วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หุบเขา!ไดโนเสาร์ 245 ล้านปีทัวร์ย้อนโลก

ภัครธรณ์ -  กัมพล

หลักฐานการขุดค้นพบโครงกระดูก “ไดโนเสาร์ (Dinosaur)”

ทั้งประเภทกินเนื้อ...กินพืช ผลศึกษาวิจัยสะท้อนว่าไดโนเสาร์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีมาแต่สมัยดึกดำบรรพ์...เมื่อราว 245 ล้านปีที่แล้ว

จากการศึกษาและวิจัยยังพบอีกว่า ไดโนเสาร์ต่างมีพฤติกรรมก้ำกึ่งระหว่างสัตว์เลื้อยคลานกับนก และมีบทบาทบนโลกขณะ “ยุคมีโซโซอิก”

ยุคที่ว่านี้ยังแบ่งซอยแยกย่อยออกเป็น “ยุคไทรแอสสิก (Triassic)” อันเป็นต้นกำเนิดเริ่มต้นของไดโนเสาร์ที่วิวัฒนาการจากสัตว์เลื้อยคลานเป็นเดินด้วยสองขาหลัง นับเป็นบรรพบุรุษตัวจริงของพวกมัน ซึ่งหากเป็นประเภทคอยาวอยู่ในกลุ่มซอโรพอด พวกนี้จะนิยมกินพืช

ส่วนพวกซีโลไฟซิสที่มีสองขาหลังสูงราว 1 เมตร พวกนี้จะแคล่วคล่องว่องไวในการเคลื่อนไหว จัดเป็นนักล่าตัวฉกาจต่อการล่าเหยื่อ หรือก็คือไดโนเสาร์ผู้ชอบกินเนื้อนั่นเอง

ถัดมาเป็น “ยุคจูราสสิก (Jurassic)” ที่คนทั้งโลกต่างรู้จักกันจากจอภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่อง “จูราสสิก ปาร์ค” อันเป็นยุคต่อเนื่องจากไทรแอสสิกที่พวกมันสามารถครอบครองโลกทั้งโลกได้สำเร็จ

สภาพแวดล้อมโลกยุคนี้ แผ่นดินเริ่มถูกปกคลุมด้วยพืชขนาดยักษ์ ขณะที่ไดโนเสาร์ประเภทคอยาวซอโรพอด (Sauropod) ได้พากันขยายพันธุ์กันมากขึ้น อีกทั้งยังพัฒนาเป็นสัตว์ปีกเยี่ยงนกสามารถบินได้ แม้ลำตัวจะยาวใหญ่กำยำกลับไม่ใช่ปัญหาสำหรับพวกมัน

ก้าวล่วงถึงยุคสุดท้ายของไดโนเสาร์ ได้แก่ “ยุคเครเทเซียส (Cretaceous)” ซึ่งอยู่ในระหว่างช่วงเวลา 144-165 ล้านปีก่อน ที่เริ่มปรากฏสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่คืองู นก กับพืชมีดอก ส่วนไดโนเสาร์ก็ยังวิวัฒนาการทางสรีระ ด้วยการเกิดนอและครีบหลัง ผิวหนังก็หนาขึ้นเพื่อใช้ป้องกันตนเอง

ยุคนี้เองที่อุบัติเหตุพลันเกิดขึ้นกับโลกอย่างรุนแรงที่สุด เมื่อดาวหางดวงใหญ่หลุดวงโคจรขึ้นในระบบสุริยะจักรวาล แล้วดิ่งเข้าพุ่งชนโลกโครมใหญ่ ส่งผลให้ไดโนเสาร์ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่สุด และเคยยิ่งใหญ่อยู่บนโลกนี้ ต้องสูญพันธุ์ไปกับเหตุการณ์ตามกาลเวลาตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

สรุปรวมไดโนเสาร์ครองโลกนี้อยู่นานถึง 165 ล้านปี และดับดิ้นสิ้นพันธุ์ไปโดยไม่มีวันได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาหายใจอีกเลย เมื่อราวๆ 65 ล้านปีที่ผ่านมา...นานแค่ไหนให้มโนกันเอาเอง?

นี่คือ...กระจกสะท้อนให้มนุษย์ผู้หลงตนเองได้เห็นว่า แม้ไดโนเสาร์จะครองโลกนานถึง 165 ล้านปี แต่ที่สุดก็ยังมีวันสูญพันธุ์ได้ แล้วนับประสาอะไรกับมนุษย์ที่หยิ่งผยองพองกล้าม

เมื่อปี 2519 กรมทรัพยากรธรณีได้เริ่มลงมือขุดค้นซากกระดูกไดโนเสาร์ที่ถูกกลบทับถมอยู่ใต้ชั้นดินและหินมานาน กระทั่งพบโครงกระดูกไดโนเสาร์ซอโรพอดเป็นครั้งแรก ความยาว 15 เมตร ที่ อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น

จากนั้นก็ยังคงมุ่งหน้าขุดค้นจนพบโครงกระดูก ทั้งไดโนเสาร์ประเภทดุร้ายกินเนื้อกับไม่ดุร้ายกินพืชและสัตว์โลกเมื่อหลายร้อยล้านปีอีกมากมายหลายชนิด ซึ่งเกิดประโยชน์ต่อการศึกษาค้นคว้าและวิจัย โดยขยายพื้นที่ทำงานร่วมระหว่างคณะสำรวจชาวไทยกับฝรั่งเศส ทำให้ได้พบโครงกระดูกไดโนเสาร์สายพันธุ์ต่างๆ

ทั้งที่ อ.คำม่วง-อ.นาคู จ.กาฬสินธุ์ กับที่ จ.เลย-เพชรบูรณ์ และบริเวณภูเก้า จ.หนองบัวลำภู หรือแม้แต่ที่กลุ่มหินน้ำพองทางภูกระดึง จ.เลย

จากการศึกษาและรวบรวมชิ้นส่วนต่างๆของไดโนเสาร์ที่ค้นพบ กาลต่อมาคือในปี 2544 กรมทรัพยากรธรณีก็ได้จัดตั้งอาคารพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงขึ้นที่ อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น

พอปี 2551 ก็จัดตั้งพิพิธภัณฑ์ภูกุ้มข้าวขึ้นที่ อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานนามให้ใหม่ว่า “พิพิธภัณฑ์สิรินธร”

ทั้งสองแห่งปัจจุบันได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวของภูมิภาคอีสาน ประเภทห้องเรียนรู้ในรูปการแสดงเรื่องราวผ่านนิทรรศการชวนแลดู

อย่างน่าสนใจ โดยการนำเสนอเรื่องราววิวัฒนาการของโลก ตลอดจนสิ่งมีชีวิตชนิดต่างๆ เรื่องราวเหล่านั้นได้ถูกจัดให้กลุ่มไดโนเสาร์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ควรแก่การศึกษาโดดเด่นสุด

พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ทั้ง 2 แห่งบนแผ่นดินอีสานที่มีการค้นพบโครงกระดูกของพวกมันซึ่งล้วนยังสมบูรณ์ในโครงสร้างของสรีระ และจัดมาแสดงด้วยนั้น ต่างได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวในแต่ละวันจำนวนมากมาย บริษัทนำเที่ยวเองก็ถือเป็นสินค้าสำคัญทางการท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่สถาบันการศึกษานิยมใช้เป็นสถานการศึกษานอกห้องเรียนในสถาบัน

และ...สวนนงนุชพัทยา แหล่งท่องเที่ยวในเขตพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ก็ได้ลงทุนในส่วนของภาคเอกชน สร้างนวัตกรรมใหม่ด้านการท่องเที่ยวที่เกี่ยวกับโลกยุคไดโนเสาร์ขึ้น ด้วยรูปแบบจำลอง “หุบเขาไดโนเสาร์” เหนือลานหินบนเนินสูงกลางพื้นที่ 25 ไร่ ระหว่างสวนปาล์มกับสวนฝรั่งเศส

กัมพล ตันสัจจา ผู้อำนวยการสวนนงนุชฯ บอกว่า เราได้รับความกรุณาจาก ดร.วราวุธ สุธีธร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและการศึกษาบรรพชีวินวิทยา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ที่มีผลงานด้านการขุดค้นโครงกระดูกไดโนเสาร์ เพื่อการศึกษาและวิจัยในพื้นที่อีสานมานาน ให้ไปเรียนรู้ข้อมูลและเข้าร่วมพัฒนาหุบเขาแห่งนี้ จนกระทั่งสำเร็จเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา

จากการศึกษาของกลุ่มนักธรณีวิทยากับบรรพชีวินวิทยา พบว่า ในเมืองไทยมีไดโนเสาร์อยู่มากกว่า 20 สายพันธุ์ อาทิ กลุ่มกินเนื้อประกอบด้วยสไปโนซอรัส (Spinosaurus) ลำตัวสูง 3.9 เมตร ยาว 15 เมตร พวกนี้กระดูกสันหลังสูงคล้ายใบเรือ

เวโลซีแรปเตอร์ (Velociraptor) อาวุธสำคัญคือเล็บเท้าแหลมคมเหมือนใบมีด ส่วน โพสตูคัส (Postosuchus) จะคล้ายจระเข้โบราณมีฟันแหลมคม ด้าน ไดโลโฟซอรัส (Dilophosaurus) นั้น สำหรับตัวผู้จะมีหงอนไว้อวดตัวเมียเวลาผสมพันธุ์

กลุ่มกินพืชประกอบด้วยแบรคิโอซอรัส (Brachiosaurus) จัดเป็นซอโรพอดขนาดใหญ่ ลำตัวยาว 30 เมตร สูง 13-15 เมตร เจริญพันธุ์ในยุคจูราสสิก, สเตโกซอรัส (Stegosaurus) พวกนี้สะโพกจะเสมือนนกขาสั้น ปากเล็ก ส่วนไทรเซอราทอปส์ (Triceratops) จะงอยปากเหมือนนกแก้วสำหรับกัดพืชก่อนกลืน

ไดโนเสาร์เหล่านี้ได้ถูกปั้นเป็นรูปลอยตัวอยู่ในหุบเขาไดโนเสาร์ มีทั้งหมด 22 สายพันธุ์ โดยมีขนาดใกล้เคียงตัวจริง และที่น่ายินดีคือในกลุ่มนี้จำนวน 9 สายพันธุ์ เป็นไดโนเสาร์ที่พบเฉพาะในไทยเท่านั้น

ภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวไว้เมื่อครั้งมาเปิด “หุบเขาไดโนเสาร์” ยอมรับว่า ที่นี่คือแหล่งท่องเที่ยวแนวใหม่ของจังหวัดชลบุรี ที่จะมีส่วนส่งเสริมต่อการท่องเที่ยวกับเมืองพัทยา ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 18 กิโลเมตร และจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดกระแสเงินสะพัดโดยรวมไม่ต่ำกว่า 12 ล้านบาทต่อปี

จากกำเนิดของโลกจริงเมื่อ 245 ล้านปีก่อน มาถึงโลกจำลองของสิ่งมีชีวิตในยุคนั้น ทั้งที่พิพิธภัณฑ์ภูเวียง อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น หรือพิพิธภัณฑ์สิรินธร อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ มาจนถึงหุบเขาไดโนเสาร์ สวนนงนุชพัทยา จ.ชลบุรี และแหล่งขุดค้นโครงกระดูกไดโนเสาร์ตามพื้นที่ต่างๆของไทย น่าจะถือได้ว่าคือมรดกอันทรงค่าต่อการใฝ่รู้ในความเป็นไปของโลกเมื่อยุคดึกดำบรรพ์ ที่นานเกินกว่ามนุษยชาติยุคไหนๆจะก้าวตามไปทันกับโลกขณะนั้น

“ไดโนเสาร์”...สิ้นยุคไปแล้ว แต่ตำนานและหลักฐานจากโครงกระดูกยังคงหลงเหลือไว้ประดับโลก เป็นเรื่องราวที่น่าศึกษา ค้นหาอย่างน่าพิศวง.