วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มหานิมิตร วัดสวนดอก ดอดพบตำรวจ ให้การภาคเสธ เป็นพม่าสวมบัตรคนตาย

ญาติเผยพา ‘มหานิมิตร’ เจ้าอาวาสวัดสวนดอกพบ พงส.แล้ว ให้การภาคเสธ กรณีถูกกล่าวหา เป็นพม่าสวมบัตรคนตายที่ชัยภูมิ ยอมรับทำบัตรจริง แต่ไม่ได้ดำเนินการเอง มีคนอื่นทำให้..

วันที่ 31 ต.ค. พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวกรณีพระราชรัชมุนี อายุ 52 ปี เจ้าอาวาสวัดสวนดอก พระอารามหลวง และเจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่ ถูกกล่าวหาว่าสวมบัตรประจำตัวประชาชนคนตาย ที่ จ.ชัยภูมิ โดยที่ตัวเองเป็นชาวพม่าพลัดถิ่น ว่า ในคดีนี้ถือว่าเป็นคดีที่จะต้องตั้งคณะทำงานขึ้นมาโดยให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับ ผู้บังคับการสอบสวนสืบสวนตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมกันในการดำเนินการภายใต้การควบคุมของ พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า รอง ผบช.ภ.5 เพราะที่ผ่านมาให้ ผกก.สภ.แม่อาย ดูแลทั้งการสืบสวนสอบสวน ทำงานแบบกดดันของทุกฝ่าย ทำให้การทำงานไม่กว้างขวาง แต่หากใช้เป็นคณะทำงานจะดำเนินการอย่างคล่องตัว

“คดีนี้ไม่ซับซ้อน เป็นการกระทำผิดส่วนบุคคลไม่ใช่องค์กร จึงต้องมีการสืบสวนสอบสวนหาพยานหลักฐานบุคคลที่เข้าเกี่ยวข้อง และการที่พระราชรัชมุนีมาพบพนักงานสอบสวนแล้ว และพนักงานสอบสวนก็ได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ ผู้ถูกกล่าวหาให้การปฏิเสธก็ต้องปล่อยตัวไปก่อน เมื่อรวบรวมพยานหลักฐานได้เพียงพอแล้ว ก็จะเรียกตัวมาพบเพื่อนำส่งอัยการ ผิดก็ว่าไปตามคำผิดไม่ว่าจะเป็นพระหรือฆราวาส เพื่อให้เกิดความชัดเจนและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย คดีก็ถือเป็นคดีปกติธรรมดาคดีหนึ่ง เพียงแต่ว่าผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดนั้นเป็นพระเท่านั้น"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้จากการที่ได้เดินทางไปที่บ้านร่มไทย ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จ.เชียงใหม่ ขอพบกับนายชาญชัย ศรีวชิรพันธ์ หรือ หนานจิ่ง ที่เป็นน้องร่วมสายโลหิตของพระราชรัชมุนี เพื่อขอความกระจ่างหลังจากที่สื่อเสนอข่าวว่ามีการมามอบตัวของพระราชรัชมุนี

นายชาญชัย กล่าวว่า ในวันที่ 27 ตุลาคม ที่ผ่านมา ช่วงบ่าย พระราชรัชมุนี พร้อมด้วยตนเองและญาติพี่น้องและพระมหานิคม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงวัดท่าตอนได้เดินทางเข้าพบ พันตำรวจโทสัมพันธ์ โยธิน หัวหน้าพนักงานสอบสวนและร้อยตำรวจเอกสิทธิ์ศักดิ์ คำใส พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ ว่าตามที่เป็นข่าวว่าพระราชรัชมุนี หลังเกิดเหตุได้มีการหลบหนีไปโผล่ที่นั้น ที่นี้บ้าง ในวันนี้จึงมาพบพนักงานสอบสวน ขณะที่ยังไม่มีหมายเรียก หรือหมายจับ ซึ่งทางพนักงานสอบสวนเมื่อเจ้าตัวมาแสดงตัวตนที่แท้จริง จึงแจ้งข้อกล่าวหา ตามที่นายวิเศษ ผงนอก ปลัดอำเภอ(เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ) มาร้องทุกข์กล่าวโทษพระราชรัชมุนี (นิมิตร ทิพย์ปัญญาเมธี) ในความผิด "ยื่นคำขอมีบัตรโดยมิได้มีสัญชาติไทย ด้วยการแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ตาม พ.ร.บ.บัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ.2526 มาตรา 14 และแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ตาม ป.อาญา มาตรา 137 และแจ้งเจ้าพนักงานผู้กระทำตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชน หรือเอกสารราชการซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน" ตาม ป.อาญา มาตรา 267

"จากการตรวจสอบทางฝ่ายทะเบียนอำเภอแม่อายพบว่าพระราชรัชมุนี มาขอทำบัตรประจำตัวประชาชนครั้งแรกที่อำเภอแม่อาย หลังจากทางพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว ทางพระราชรัชมุนีได้รับทราบข้อกล่าวหา แต่ได้ให้การภาคเสธ โดยรับว่าได้ทำจริง แต่ไม่ได้ทำเอง มีผู้ดำเนินการให้ ยินดีให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ พร้อมจะให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนที่มีการร้องขอ เวลานี้ก็ไม่ได้หลบหนีไปไหน ยังอยู่ที่วัด” นายชาญชัย กล่าว.