วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดีเอสไอ ทลายโกดังแว่นก๊อปแบรนด์ดัง กว่า 2 แสนชิ้น มูลค่า 40 ล้าน

“ดีเอสไอ" ทลายแหล่งเก็บสินค้าประเภทแว่นตาปลอมเครื่องหมายการค้ายี่ห้อดังรายใหญ่ ย่านคลองถม ยึดของกลางกว่า 2 แสนชิ้น มูลค่ากว่า 40 ล้านบาท พร้อมจับเจ้าของชาวจีน

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 31 ต.ค.60 พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ พ.อ.พินิจ ตั้งสกุล ผู้อำนวยการกองคดีทรัพย์สินทางปัญญา นางมาลา ตั้งประเสริฐ ตัวแทนผู้เสียหายบริษัทลูซอตติกา กรุ๊ป เอส.เอ.พี.ปิอัซซาเล่ คาดอร์มา จำกัด เจ้าของเครื่องหมายการค้าเรย์แบน และนายริชาร์ด รอดนี่ ตัวแทนผู้เสียหายบริษัทลีวาย เสตราซ์ แอนด์โค จำกัด เจ้าของเครื่องหมายการค้าลีวาย ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมสินค้าประเภทแว่นตาปลอมเครื่องหมายการค้า อาทิ ยี่ห้อเรย์แบน ลีวาย กุชชี่ และพราด้า ฯลฯ

พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า กองคดีทรัพย์สินทางปัญญา ดีเอสไอ ได้สืบสวนจนแน่ชัดว่ามีการลักลอบนำเข้าและจำหน่ายแว่นตาปลอมเครื่องหมายการค้ายี่ห้อต่างๆ ในย่านคลองถม จึงได้ขออนุมัติหมายค้นต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ซึ่งศาลได้อนุมัติให้ทำการค้นสถานที่เก็บสินค้าจำนวน 3 จุด คือจุด สำเพ็ง หลัง รร.แกรนด์ไชน่า (หน้าร้าน) จุดที่ 2 ซอยสมเด็จเจ้าพระยา โกดังล็อก 9เอ และจุดที่ 3 โกดังย่านเจริญนครซอย 8 โดยเมื่อวันที่ 30 ต.ค. 60 เวลาประมาณ 13.00 น. จึงปฏิบัติการตรวจค้นสถานที่ดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบแว่นตาปลอมเครื่องหมายการค้ายี่ห้อเรย์แบน กุชชี่ โอ้คเล่ย์ หลุยส์ วิตตอง ดิออร์ พราด้า เบอร์เบอรี่ ชาแนล แอร์เมส ลีวายส์ แวนซ์ ลาคอสท์ และอื่นๆ จำนวนมาก

นอกจากนั้นยังพบแว่นตาที่หลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรอีกจำนวนมาก รวมแว่นตาของกลางทั้งหมดประมาณ 210,000 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าของกลางกว่า 40 ล้านบาท โดยได้จับกุม นายหลิง จื้อ จู สัญชาติจีน ซึ่งเป็นเจ้าของและผู้ครอบครองสถานที่ โดยเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อกล่าวหาว่ากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 และกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 พร้อมนำส่งพนักงานสอบสวนดีเอสไอเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ดีเอสไอมีนโยบายในการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่จะทำให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากสถานะประเทศที่ไม่ให้การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเพียงพอ โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษมุ่งดำเนินการต่อผู้นำเข้ารายใหญ่และแหล่งผลิตภายในประเทศเป็นความเร่งด่วนลำดับแรก

ด้านนางมาลา กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้ของดีเอสไอพบแว่นตาหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรจำนวนมากที่สุดตั้งแต่ที่ดีเอสไอได้จับกุมมา ทั้งนี้ข้อฝากอธิบดีเอสไอว่า จำนวนลอตใหญ่ขนาดนี้ ซึ่งสามารถผ่านด่านศุลกากรเข้ามาได้ จึงควรที่จะตรวจสอบเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยอยากให้อธิบดีดีเอสไอทำเรื่องถึงอธิบดีศุลกากรให้ตรวจสอบว่าสินค้าลอตใหญ่ขนาดนี้ผ่านด่านศุลกากรที่จุดใด

นายริชาร์ด กล่าวว่า ขอขอบคุณดีเอสไอ และรัฐบาลไทยที่สนับสนุนการปราบปรามเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยหลังจากนี้ตนก็จะทำรายงานเรื่องนี้ไปที่เจ้าของการค้าที่อยู่ในต่างประเทศได้ทราบถึงการดำเนินการในครั้งนี้ และหวังว่าดีเอสไอจะมีการดำเนินการปราบปรามอย่างต่อเนื่อง

พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า จากการเข้าตรวจค้นและยึดของกลางครั้งนี้รวมไปถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งได้พบข้อมูลมีความเชื่อมโยงไปยังบุคคลและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ทั้งนี้จะเร่งรัดการทำสำนวนคดีความผิด พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า และ พ.ร.บ.ศุลกากร ซึ่งครั้งนี้จะแตกต่างจากการดำเนินคดีกรณีการละเมิดลิขสิทธิ์ โดยจะนำเรื่องของความผิดฐานฟอกเงินรวมอยู่ในสำนวนเดียวกัน ซึ่งทำสำนวนไปแล้วกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ และคาดว่าจะเสร็จสิ้นในเดือน ธ.ค.นี้ ทั้งนี้เบื้องต้นมีผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 6 ราย อาทิ ผู้ว่าจ้างนำเข้าสินค้า คนขนส่ง และเจ้าหน้าที่ด้วย.