วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ครม.ไฟเขียว ยืดรับบริจาคช่วยน้ำท่วมถึงสิ้นปี ลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า

ครม.ไฟเขียว ตามที่คลังเสนอ ขยายเวลารับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จากที่สิ้นสุดสิ้นเดือนต.ค. ไปเป็นสิ้นปี สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า...

เมื่อวันที่ 31 ต.ค. นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบมาตรการการเงินการคลังเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในปี 2560 เพิ่มเติม ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เนื่องจากเห็นว่าในปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดยังคงเหลือพื้นที่อีก 17 จังหวัดที่สถานการณ์อุทกภัยยังไม่คลี่คลาย จากทั้งหมด 23 จังหวัด โดยมาตรการเพิ่มเติมจากปัจจุบัน คือ มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ในการบริจาคเงินหรือทรัพย์สินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้ยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 645) พ.ศ.2560 ซึ่งได้กำหนดช่วงเวลาสำหรับการบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ประสบอุทกภัย ระหว่างวันที่ 5 ก.ค.60 ถึง 31 ต.ค.60 ที่ได้สิ้นสุดลงไปแล้วนั้น แต่เนื่องจากยังมีประชาชนและครัวเรือนที่ประสบเหตุอุทกภัยดังกล่าวอยู่

ทั้งนี้กระทรวงการคลังจึงเห็นควรให้ขยายระยะเวลาให้ผู้บริจาคเงินหรือทรัพย์สินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยระหว่างวันที่ 1 พ.ย.60 ถึง 31 ธ.ค.60 ไปหักเป็นค่าลดหย่อนหรือรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นจากสิทธิการหักรายจ่ายตามปกติอีกเป็นจำนวน 50% โดยออกเป็นร่างพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในมาตรา 3 (1) แห่งประมวลรัษฎากร

"เดิมเรื่องการบริจาคเงินหรือทรัพย์สินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยนั้น ให้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่บริจาคสามารถนำไปหักลดหย่อนได้ 1.5 เท่า จนถึงวันที่ 31 ต.ค.60 นั้น ของใหม่ที่เพิ่มเติมคือจะขยายเวลาออกไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค.60" นายณัฐพร ระบุ

ส่วนมาตรการยกเว้นภาษีสำหรับค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ที่ทางราชการประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ในระหว่างวันที่ 5 ก.ค.60 ถึง 31 ธ.ค.60 ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่รวมกันไม่เกิน 1 แสนบาท และมาตรการยกเว้นภาษีสำหรับค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมรถยนต์ในพื้นที่ที่ทางราชการประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติในระหว่างวันที่ 5 ก.ค.60 ถึง 31 ธ.ค.60 ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่รวมกันไม่เกิน 3 หมื่นบาทนั้น ยังคงเป็นไปตามกำหนดระยะเวลาเดิม.