วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดเทอมวันแรก ชาวบ้านโผงเผงพายเรือ ฝ่าน้ำท่วมส่งลูกไปโรงเรียน

บรรยากาศเปิดเทอมที่อ่างทองวันแรก ชาวโผงเผงพายเรือส่งลูกหลานไปโรงเรียน เผยเสื้อผ้าส่วนใหญ่ไม่ได้รีด เนื่องจากหวั่นอันตรายกลัวโดนไฟฟ้ารั่วช็อต ด้านสถานการณ์น้ำเจ้าพระยาเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง...

เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ที่บริเวณหมู่ 5 ตำบลโผงเผง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง พื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมขังสูงร่วม 2 เมตร ชาวบ้านส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ในบ้านที่น้ำท่วมขังต้องตื่นแต่เช้าพายเรือออกมาส่งบุตรหลานไปโรงเรียนในวันเปิดเทอมวันแรก ซึ่งชาวบ้านบางรายที่ยังต้องนอนเฝ้าบ้านอยู่กลางน้ำในพื้นที่น้ำท่วม จำต้องตื่นแต่เช้าเนื่องจากต้องพายเรือเป็นระยะทางไกล เพื่อออกมาส่งบุตรหลานไปโรงเรียน บริเวณริมถนนสายโผงเผง - ป่าโมก เนื่องจากบริเวณในพื้นที่ถูกน้ำท่วมรถไม่สามารถจะเข้าไปรับนักเรียนได้ และยังมีนักเรียนหลายคนไม่ได้รีดเสื้อผ้า โดยผู้ปกครองไม่กล้าที่จะเสี่ยงใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า เนื่องจากกลัวถูกไฟฟ้าช็อตจนเสียชีวิต


นายพิศาล พสกบุตร อายุ 57 ปี ชาวบ้าน หมู่ที่ 6 ตำบลโผงเผง ชาวบ้าน กล่าวว่า ตนเองต้องตื่นแต่เช้าพายเรือออกมาส่งลูกชายที่เปิดเทอมเป็นวันแรก ซึ่งต้องใช้ระยะทางไกลมากในการพายเรือ เนื่องจากจะต้องพายลัดเลาะมาตามซอยในหมู่บ้าน โดยปกติแล้วจะมีรถของโรงเรียนมารับถึงที่บ้าน แต่ตอนนี้บ้านตนเองถูกน้ำท่วมจนเกือบถึงพื้นบ้านที่อาศัย จึงต้องพายเรือออกมาส่งลูกชายไปโรงเรียนแทน โดยเสื้อผ้าชุดนักเรียนก็ไม่กล้าที่จะใช้เตารีดรีดเสื้อผ้าให้กับลูกชาย เนื่องจากกลัวถูกไฟฟ้าช็อตจนเสียชีวิต 


ด้าน นางบุญชู ไตรรถ อายุ 51 ปี ชาวบ้าน หมู่ที่ 5 ตำบลโผงเผง เปิดเผยว่า บ้านของตนเองอยู่ห่างจากริมถนนประมาณ 500 เมตร ถูกน้ำท่วมบริเวณใต้ถุนบ้านทั้งหมดจนเกือบถึงพื้นบ้าน จึงต้องนอนอาศัยเฝ้าของอยู่ภายในบ้าน โดยใช้เรือพายออกมาส่งหลานสาวและน้องสาวไปโรงเรียนและไปทำงาน ซึ่งมีความยากลำบากมาก ประกอบกับบ้านของตนเองถูกน้ำท่วม จึงต้องย้ายมาอาศัยบ้านของครอบครัวอยู่รวมกัน และตนเองได้แต่หวังว่าถ้าระดับน้ำเริ่มลดลงสู่สภาวะปกติก็จะได้กลับไปอยู่บ้านของตนเองต่อไป


ส่วนสถานการณ์น้ำเจ้าพระยา ลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังอยู่เกินระดับวิกฤติ ล่าสุดที่ C7A หน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทอง น้ำเจ้าพระยา อยู่ที่ 8.85 เมตร จากระดับตลิ่ง 9.32 มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,578 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำลดลง ประมาณ 4-5 ซม. มีผู้ประสบภัย 5 อำเภอ 38 ตำบล 129 หมู่บ้าน 4,037 ครัวเรือน พื้นที่เกษตร 7,015 ไร่ เกษตรกร 1,020 ราย.