วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ธุรกิจโลกในศตวรรษหน้า

วันวาน PwC ประเทศไทย เผยผลสำรวจ “แรงงานในอนาคตปี 2030” จากผู้ถูกสำรวจ 10,000 คน ใน จีน อินเดีย เยอรมนี อังกฤษ สหรัฐฯ พบว่า ในอนาคต ปัญญาประดิษฐ์ (Al–Artificial Intelligence) และ ระบบอัตโนมัน (Automation) จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจและแรงงานมนุษย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แนวโน้มรูปแบบการทำงานในปี 2573 (2030) จะเปลี่ยนแปลงไป มีความซับซ้อนและแข่งขันกันมากขึ้น

60% ของผู้ถูกสำรวจ เชื่อว่า ในอนาคตจะมีคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ที่จะมีการงานที่มั่นคงและยืนยาวไปตลอด ทุกคนต้องมีการพัฒนาทักษะใหม่ทุก 2-3 ปี

ที่น่าสนใจก็คือ PwC ได้แบ่งโลกการทำงานที่อาจจะเกิดขึ้นใน 10 ปีข้างหน้าเป็น 4 รูปแบบ อันเป็นผลมาจากอิทธิพลของ เมกะเทรนด์ปัญหาประดิษฐ์ (AL) ระบบอัตโนมัติ และ การเรียนรู้ของเครื่องจักรกล (Machine Learning) ดังนี้

1.โลกสีเหลือง The Yellow World เป็นโลกที่ มนุษย์มาเป็นอันดับแรก การอยู่ร่วมกันในสังคมจะเป็นตัวขับเคลื่อนให้ธุรกิจก้าวไปข้างหน้า จรรยาบรรณและความน่าเชื่อถือ จะนำหน้ากระแสเงินทุน สังคมจะมีความเป็นเอกภาพและสัมพันธ์กัน นักคิดค้น นักประดิษฐ์ กลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ จะประสบความสำเร็จโดยมีเทคโนโลยีเป็นทั้งตัวช่วยและความท้าทาย

2.โลกสีแดง The Red World คือ โลกที่ฟูมฟักนวัตกรรมใหม่ การดำเนินธุรกิจ การออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆจะพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว จนเกินกว่าหน่วยงานกำกับดูแลจะสามารถควบคุมได้ เป็นโลกที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว แต่เต็มไปด้วยความเสี่ยงรอบด้าน

3.โลกสีเขียว The Green World เป็นโลกที่ ภาคธุรกิจเอาใจใส่และให้ความสำคัญต่อหน้าที่และความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม เป้าหมายสำคัญขององค์กรคือ การสร้างความไว้วางใจต่อสังคม เป็นโลกที่คนต้องการทำงานกับองค์กรที่ตนมีความเชื่อมีค่านิยมตรงกัน

4.โลกสีน้ำเงิน The Blue World เป็นโลกที่ ระบบทุนนิยม คือ พระเจ้า (Corporate is King) บริษัทจะให้ความสำคัญกับการสร้างอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ของตนเอง (เหมือน เฟซบุ๊ก กูเกิล แอปเปิล อเมซอน อาลีบาบา) เพื่อสร้างกำไรที่เหนือคู่แข่งเก่าและใหม่ เป็นโลกที่ถือเอา “ขนาด” มีอิทธิพลต่อการทำธุรกิจทุกด้าน คนที่มีความสามารถสูงจะเป็นที่ต้องการของนายจ้างและได้รับผลตอบแทนสูง ระบบอัตโนมัติและเอไอจะถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มผลผลิตและคุณภาพ

คุณภิรดา ภักดีสัตยพงศ์ หุ้นส่วนไพรซ์ระบุว่า อีก 10 ปีข้างหน้า นวัตกรรมจะเข้ามามีบทบาทในภาคธุรกิจไทยมากขึ้นอย่างแน่นอน ต้นทุนจะถูกกว่ามาก กฎระเบียบรัฐจะถูกปรับให้เอื้อกับพัฒนาการของนวัตกรรม องค์กร และ บุคลากรไทย จำเป็นต้องเตรียมความพร้อม องค์กรต้องเริ่มศึกษาและนำเทคโนโลยีไปปรับใช้กับธุรกิจและกระบวนการทำงานในองค์กร บุคลากรจำเป็นต้องพัฒนาทักษะด้านดิจิทัล เช่น ทักษะในการคิดวิเคราะห์ Analytical Skills แต่ การบริหารจัดการงานที่ซับซ้อน และ งานที่ต้องการตัดสินใจในเชิงลึก ยังมองว่า ยังคงต้องใช้มนุษย์เป็นหัวใจสำคัญ

สรุปก็คือ การตัดสินใจที่ซับซ้อน คนยังฉลาดกว่าเครื่องจักรอยู่ดี

ประเด็น ระบบอัตโนมัติแทนคนใน 10 ปีข้างหน้า ผมก็เชื่อว่าเป็นเช่นนั้น แต่อีก 20 ปี 50 ปี 100 ปีข้างหน้า จะยังเป็นจริงอยู่หรือไม่ ผมคิดว่าเป็นประเด็นที่น่าสนใจ แต่ยังไม่มีใครพูดถึง เพราะตกอยู่ในความเชื่อเรื่องปัญญาประดิษฐ์และนวัตกรรมที่จะมาแทนที่มนุษย์ โดยไม่ได้คิดถึง สิ่งแวดล้อมอีกด้าน นั่นคือ มนุษย์ อีกนั่นแหละ

ผมเพิ่งดู ตัวเลขประชากรโลกในอีก 3–80 ปีข้างหน้า ที่ องค์การสหประชาชาติ เพิ่งจัดทำขึ้นใหม่เมื่อกลางปี 2560 เห็นแล้วก็ช็อก ประชากรโลกเพิ่มขึ้นจนน่ากลัว

ใน ปี 2020 โลกจะมีประชากร 7,765 ล้านคน ปี 2030 มีประชากร 8,674 ล้านคน ปี 2050 มีประชากร 10,852 ล้านคน ปี 2080 มีประชากร 16,957 ล้านคน ปี 2100 มีประชากร 28,957 ล้านคน และ คนจีน จะลดเหลือ 801 ล้านคน อินเดีย จะเพิ่มเป็น 2,668 ล้านคน ถึงเวลานั้นผมไม่รู้ว่า มนุษย์ กับ เทคโนโลยี ใครจะครองโลกกันแน่?

“ลม เปลี่ยนทิศ”