วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สัปดาห์พิสูจน์ “กว่าง”


สัปดาห์นี้ไฮไลต์ของฟุตบอลไทย จะไปอยู่ที่ฟุตบอลถ้วยเมเจอร์ทั้ง 2 รายการ ที่เดินทางมาถึงรอบตัดเชือกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทั้งถ้วย “น็อกเอาต์” เอฟเอคัพ และ ถ้วยลีกคัพ (ที่ฤดูกาลที่แล้วใช้วิธีจับสลากหาแชมป์นั่นแหละ)

รอบรองฯ เอฟเอคัพ จะเตะก่อนใน วันพุธที่ 1 พ.ย.นี้ โดยเป็นการโคจรมาพบกันระหว่าง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กับ เชียงราย ยูไนเต็ด

ส่วนอีกคู่ “แข้งเทพ” แบงค็อก ยูไนเต็ด จะพบกับทีมม้ามืด (สุดๆ) จากเมืองเหนือ เจแอล เชียงใหม่ จากที 4 ที่เพิ่งตีตั๋วเลื่อนชั้นขึ้นที 3

จากนั้นในวันเสาร์ที่ 4 พ.ย. ก็จะถึงคิวของบอลลีกคัพ ซึ่งทีม “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทองฯ จะพบกับโปลิศ เทโร เอฟซี และ “กว่างโซ้งมหาภัย” เชียงราย เตรียมเปิด “ศึกส้มเดือด” กับราชบุรี มิตรผล เอฟซี

ต้องจับตา 2 ทีมที่มีลุ้น “ดับเบิ้ลแชมป์บอลถ้วย” ฤดูกาลนี้ทั้งเมืองทอง และเชียงราย ยูไนเต็ด ที่ต่างทะลุเข้ามาถึงรอบนี้ด้วยกันทั้งคู่ แถมยังจับติ้วมาเจอกันเองในถ้วยเอฟเอคัพ วันพุธนี้อีกต่างหาก

รับประกันว่าแมตช์นี้ไฟแลบแน่ เพราะทั้งสองทีมต่างก็หวังเข้าชิงชนะเลิศและเป็น “แชมป์” รายการนี้ให้ได้

โดยเฉพาะเมืองทอง ที่หวังอะไรไม่ได้แล้วกับไทยลีก หลังบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โกยแต้มทิ้งห่างไม่เห็นฝุ่น ขออีกแค่แต้มเดียวจาก 3 นัด ก็จะเข้าป้ายแชมป์สบายๆ

ส่วนเชียงราย ยูไนเต็ด ยิ่งต้องการถ้วยใบนี้ เพื่อยกระดับสโมสรสู่การเป็น “ยอดทีมแถวหน้า” ของเมืองไทยอย่างเต็มตัว หลังพวกเขากลายเป็น “เจ้าบุญทุ่ม” ทีมใหม่ของเมืองไทยไปแล้วในเวลานี้

แต่ถ้ามีโทรฟี่แชมป์มาประดับบารมี ก็จะเป็นโบนัสชิ้นใหญ่สำหรับ “สาวกกว่าง” ทั้งปวง

โดยเฉพาะผู้บริหารหนุ่มไฟแรง “บิ๊กฮั่น” มิตติ ติยะไพรัช กับ “บิ๊กโจอี้” ธนพล วิระเทพ-สุภรณ์ ที่จับมือช่วยกันอัพเกรดทีมด้วยความตั้งอกตั้งใจ

ทั้งการทุ่มเม็ดเงินมหาศาลหลายร้อยล้านซื้อยอดนักเตะทั้งไทยและเทศเข้ามาเสริมทีมแบบพลิกโฉม

เอาแค่ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ คนเดียวก็ปาเข้าไปจะครึ่งร้อยล้านเข้าไปแล้ว น่าเสียดายที่ “เจ้าตั้ม” มาโชคร้ายได้รับบาดเจ็บยาว เลยอดช่วยทีมไล่ล่าความสำเร็จในซีซั่นนี้

รวมไปถึงการลงทุนดึง อเล็กซานเดร กามา กุนซือชาวบราซิเลียน เข้ากุมบังเหียนทีม ซึ่งตอนแรกแม้เจ้าตัวจะยังต้องปรับจูนทีมให้เข้าที่เข้าทางอยู่พอสมควร

จนมาช่วงหลังๆผลงานของเชียงรายก็เริ่มเข้ารูปเข้ารอยและ “นิ่ง” มากขึ้น จนสามารถเข้าตัดเชือกบอลถ้วยถึง 2 รายการอย่างที่เห็น

โดยเฉพาะเกมที่โค่นปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ทีมเก่าของโค้ชกามาเอง พ้นเส้นทาง เอฟเอคัพ เมื่อรอบที่แล้ว
เป็นอะไรที่สะใจจริงๆพ่ะย่ะค่ะ!

แม้ในเกมลีกฤดูนี้ เมืองทองจะเคยเปิดบ้านเอาชนะเชียงราย ไปได้ 4-2 แต่กับเกมบอลถ้วยที่นัดเดียวรู้เรื่อง แถมเล่นสนามกลางที่ราชมังคลากีฬาสถานด้วย อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

ขณะเดียวกันในถ้วยลีกคัพที่จะเตะตัดเชือกวันเสาร์ที่สนามศุภชลาศัย ทีมกว่างโซ้งก็เจองานไม่เบากับนักเตะ “ราชันมังกร” ราชบุรี ที่เมื่อก่อนคือทีมเกรดเดียวกันคืออยู่แถวกลางๆตาราง (ค่อนไปทางท่อนบน)

แต่ชั่วโมงนี้หากเชียงราย ยูไนเต็ด ต้องการสถาปนาตัวเองขึ้นไปเป็นทีมหัวแถวของเมืองไทย

ก็ต้องหักด่านนี้เข้าไปชิงให้สำเร็จ

จะเรียกว่าสัปดาห์นี้เป็นวีกแห่งการพิสูจน์ศักยภาพของ “กว่าง” ยุคใหม่

ก็ไม่ผิดนัก!!!

บี บางปะกง