วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เขื่อนอุบลรัตน์ ปรับการระบายน้ำ 30 ล้าน ลบ.ม.ตามคำสั่ง นายกฯ วันแรก

เขื่อนอุบลรัตน์ ระบายน้ำออกจากเขื่อน วันละ 30 ล้าน ลบ.ม. ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี วันแรก เพื่อลดปริมาณน้ำที่ไหลมาตามแม่น้ำพอง และแก้ไขสถานการณ์โดยรวม...


เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 พ.ย. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ได้มีการปรับลดการระบายน้ำออก จากเดิมวันละ 38 ล้าน ลบ.ม. คงเหลือการระบายน้ำออกอยู่ที่ วันละ 30 ล้าน ลบ.ม.วันแรกวันนี้ หลังมีคำสั่งจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทน์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้มีการสั่งการด่วนไปยังคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำจังหวัดขอนแก่นในการปรับลดการระบายน้ำออกจากเขื่อนอุบลรัตน์ทันทีหลังเสร็จสิ้นการลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในกลุ่มจังหวัดภาคอีสานตอนกลางและสถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 31 ต.ค. โดยการปรับลดการระบายน้ำของเขื่อนอุบลรัตน์ดังกล่าวนั้น เนื่องจากขณะนี้แม่น้ำพองมีระดับน้ำที่เกินกว่าที่จะรองรับได้ เพราะแม่น้ำพองรับน้ำได้ที่ 38 ล้าน ลบ.ม. และมวลน้ำได้ไหลท่วมพื้นที่ท้ายเขื่อนอุบลรัตน์ โดยเฉพาะที่ อ.น้ำพอง และ อ.เมืองขอนแก่น ครอบคลุมหลายตำบล

ขณะที่ มวลน้ำที่มีจำนวนมาก และมีกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก ได้กัดเซาะคันดินพนังกั้นน้ำที่คลองส่งน้ำ 3L-RMC ที่ บ.คุยโพธิ์ ต.บึงเนียม อ.เมืองขอนแก่น พังทลายลงมาความยาวกว่า 30 เมตร แม้ว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่จากกรมชลประทานจะปิดกั้นแนวคันดินดังกล่าวได้แล้ว แต่ยังคงมีมวลน้ำจำนวนมากไหลเข้าท่วมพื้นที่หลังแนวคันดินดังกล่าวเป็นจำนวนมาก การปรับลดการระบายน้ำดังกล่าวนอกจากเป็นการลดปริมาณน้ำที่ไหลมาตามแม่น้ำพองแล้ว ยังคงเป็นการแก้ไขสถานการณ์น้ำในภาพรวม โดยเฉพาะพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมในกลุ่มจังหวัดภาคอีสานตอนกลาง ให้มีการเร่งระบายน้ำจากแม่น้ำพอง และแม่น้ำชี ให้ไหลผ่าน ขอนแก่น, กาฬสินธุ์, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, ยโสธร และลงแม่น้ำโขง ที่ จ.อุบลราชธานี ให้ได้โดยเร็ว



ด้านประตูระบายน้ำ D8 ห้วยพระคือ ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งสูบน้ำออกจากเขตพื้นที่ชุมชนเมืองชั้นใน เพื่อลงสู่แม่น้ำชีอย่างต่อเนื่องตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง โดยทำการสูบน้ำจากมวลน้ำที่ไหลทะลักเข้ามาจากการพังทลายของแนวคันดิน กับมวลน้ำในเขตชุมชนเมือง ที่จะต้องสูบน้ำออกให้ได้อย่างน้อยที่สุดวันละ 7 ล้าน ลบ.ม. ทำให้เครื่องสูบน้ำที่ทำการติดตั้งอยู่รวมกว่า 30 เครื่องทำการสูบน้ำลงสู่แม่น้ำชีตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง เพื่อให้มวลน้ำที่ไหลเข้ามาในพื้นที่เขตเมืองนั้น กลับเข้าสู่สภาวะปกติ ซึ่งจากแผนการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการน้ำดังกล่าว นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน ยืนยันว่าสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ชุมชนเมืองชั้นใน หลังพนังกั้นน้ำของคลองส่งน้ำ 3L จะลดระดับลง และกลับเข้าสู่สภาวะปกติภายใน 14 วัน 



ขณะเดียวกัน ที่ห้องประชุมสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยขอนแก่น นายคณุสสัน ศุภวัตรวรคุณ เลขาธิการสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา ประชุมร่วมระหว่างนักวิชาการและชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ และประสบปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคอีสานตอนบน และตอนกลาง เพื่อประเมินสภาพการณ์ภัยพิบัติภูมินิเวศน์ ลุ่มหนองหาร, น้ำอูน, น้ำพาน และ ลุ่มแม่น้ำชี เพื่อรับฟังความคิดเห็น และการเสนอแนวทางการแก้ไขสถานการณ์น้ำท่วม และภัยพิบัติต่างๆ ที่เกิดขึ้นในลุ่มแม่น้ำหลักที่สำคัญของภาคอีสานในมุมของชาวบ้าน โดยมีนักวิชาการจากสถาบันการศึกษาในภาคอีสาน รวมทั้งผู้แทนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.เลย, กาฬสินธุ์, มหาสารคาม, ขอนแก่น, ร้อยเอ็ด, ยโสธร, อุบลราชธานี และ สกลนคร เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นรวมกว่า 50 คน 



นายคณุสสัน ศุภวัตรวรคุณ เลขาธิการสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา กล่าวว่า ภาคอีสานเป็นภูมิภาคที่ประสบปัญหาภัยแล้ง และสถานการณ์น้ำท่วมทุกปี ที่ผ่านมา รัฐบาลได้กำหนดแผนงานในการแก้ไขปัญหาแต่ยังคงไม่เกิดความยั่งยืน จะเน้นหนักไปในมุมของงานวิชาการ ดังนั้น การประเมินสถานการณ์ล่าสุดวันนี้ เป็นการนำนักวิชาการและชาวบ้านที่ได้รับผลผกระทบมาพูดคุยกัน มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแผนการแก้ไขปัญหา เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ครอบคลุมทุกจังหวัดของภาคอีสาน โดยเฉพาะสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังจะเกิดขึ้น ผู้แทนชาวบ้านจากหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบได้มาเสนอแผนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม การป้องกันและเฝ้าระวังในมุมของชาวบ้าน โดยมีนักวิชาการมาวิเคราะห์ภาพรวมของเหตุการณ์ โดยแผนแม่บทที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้จากมุมมองของชาวบ้าน ที่ถือเป็นแผนงานที่ทุกคนล้วนหวังว่า รัฐบาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะรับฟังและนำข้อคิดจากแผนดังกล่าวในวิถีของชาวบ้าน นำไปเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานในการแก้ไขสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ จนนำไปสู่ความยั่งยืนของการแก้ไขปัญหาได้ในที่สุด.