วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
มหานิมิตร วัดสวนดอก ดอดพบตำรวจ ให้การภาคเสธ เป็นพม่าสวมบัตรคนตาย

มหานิมิตร วัดสวนดอก ดอดพบตำรวจ ให้การภาคเสธ เป็นพม่าสวมบัตรคนตาย

  • Share:

ญาติเผยพา ‘มหานิมิตร’ เจ้าอาวาสวัดสวนดอกพบ พงส.แล้ว ให้การภาคเสธ กรณีถูกกล่าวหา เป็นพม่าสวมบัตรคนตายที่ชัยภูมิ ยอมรับทำบัตรจริง แต่ไม่ได้ดำเนินการเอง มีคนอื่นทำให้..

วันที่ 31 ต.ค. พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวกรณีพระราชรัชมุนี อายุ 52 ปี เจ้าอาวาสวัดสวนดอก พระอารามหลวง และเจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่ ถูกกล่าวหาว่าสวมบัตรประจำตัวประชาชนคนตาย ที่ จ.ชัยภูมิ โดยที่ตัวเองเป็นชาวพม่าพลัดถิ่น ว่า ในคดีนี้ถือว่าเป็นคดีที่จะต้องตั้งคณะทำงานขึ้นมาโดยให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับ ผู้บังคับการสอบสวนสืบสวนตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมกันในการดำเนินการภายใต้การควบคุมของ พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า รอง ผบช.ภ.5 เพราะที่ผ่านมาให้ ผกก.สภ.แม่อาย ดูแลทั้งการสืบสวนสอบสวน ทำงานแบบกดดันของทุกฝ่าย ทำให้การทำงานไม่กว้างขวาง แต่หากใช้เป็นคณะทำงานจะดำเนินการอย่างคล่องตัว

“คดีนี้ไม่ซับซ้อน เป็นการกระทำผิดส่วนบุคคลไม่ใช่องค์กร จึงต้องมีการสืบสวนสอบสวนหาพยานหลักฐานบุคคลที่เข้าเกี่ยวข้อง และการที่พระราชรัชมุนีมาพบพนักงานสอบสวนแล้ว และพนักงานสอบสวนก็ได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ ผู้ถูกกล่าวหาให้การปฏิเสธก็ต้องปล่อยตัวไปก่อน เมื่อรวบรวมพยานหลักฐานได้เพียงพอแล้ว ก็จะเรียกตัวมาพบเพื่อนำส่งอัยการ ผิดก็ว่าไปตามคำผิดไม่ว่าจะเป็นพระหรือฆราวาส เพื่อให้เกิดความชัดเจนและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย คดีก็ถือเป็นคดีปกติธรรมดาคดีหนึ่ง เพียงแต่ว่าผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดนั้นเป็นพระเท่านั้น"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้จากการที่ได้เดินทางไปที่บ้านร่มไทย ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จ.เชียงใหม่ ขอพบกับนายชาญชัย ศรีวชิรพันธ์ หรือ หนานจิ่ง ที่เป็นน้องร่วมสายโลหิตของพระราชรัชมุนี เพื่อขอความกระจ่างหลังจากที่สื่อเสนอข่าวว่ามีการมามอบตัวของพระราชรัชมุนี

นายชาญชัย กล่าวว่า ในวันที่ 27 ตุลาคม ที่ผ่านมา ช่วงบ่าย พระราชรัชมุนี พร้อมด้วยตนเองและญาติพี่น้องและพระมหานิคม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงวัดท่าตอนได้เดินทางเข้าพบ พันตำรวจโทสัมพันธ์ โยธิน หัวหน้าพนักงานสอบสวนและร้อยตำรวจเอกสิทธิ์ศักดิ์ คำใส พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ ว่าตามที่เป็นข่าวว่าพระราชรัชมุนี หลังเกิดเหตุได้มีการหลบหนีไปโผล่ที่นั้น ที่นี้บ้าง ในวันนี้จึงมาพบพนักงานสอบสวน ขณะที่ยังไม่มีหมายเรียก หรือหมายจับ ซึ่งทางพนักงานสอบสวนเมื่อเจ้าตัวมาแสดงตัวตนที่แท้จริง จึงแจ้งข้อกล่าวหา ตามที่นายวิเศษ ผงนอก ปลัดอำเภอ(เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ) มาร้องทุกข์กล่าวโทษพระราชรัชมุนี (นิมิตร ทิพย์ปัญญาเมธี) ในความผิด "ยื่นคำขอมีบัตรโดยมิได้มีสัญชาติไทย ด้วยการแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ตาม พ.ร.บ.บัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ.2526 มาตรา 14 และแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ตาม ป.อาญา มาตรา 137 และแจ้งเจ้าพนักงานผู้กระทำตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชน หรือเอกสารราชการซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน" ตาม ป.อาญา มาตรา 267

"จากการตรวจสอบทางฝ่ายทะเบียนอำเภอแม่อายพบว่าพระราชรัชมุนี มาขอทำบัตรประจำตัวประชาชนครั้งแรกที่อำเภอแม่อาย หลังจากทางพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว ทางพระราชรัชมุนีได้รับทราบข้อกล่าวหา แต่ได้ให้การภาคเสธ โดยรับว่าได้ทำจริง แต่ไม่ได้ทำเอง มีผู้ดำเนินการให้ ยินดีให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ พร้อมจะให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนที่มีการร้องขอ เวลานี้ก็ไม่ได้หลบหนีไปไหน ยังอยู่ที่วัด” นายชาญชัย กล่าว.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้