วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เพราะไม่มีความรู้ ยิ่งยง โดนคนหลอกเป็นหนี้สิบล้าน (คลิป)

กว่าจะมีชีวิตที่สุขสบาย นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ยิ่งยง ยอดบัวงาม ต้องผ่านชีวิตความยากลำบากมาตั้งแต่วัยเด็ก ล้มลุกคลุกคลานมากไม่น้อย ซึ่งเจ้าตัวจะมาเปิดใจเล่าถึงชีวิตตั้งแต่ต่ำสุด จนรุ่งเรืองสุด แบบหมดเปลือกในรายการ ยิ่งศักดิ์ ยิ่งแซ่บ ที่มี อ.ยิ่งศักดิ์ เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

คนสงสัยความสัมพันธ์กับ ฮาย อาภาพร?
“หลายคนถามความสัมพันธ์กับ ฮาย อาภาพร ไม่ได้เป็นผัวเป็นเมียกัน ไม่ได้เป็นอะไร เป็นแค่เพื่อนร่วมงาน พี่น้อง นับถือกันมากกว่า ที่มีข่าวเพราะคงเป็นคู่จิ้น ถามว่าทำไมไม่เอามาทำเป็นแฟน เพราะเค้าไม่ใช่สเปกของผม เรารักกันเป็นแบบพี่น้อง คบกันยาวนานและตลอดไป”

ตอนที่มีชื่อเสียง ทำงานเยอะ ไปต่างประเทศหอบเงินล้านกลับไทย?
“ผมโด่งดังมาจากเพลงสมศรี 1992 บินไปทำงานที่ต่างประเทศบ่อยมาก ทุกครั้งที่ไปทำงานที่ต่างประเทศก็ได้เงินมาเยอะบ้าง ไม่เยอะบ้าง

แต่หลังๆ เรื่องเพลงอาจจะเงียบไป แต่งานหน้าจอก็มีเข้ามาแทน ส่วนรายได้ที่หามาได้ ไม่ได้เยอะอะไร ช่วงที่ดังจากเพลงสมศรี ก็ได้เงินแค่ไม่กี่พัน ไม่ได้มีการแบ่งรายได้ คนที่รวยจริงคือนายทุน แต่ถ้าเป็นปัจจุบัน มีเพลงดังแบบสมศรีผมจะดังเป็นร้อยล้าน”

ชีวิตวัยเด็ก บ้านจนมาก?
“ตอนเป็นเด็กผมจนมาก จนจริงๆ บ้านหลังคามุงจาก เวลาฝนตกก็ต้องลากเสื่อหนีฝน บ้านจนมากจนต้องกินข้าวคลุกเกลือ น้ำปลาไม่รู้จัก เวลาไปโรงเรียนไม่ได้กลับมากินข้าวบ้าน เพราะรู้ว่าไม่มีข้าว ก็จะไปเดินดูเพื่อนกินข้าว เพราะไม่มีตังค์ไปโรงเรียน เสาร์-อาทิตย์ไปขุดคลองให้เป็นถนน ขุดคนเดียวได้มา 40 บาท ใช้เวลา 3 วัน

ตอนเป็นเด็กได้เรียนหนังสือน้อยมาก อาทิตย์นึงได้เรียน 2 วัน ส่วนมากจะไปทำงานช่วยพ่อแม่ พอจบ ป.6 ก็ถามพ่อแม่ ท่านไม่ให้เรียนต่อ ไม่มีเงินส่งเรียน ก็เลยตัดสินใจบวช 1 พรรษา เพราะตอน ป.4 ป.5 ไปเป็นเด็กวัด คือบ้านจนเพราะไม่มีเงินส่งเรียน ถ้าจะเรียนพ่อต้องขายที่นาส่งเรียน และผมก็ไม่ยอมเพราะมันเป็นที่ทำกินของพ่อแม่

แล้วหลวงพ่อส่งผมไปเรียน เป็นการเรียนฟรี เรียนตั้งแต่ ม.1 จนจบ ม.3 ตอนบวชไม่มีสมาธิเลย ได้ยินเสียงเพลงตลอด เพราะวัดติดตลาด (หัวเราะ) ผมชอบร้องเพลงมาตั้งแต่เด็ก พอจบ ม.3 ขอหลวงพ่อสึก บอกหลวงพ่อจะไปเป็นนักร้อง หลวงพ่อโกรธมาก แล้วก็ไปกรุงเทพฯ มาหาพี่ภมร เพราะอยากจะเป็นนักร้อง ให้เค้าไปฝากผมอยู่วงดนตรี ทำอะไรก็ได้ เพราะชอบมาก

แต่ไปสมัครทำงานที่ไหนก็ไม่มีใครเอา เพราะรูปร่างไม่เหมาะเป็นศิลปิน ผมฟู ตัวดำ จมูกโต แต่ถูกดูถูกแค่ไหนก็ไม่เปลี่ยนใจ เพราะมีความตั้งใจจะเป็นนักร้องมาก จนได้เจอครูเข้ารับไว้ คือเสียงผมดีนะ แต่หน้าตาผมไม่ดี”

ส่วนเรื่องครอบครัว เมื่อครั้งที่ลูกคนแรกออกมาจนเป็นข่าวให้บทเรียนอะไรกับตัวเอง?
“ผมมีลูก 3 คน คนโตที่เคยมีข่าวตอนนี้ก็เป็นเด็กดีมาก ขายของอยู่ที่อรัญ ผมสร้างตึกเอาไว้ให้ บทเรียนจากเหตุการณ์ลูกสาวคนโต มันทำให้เรารู้ว่าเราเป็นพ่อ เราต้องมีความรับผิดชอบ แต่การมีลูก มันมีทั้งความสุขและความทุกข์ บางคนให้คุณ บางคนทำลายชื่อเสียงก็มี แล้วแต่ลูกคนนั้นจะมีจิตสำนึกหรือเปล่า

ส่วนลูกสาวคนเล็ก ส่งไปเรียนที่นิวซีแลนด์ เพราะตอนที่ลูกเรียนเมืองไทย เค้าเหมือนเด็กทั่วไป ไม่ใส่ใจเรื่องของการเรียน สนใจโซเชียล มีคนคอยดูแลชีวิต และมองว่าถ้าวันนึงปล่อยลูกไว้แบบนี้ แล้วเราไม่อยู่ เค้าจะดูแลตัวเองไม่ได้ ก็เลยคุยกัน ให้เค้าไปเรียนเมืองนอกที่ไหนก็ได้ แล้ววันนึงเค้าก็บอกว่าพร้อมจะไปเรียนแล้ว

เดือนๆ นึงต้องส่งเสียลูกเป็นล้าน เรียนจนจบ พอจะสอบเข้ามหาลัยก็สอบไม่ผ่าน จนส่งเค้าไปเรียนพิเศษแล้วเค้าก็สอบผ่าน เรียนการบริหารโรงแรมการจัดการ พอเรียนมหาลัยเค้าก็เริ่มมีความคิดอยากจะหาเงินช่วยเรา แล้วก็ได้ไปทำงานที่ร้านอาหารเป็นเด็กเสิร์ฟ เพราะภาษาแข็งแรงขึ้น ตอนนี้ลูกสาวเปลี่ยนไปมาก เค้าเริ่มโตขึ้น”

เคยเป็นหนี้หลักสิบล้าน และโดนฟ้องล้มละลาย เกิดขึ้นได้อย่างไร?
“ผมเคยพลาดเป็นหนี้ครั้งมหาศาลเมื่อตอนที่ดังใหม่ๆ มีคนมาชวนทำแมนชั่น และผมมองอนาคตคิดว่าถ้ามีห้องเช่าให้คนเช่าก็คงจะดี ซึ่งตอนนั้นไม่มีความรู้เรื่องการบริหารเลย เพราะเป็นคนไร้การศึกษา ไม่รู้ว่าการมีเงินแล้วจะรักษาไว้อย่างไร ซื้อตึกในราคาที่แพงมาก ถือว่าเป็นประสบการณ์ชีวิต โดนฟ้องล้มละลาย ได้ไปกรมบังคับคดี ขึ้นศาล ทุกอย่างมันเกิดจากการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ขาดการศึกษา

จากที่เริ่มมีงาน งานก็ค่อยๆ ไม่มี ต้องจ่ายค่าผ่อนตึกเดือนละ 5 หมื่นบาท เฉพาะดอกไม่มีเงินต้น แล้วสุดท้ายผ่อนไม่ไหว ก็ปล่อยไป เงินมันก็ทบไปเรื่อยๆ จนเป็นเงินสิบล้าน ตอนนั้นยอมรับว่าใช้ชีวิตประมาท คิดแค่ว่าตัวเองจะต้องดังไปเรื่อยๆ ไม่คิดว่าตัวเองจะไม่มีงาน แต่พอชีวิตมาถึงจุดนี้ ก็เริ่มไปเจรจาขอลดดอกเบี้ย โดยแฟนเป็นคนจัดการให้ จาก 6 ล้าน เหลือคืนให้เค้า 1.7 ล้าน และตอนนี้ก็ปิดหนี้ทุกอย่างหมดแล้ว

ก็ขอบคุณภรรยาที่ช่วยทำให้เรื่องนี้เคลียร์ไปได้ จากสิ่งที่เกิดขึ้นมันทำให้ผมอยากจะเรียนหนังสือ จะได้มีความรู้ จะได้ไม่พลาด เราต้องศึกษาและเรียนรู้กับมันด้วยตัวเอง อย่ามัวแต่ไปฟังเค้าพูดๆ มา ต่อไปถ้าจะทำธุรกิจต้องเรียนรู้ ศึกษาให้ละเอียด และตอนนี้กำลังจะทำธุรกิจของครอบครัว แต่ก็ยังไม่เลิกร้องเพลงนะ ตอนนี้กำลังเตรียมทำเพลงอยู่ คาดว่าสิ้นปีนี้จะได้ฟังกัน”.