วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลุ่มเจ้าพระยา น้ำลดลง เหนือยะเยือก

ยอดดอยแค่6ํ เชียงรายตาย1 ภูเรือ จ.เลยวูบ

นายกฯพร้อมคณะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม จ.ขอนแก่น สั่งสำรวจหาพื้นที่แก้มลิง พื้นที่ภาคกลางเตรียมทุ่มงบขุดคลองระบายน้ำลงป่าสัก พิษณุโลก และพิจิตรระดับน้ำคงที่ มีแนวโน้มลดลง กาฬสินธุ์น้ำชีเริ่มทะลักเสี่ยงพนังกั้นน้ำพัง ส่วนน้ำลุ่มเจ้าพระยาปริมาณลดลง ขณะที่อากาศหนาวเหนือและอีสานอุณหภูมิลดฮวบ ยอดดอย อินทนนท์ต่ำ 6 องศา ส่วนหนุ่มเชียงรายนอนหนาวตายในบ้าน แพทย์ยังไม่ระบุสาเหตุ

สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ ระดับน้ำทรงตัว ลมหนาวเริ่มมาแล้ว เมื่อวันที่ 31 ต.ค. จ.พิษณุโลก น้ำในพื้นที่บางระกำโมเดล 60 ไม่มีผลกระทบต่อ ต.ชุมแสงสงคราม น้ำท่วมบ้านเรือน วัด และโรงเรียนเป็นน้ำที่เอ่อล้นจากแม่น้ำยมสายหลักรองรับน้ำจาก จ.สุโขทัย ผ่านประตูระบายน้ำบ้านวังสะตือ อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย และน้ำหลากทุ่งที่ไหลมาจาก อ.ลานกระบือ จ.กำแพงเพชร มีปริมาณมาก เริ่มลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะกลับคืนสู่สภาวะปกติเร็วๆนี้ เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำยมสายเก่า และน้ำในแม่น้ำน่านลดลง

นายชำนาญ ชูเที่ยง ผอ.โครงการส่งน้ำ และบำรุงรักษายมน่าน เปิดเผยว่า ระดับน้ำในแม่น้ำยมสายเก่าอยู่ในพื้นที่บางระกำโมเดล 60 นั้น บริหารจัดการน้ำลดการระบายน้ำ และปิดบานประตูระบายน้ำตอนบนทั้งหมด ทำให้ระดับน้ำที่ประตูระบายน้ำวังขี้เหล็ก ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม ลงมาจนถึงประตูระบายน้ำบางแก้ว ต.บางระกำ อ.บางระกำ คลองบางแก้ว และคลองสาขาต่างๆ รวมถึงน้ำในทุ่งลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำในแม่น้ำยมสายหลักที่ผ่านทางด้านหลังที่ว่าการอำเภอบางระกำ ก่อนมาบรรจบกับแม่น้ำยมสายเก่าสามารถระบายน้ำได้เร็ว เมื่อระดับน้ำในเขตพื้นที่บางระกำโมเดล 60 เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ก็จะปิดประตูระบายน้ำเพื่อเก็บน้ำให้เกษตรกรไว้ใช้ในฤดูเพาะปลูก ต่อไป

จ.พิจิตร น้ำในแม่น้ำยมที่ไหลผ่าน 4 อำเภอ ประกอบด้วย อ.สามง่าม อ.โพธิ์ประทับช้าง อ.บึงนาราง และ อ.โพทะเล น้ำเอ่อล้นไหลเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตร ทำให้มีน้ำค้างทุ่ง 47,380 ไร่ นานกว่า 2 เดือนแล้ว โดยเฉพาะที่ ต.รังนก อ.สามง่าม และที่บ้านดานน้อย หมู่ 6 ต.วังจิก อ.โพธิ์ประทับช้าง ถนนหลายสายถูกน้ำท่วม ระดับน้ำสูง 60 ซม.-1 เมตร ระดับน้ำคงที่ และมีแนวโน้มลดลง

จ.กาฬสินธุ์ มวลน้ำชีมาจาก จ.ขอนแก่น และ จ.มหาสารคาม ส่งผลให้ระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกระแสน้ำยังไหลเชี่ยวทำให้กัดเซาะพนังเอ่อล้นเข้าพื้นที่ เจ้าหน้าที่และชาวบ้านต่างเร่งช่วยกันสร้างแนวกระสอบทรายกั้นน้ำ เพื่อป้องกันน้ำเอ่อท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร ด้านนายประสูตร หอมบรรเทิง นายอำเภอฆ้องชัย กล่าวว่า ระดับน้ำชีในพื้นที่ อ.ฆ้องชัย ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายพื้นที่เสี่ยงเกิดพนังขาด และน้ำเอ่อท่วมได้ตลอดเวลา ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายช่วยกันทำแนวกระสอบทรายกั้นน้ำตามจุดเสี่ยง เพื่อป้องกันน้ำเอ่อท่วมบ้านเรือน และพื้นที่การเกษตร พร้อมยังจัดกำลังออกตรวจสอบตามจุดเสี่ยงตลอด 24 ชั่วโมง หากพบจุดไหนมีความเสี่ยงก็จะรีบแก้ไขให้เร็วที่สุด มีเครื่องจักรกลและกำลังคนเตรียมพร้อมตลอดเวลา

นายวินัย ทองทัพ กำนัน ต.พระลับ อ.เมืองขอนแก่น พร้อมด้วยนายพงศธร นิศาพิทักษ์กุล อดีตนายกเทศมนตรีตำบลพระลับ สนธิกำลังร่วมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่จากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช อบจ.ขอนแก่น และเทศบาลนครขอนแก่น นำเครื่องจักรกลหนัก และรถแบ็กโฮ เร่งเสริมแนวคันดินวางบิ๊กแบ็กจุดทางท่อลอด และสะพานข้ามถนนเลี่ยงเมืองสายขอนแก่น-กาฬสินธุ์ ช่วงรอยต่อระหว่างเขต ต.บึงเนียม กับ ต.พระลับ โดยเฉพาะช่วงสะพานข้ามถนนทางเข้าวัดท่าประทาย และประตูระบายน้ำ D8 ห้วยพระคือ ขณะนี้มวลน้ำที่ไหลผ่านแนวคันดินกั้นแม่น้ำพองช่วงคลองส่งน้ำ 3Lพังทลายลงมา น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ชั้น 2 และทะลักข้ามทางลอด 6 จุด ท่วมชั้น 4 ตามแผนการกั้นน้ำของเขตเมืองแล้ว บ้านเรือนเสียหายกว่า 400 หลังคาเรือน

ด้านนายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน ลงพื้นที่ตรวจการซ่อมแนวคันดินพนังกั้นน้ำคลอง 3L ที่ถูกกระแสน้ำจากแม่น้ำพองกัดเซาะจนพังทลายลงมาในพื้นที่บ้านคุยโพธิ์ ต.พระลับ อ.เมืองขอนแก่น นายทองเปลวกล่าวว่า น้ำที่กัดเซาะแนวคันดินมาตั้งแต่วันที่ 28 ต.ค. ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถเชื่อมฐานของแนวคันดินดังกล่าวได้แล้ว ใช้กล่องตาข่ายทำด้วยลวดแล้วบรรจุก้อนหินขนาดใหญ่วางลงไปทำเป็นฐาน มีความแข็งแรงจะต้านกระแสน้ำที่ยังไหลเชี่ยวได้อย่างดี ขณะที่มวลน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ชั้นใน 28 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน เมื่อซ่อมพนังกั้นน้ำเสร็จแล้วจะเหลือ 700,000 ลบ.ม.ต่อวัน มั่นใจว่าระดับน้ำจะลดลง และกลับเข้าสู่สภาวะปกติภายใน 2 สัปดาห์

ที่เขตเทศบาลนครนครสวรรค์ ชาวบ้าน 12 ชุมชน รวมกว่า 700 ครัวเรือน โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำน้ำท่วมขังมานานกว่า 1 เดือน ระดับน้ำ 80-150 ซม. ล่าสุด น้ำเริ่มลดระดับลงแล้ว 20-30 ซม. คาดว่า 1-2 สัปดาห์ ระดับน้ำจะลดลงเข้าสู่สภาวะปกติ สถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ที่สถานีวัดน้ำ C 2 จ.นครสวรรค์ ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,799 ลบ.ม.ต่อวินาที ลดลงจากเมื่อวันที่ 30 ต.ค. 35 ลบ.ม.ต่อวินาที ส่วนที่เขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,598 ลบ.ม.ต่อวินาที ลดลง 50 ลบ.ม.ต่อวินาที วันที่ 31 ต.ค. ปรับลดการระบายน้ำลงไปถึง 100 ลบ.ม.ต่อวินาที ทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนลดลง อยู่ที่ 17.00 เมตร ระดับน้ำทะเลปานกลาง ส่วนระดับน้ำท้ายเขื่อนลดลงมาอยู่ที่ 15.81 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ส่งผลให้พื้นที่เหนือเขื่อน และท้ายเขื่อนมีระดับน้ำลดลง 10-30 ซม. ที่โรงเรียนชุมชนวัดดักคะนน ต.ธรรมามูล อ.เมืองชัยนาท พื้นที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยาน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วม 30-120 ซม. ขณะนี้ระดับน้ำลดลง ทำให้ครู และนักเรียนสามารถเข้าไปทำความสะอาดอาคารเรียนได้บางส่วน

ส่วนที่วัดอัมพวัน อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง พนัง กั้นน้ำบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาพังทลายน้ำเอ่อล้นทะลักเข้าท่วมโบสถ์ วิหาร ศาลา และเมรุจมน้ำได้รับความเสียหาย ระดับน้ำสูง 3 เมตร ด้านพระวรรนพ มหาปุญโญ พระลูกวัด เปิดเผยว่า พระและเณรเริ่มป่วยเป็นโรคน้ำกัดเท้า และผิวหนังเป็นผื่นคัน เนื่องจากน้ำขังไม่ไหลเวียน ทำให้สภาพน้ำเริ่มเน่าเหม็นและมียุงชุม ส่วนสุนัขและแมวหนีน้ำขึ้นไปอยู่ศาลา และบนหลังคา พระต้องพายเรือแบ่งอาหารไปให้สัตว์กินเพื่อช่วยเหลือกัน

จ.สิงห์บุรี พื้นที่ อ.อินทร์บุรี อ.เมืองและ อ.พรหมบุรี ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา น้ำเข้าท่วมบ้านเรือน ล่าสุดระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเริ่มลดลง ที่จุดวัดระดับน้ำ C 3 ต.บางพุทรา อ.เมืองสิงห์บุรี ปริมาณน้ำไหลผ่านวัดได้ 2,620 ลบ.ม.ต่อวินาที ลดลง 2 ซม. ที่ชุมชนซอย 6 หลัง รพ.บางบัวทอง หมู่ 3 ต.โสนลอย อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี น้ำท่วมขังมากว่า 1 เดือนแล้ว เนื่องจากน้ำในลำคลองพระพิมลราชาล้นตลิ่ง ระดับน้ำสูงกว่า 40 ซม. ชาวบ้านเดือดร้อนยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปช่วยเหลือ เช่นเดียวกับชุมชนริมคลองลำโพ หมู่ 1 ต.ละหาร อ.บางบัวทอง น้ำเข้าท่วมบ้านเรือนหลายหลัง ชาวบ้านช่วยกันวางกระสอบทรายเป็นทางเดินเข้าบ้าน

นายนิมิต วันไชยธนวงศ์ ผวจ.สุพรรณบุรี และนายวิศิษฐ์ อนันต์วรปัญญา นายอำเภอสอง–พี่น้อง ลงพื้นที่ไปตรวจสถานการณ์น้ำท่วมที่ ต.ศรีสำราญ ต.สองพี่น้อง ต.หัวโพธิ์ ต.บ้านกุ่ม ต.บ้านช้าง และ ต.บางตาเถร อ.สองพี่น้อง จุดสำคัญอยู่ที่บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 12 เครื่อง ทำให้สถานการณ์น้ำในหลายอำเภอน้ำลดลงต่อเนื่อง ขณะที่นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผวจ.พระนครศรีอยุธยา สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบอุทกภัยพร้อมมอบถุงยังชีพแล้ว

สำหรับสภาพหนาวเย็นที่ภาคเหนือและอีสาน อุณหภูมิลดลงอย่างต่อเนื่อง นายรุ่ง หิรัญวงษ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า อากาศบริเวณยอดดอยอินทนนท์วัดได้ต่ำสุด 6 องศาเซลเซียส อากาศเริ่มหนาวเย็นลงอย่างต่อเนื่อง เริ่มเข้าสู่หน้าหนาวอย่างเต็มตัวแล้ว

ที่กิ่วแม่ปาน อุณหภูมิต่ำสุด 9 องศาฯ ส่วนที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ วัดได้ต่ำสุด 14 องศาฯ นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวดอยอินทนนท์ ทั้งหมด 2,458 คน ส่วนสภาพอากาศในเมืองเชียงใหม่อากาศเย็น มีหมอกในตอนเช้ากับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 20 องศาฯ

ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง อ.ภูเรือ จ.เลย อากาศหนาวลดลงต่ำสุด 9 องศาฯ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง 11 องศาฯ อุทยานแห่งชาติภูเรือ 14.0 องศาฯ อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย อ.นาแห้ว 15.0 องศาฯ ส่วนพื้นราบเส้นทาง อ.ด่านซ้าย-อ.นาแห้ว มีหมอกลงหนาเต็มถนน ชาวบ้านต้องใส่เสื้อกันหนาว และออกมาผิงไฟหน้าบ้านเพื่อความอบอุ่น ที่ จ.ศรีสะเกษ อุณหภูมิลดลง 1-2 องศาฯ ตามพื้นที่ราบทั่วไปอุณหภูมิต่ำสุด 20 องศาฯ บนยอดเขาตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านเขาพระวิหาร อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 17 องศาฯ

จ.เชียงราย เกิดเหตุสลด พ.ต.ท.ทวีชัย จักรสาร สว. (สอบสวน) สภ.เทิง ไปตรวจสอบชายเสียชีวิตที่บ้านเลขที่ 8 หมู่ 2 ต.แม่ลอย อ.เทิง จ.เชียงราย พบศพนายผล ต๊ะจันทร์ อายุ 44 ปี สภาพนอนห่มผ้านวมอยู่หน้าห้องนอนไม่พบร่องรอยการต่อสู้ สอบถามทราบว่า เมื่อคืนวันที่ 30 ต.ค. ผู้ตายนอนดูทีวี กระทั่งช่วงเช้าญาติปลุกไม่ตื่น เนื้อตัวเย็น คาดอากาศหนาวเย็นจนทำให้เสียชีวิต ขณะที่แพทย์ยังไม่ระบุสาเหตุการตาย ส่งศพไปชันสูตรต่อไป ที่ อ.แม่สาย ชาวบ้าน และนักท่องเที่ยวจำนวนมากเลือกซื้อเสื้อผ้ากันหนาวกันอย่างคึกคัก พ่อค้าแม่ค้าสั่งสินค้าแฟชั่น และลวดลายหลากหลายมาจำหน่ายเริ่มต้นราคา 60 -1,000 บาท ที่ จ.นครพนม สภาพอากาศหนาวเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 16 องศาฯ ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ติดกับแม่น้ำโขงได้รับผลกระทบอากาศหนาวเย็น มีลมกระโชกแรง

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวภายหลังการประชุม ครม. ถึงสถานการณ์น้ำท่วม และมาตรการเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยว่า สถานการณ์น้ำในขณะนี้ ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า มีลุ่มน้ำทั้งหมด 25 ลุ่มน้ำ ลุ่มแม่น้ำที่มีปัญหาคือลุ่มแม่น้ำยม น่าน รองลงมาเป็นลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ท่าจีน ทางตะวันออกเฉียงเหนือลุ่มแม่น้ำชี และแม่น้ำมูล ที่ได้รับผลกระทบจากพายุในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ปริมาณน้ำมากกว่าปกติ มีการ บริหารจัดการน้ำมาโดยตลอด แต่จะบอกว่าไม่ท่วมเลยก็เป็นไปไม่ได้ เพราะเป็นน้ำที่สะสมมาจากภาคเหนือส่วนหนึ่ง ปริมาณทั้งหมดไม่ต่ำจากปี 54 แต่จะทำให้เกิดผลกระทบให้น้อยที่สุดใช้ 12 ทุ่งเป็นแก้มลิงธรรมชาติบรรเทาได้

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า สั่งจัดตั้งสำนักงานการบริหารจัดการน้ำแล้ว และให้จัดการประชุมโดยเร็วที่สุด รวบรวมข้อมูล แผนงาน แผนปฏิบัติจาก 3 ปี ทำมาพอสมควรแล้ว อย่างการพิจารณาในเรื่องของ อ.บางบาล และ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ใช้งบประมาณไปหมื่นกว่าล้านบาท และพิจารณาศึกษาความเป็นไปจะทำคลองใหม่ ระบายน้ำในแม่น้ำป่าสักอีกเส้นทางหนึ่ง เพื่อระบายน้ำออกทะเล อาจผ่านไร่นาของเกษตรกร และอาจจะผ่านพื้นที่ประชาชนอยู่อาศัย ส่วนนี้คือความยากง่ายในการทำงาน อีกทั้งงบประมาณที่ใช้ค่อนข้างมากประมาณ 3-4 หมื่นล้านบาท ต้องพิจารณาให้เหมาะสมทำแล้วคุ้มค่า อย่างน้อยจะช่วยป้องกันน้ำไม่ให้เข้าท่วมพื้นที่ อ.บางบาล และ อ.บางไทร

ต่อมาช่วงบ่าย วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เดินทางไปติดตามสถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.ขอนแก่น จากนั้นนายกฯกล่าวว่า มาเพื่อให้กำลังใจและติดตามสถานการณ์น้ำ พร้อมนำพระราชกระแสความห่วงใยจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับสั่งกับตนเสมอให้ดูแลประชาชน และพระราชทานสิ่งของช่วยเหลือมาโดยตลอด ทุกหน่วยงานต้องเร่งสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน ขอให้ทางจังหวัดไปศึกษาการกักเก็บน้ำหลังน้ำลด ดูพื้นที่ใดเป็นพื้นที่แก้มลิง หากทำได้ก็ดำเนินการทันที

กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง ทวีกำลังแรงเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว มีแนวโน้มเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกอย่างช้าๆ เข้าปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ในช่วงวันที่ 1-3 พ.ย. ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ คาดว่าจะได้รับผลกระทบในวันที่ 1 พ.ย. หลายจังหวัดประกอบด้วยนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส วันที่ 2-3 พ.ย. จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่