเป็นโอกาสอันดีทำความรู้จักอีกมุมของ “ธอร์” 

 “Are you God of Hammer or God of Thunder?”

ประโยคคำถามของ “โอดิน” (แอนโทนี่ ฮอปกินส์) อดีตราชาแห่งแอสการ์ด ที่ถาม “ธอร์” (คริส เฮมส์เวิร์ธ) ลูกชายคนโตว่าเขาคือ “เทพเจ้าแห่งค้อน” หรือ “เทพเจ้าแห่งสายฟ้า” ถือเป็นหนึ่งในจุดที่น่าสนใจในภาคนี้ค่ะ

ที่ว่าน่าสนใจเพราะเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าจำคาแรกเตอร์ “ธอร์” ได้เพราะ “ค้อน” อาวุธคู่ใจของเขา และเชื่อแน่ๆ ค่ะว่าคงมีหลายคนสงสัย (หรือถึงขั้นสบประมาท) ว่าเขาจะเป็นยังไงถ้าขาดค้อนคู่ใจ...

นับว่ามาร์เวลทำการบ้านได้ดีค่ะ รักษาแนวทางไว้อย่างเหนียวแน่น จะว่าไปปีหลังๆ เหล่าซุปเปอร์ฮีโร่ค่ายนี้ก็ต้องพิสูจน์ตัวเองผ่านการทำลาย “อาวุธ” หรือ “จุดแข็ง” ที่เคยมีในภาคแรกๆ อย่างถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็น “ไอรอนแมน” “สไปเดอร์แมน” หรือแม้แต่ “กัปตันอเมริกา” ครั้งนี้ก็ถึงคราวของ “ธอร์” ต้องผ่านบทพิสูจน์แบบนี้กันบ้าง แต่จะด้วยวิธีไหนและเขาจะรักษามันไว้ได้หรือไม่...คุณผู้อ่านคงต้องตามไปลุ้นกันได้ในโรง

หรือ “ธอร์” จะเป็นซุปเปอร์ฮีโร่สายตลก?

อย่างที่เกริ่น...ภาคนี้แม้จะดูตลกโปกฮากว่าที่เคย แต่เราก็จะได้รู้จักตัวตนอีกด้านของ “ธอร์” มากขึ้นด้วย เราอาจจะเคยเห็นมาดกวนประสาทและหยิ่งยโสตามประสาเจ้าชายรัชทายาทมาบ้าง ภาคนี้เราจะได้เห็นมาดกวนโอ๊ยและอาการรั่วๆ ของเขาค่ะ ส่วนตัวคิดว่าเป็น “สไตล์” ของผู้กำกับที่พยายามขยี้คาแรกเตอร์ของ “ธอร์” ในมุมที่แตกต่าง อาจจะแปลกตา แต่ก็ไม่แปลกใจค่ะ ยังคงทำให้เชื่อได้ว่าเขาก็คือ “ธอร์” ซุปเปอร์ฮีโร่จอมมุทะลุคนเดิม

บทถือเป็นองค์ประกอบหลักที่ทำให้ความพยายามครั้งนี้เป็นรูปเป็นร่าง ส่วนตัวรู้สึกว่าเหมือนทีมผู้เขียนจะ “ดักคอ” และ (น่าจะ) “ด้นสด” ตลอดเวลา และนั่นก็เป็นสีสันของ “ธอร์” ภาคนี้ ถือเป็น “สไตล์” ที่แตกต่าง หลังจากที่เคยสัมผัสกลิ่นอายประมาณนี้มาบ้างแล้วในหนังซุปเปอร์ฮีโร่แก๊งอื่นจากค่ายเดียวกันอย่าง “Guardians of the Galaxy”

 งานรวมดาว (ตลก)

จุดแข็งอีกอย่างของ “ธอร์” ภาคนี้คือการรวมดาว (ตลก) ไม่ว่าจะเป็นทีมนักแสดงนำเจ้าประจำอย่าง “คริส เฮมส์เวิร์ธ” (ธอร์) “ทอม ฮิดเดิลตัน” (โลกิ) “มาร์ก ราฟฟาโล” (ฮัค) แต่ยังมีหน้าใหม่ในภาคนี้ด้วย คือ “เคท บลันเชตต์” ในบท “เฮล่า” พี่สาวคนโตของ “ธอร์” และ “เทซซ่า ทอมสัน” ในบท “วัลเคอรี” อดีตองครักษ์สาวจากแอสการ์ดที่บังเอิญมาพบกัน

ที่บอกว่าเป็นการรวมดาว (ตลก) เพราะแทบทุกคนมีมาดหลุดๆ และอารมณ์ขันแฝงอยู่เกือบตลอดทั้งเรื่อง ไม่ว่าเนื้อเรื่องจะดุเดือดแค่ไหน แต่ก็มีอาการรั่วๆ ให้เห็นตลอดเวลา ส่วนตัวไม่คิดว่าทำให้เสียอรรถรส แต่สาย Geek บางคนอาจไม่ชอบเพราะมีบางจุดยังไม่พีค แต่รวมๆ ถือว่าเป็นหนัง #ดูเพลิน ทีเดียวค่ะ ยิ่งดูในโรง (จอประเภทไหนก็ได้) จะยิ่งฟิน เพราะหนังมีบรรยากาศของวิดีโอเกมส์อยู่แล้ว ดูจอใหญ่ๆ จะยิ่งได้อารมณ์ค่ะ

เอาเป็นว่า #ไม่น่าพลาด คอหนังซุปเปอร์ฮีโร่คงไม่ต้องเชิญชวน ส่วนคนที่ลังเลก็ไม่ต้องคิดมาก แม้ภาคนี้จะดูเหมือนสายตลกกว่าภาคอื่นๆ แต่ว่ามันเป็น “สไตล์” ค่ะ รับรองว่ายังสนุกและ #ดูเพลิน เหมือนเดิม เป็นหนังประเภทที่เหมาะจะดูในโรงที่ซู้ด....

จนกว่าจะพบกันใหม่

มาดามอองทัวร์
Twitter: @MadamAutuer