วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'วิษณุ' โยน คสช.ตอบปล่อยผีพรรคการเมือง ยันไม่มีอะไรกระทบโรดแม็ป

"วิษณุ" โยน คสช.ตอบปลดล็อกพรรคการเมือง ยันไม่มีอะไรทำให้กระทบโรดแม็ป ชี้ไม่ห่วงไร้คนสมัครสรรหา กกต. บอกถ้าหาไม่ได้จริงๆ กกต.ชุดนี้ต้องเป็นคนทำ เผยอันดับลงทุนไทยดีขึ้น ผลงาน 1 ปีที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 60 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการพิจารณาปลดล็อกพรรคการเมือง ให้สามารถทำกิจกรรมพรรคการเมืองได้ว่า ขณะนี้ยังไม่มีการหารืออะไร ก่อนหน้านี้ประมาณ 1 เดือน คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เคยพิจารณาเรื่องดังกล่าว ซึ่งมีการกำหนดตารางเวลาไว้แล้วว่า จะทำอย่างไรต่อไปในจังหวะใด ต้องรอให้ คสช.เป็นผู้ชี้แจง

เมื่อถามว่า จะเป็นช่วงต้นปี 2561 หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวย้ำว่า ต้องให้ คสช.เป็นผู้พูด เมื่อถามว่า ถ้ายังไม่มีการปลดล็อกจะกระทบการดำเนินการของพรรคการเมือง ตามกรอบเวลาที่กำหนดใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ทุกคนทราบเรื่องเงื่อนไขกรอบเวลา ว่าอะไรต้องทำภายใน 90 วันอะไรต้องทำภายใน 180 วัน อะไรต้องทำภายใน 1 ปี และการเลือกตั้งจะมีเมื่อใด จะไม่มีอะไรกระทบต่อโรดแม็ปการเลือกตั้ง ต่อให้มีการขยับขยายอะไรในโรดแม็ปย่อย ก็ไม่กระทบกับโรดแม็ปใหญ่ เรารู้ว่าพรรคการเมืองต้องทำอะไรอย่างไรระหว่างนี้ แม้จะยังไม่ให้ทำอะไรก็จะไม่เกิดปัญหา ทั้งนี้ ในกฎหมายจะกำหนดกรอบเวลาต่างๆ ไว้ แต่มีมาตราหนึ่งกำหนดเอาไว้ว่า กำหนดเวลาต่างๆ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สามารถขยายหรือย่นเวลาได้เป็นกรณีไป แต่ถึงอย่างไรกรอบต่างๆ จะไม่กระทบ จนพรรคการเมืองไม่สามารถหาเสียงหรือดำเนินการอะไรได้ไม่ทัน ส่วนที่ยังไม่มีผู้สมัครเข้ารับการสรรหาเข้าเป็น กกต.ชุดใหม่ ไม่มีความกังวลอะไร เพราะยังมีเวลาอยู่ ถ้ายังไม่มีใครสมัครก็สามารถขยายเวลาได้ ระหว่างนี้ กกต.ชุดเก่ายังสามารถทำงานได้ไม่กระทบอะไร ถ้าหาไม่ได้จริงๆ กกต.ชุดปัจจุบันก็ต้องทำหน้าที่ต่อไป

นอกจากนี้ นายวิษณุ ยังกล่าวถึงการจัดอันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจ ประจำปี 2018 ของธนาคารโลก ที่อันดับของประเทศไทยดีขึ้น 20 อันดับ ว่าเป็นเรื่องดี เป็นผลจากการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งโดดเด่นในทุกด้าน มีเพียง 2 ด้านที่อาจโดดเด่นน้อยคือ เรื่องการแก้ไขปัญหาล้มละลาย และการจดทะเบียนนิติกรรมสิทธิ์ซื้อขายต่างๆ ที่ยังมีขั้นตอนมากเราต้องปรับปรุงต่อไป และนอกจากอันดับดีขึ้น ยังมีการชมเชยด้วยว่าเราติด 1 ใน 10 ประเทศ จากเกือบ 200 ประเทศทั่วโลก ที่มีพัฒนาการอย่างรวดเร็วในหลายด้าน เป็นเพราะเขาอยากเห็นเราปรับปรุงในด้านใด เราก็ดำเนินการด้วยความร่วมมือของทุกฝ่าย อะไรที่ต้องปรับปรุงกฎระเบียบเราก็ดำเนินการ บางครั้งก็ใช้มาตรา 44 เจ้าหน้าที่ก็มีการปรับตัวการทำงาน ภาคประชาชนก็ให้ความร่วมมือในการดำเนินการต่างๆ