วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ญาติร้องป.สางคดี น้องหวาน สาวพม่า ยิงตัวตายที่บ้านโป่ง เชื่อถูกฆาตกรรม

ครอบครัว “น้องหวาน” สาวเมียนมาอายุ 17 ปี ที่ใช้ปืนยิงตัวตายในบ้านพัก อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อกองบังคับการปราบปรามเพื่อให้รื้อฟื้นคดี เนื่องจากติดใจการเสียชีวิตว่าอาจจะเป็นการฆาตกรรม เพราะผู้ตายถนัดมือซ้าย แต่ถูกยิงเข้าทางขมับขวา และเจ้าตัวใช้อาวุธปืนไม่เป็น

วันที่ 31 ต.ค.60 ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสถานทูตเมียนมาและครอบครัวของน้องหวาน หรือนางสาวหวาน ปาเปียว อายุ 17 ปี ที่ใช้ปืนของนายจ้างยิงตัวตายในบ้านพัก ที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา นำเอกสารหลักฐานเดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เพื่อขอให้รื้อฟื้นคดีนี้ใหม่ เนื่องจากทางสถานทูตและครอบครัวมีข้อสงสัยติดใจว่าน้องหวานอาจจะถูกฆาตกรรม และจัดฉากเป็นการฆ่าตัวตาย

นางสาวลูกหว้า ปาเปียว พี่สาวของน้องหวาน เปิดเผยว่า ครอบครัวมีความสงสัยในสาเหตุการเสียชีวิตของน้องหวาน เนื่องจากผู้เสียชีวิตถนัดมือซ้าย แต่การเสียชีวิตจากการถูกยิงเข้าทางขมับขวา และน้องหวานใช้อาวุธปืนไม่เป็น ซึ่งในวันเกิดเหตุนางสาวลูกหว้าได้หนีออกจากบ้านโดยไม่ได้บอกใคร เพราะความเครียดจากการทำงานและถูกนายจ้างต่อว่า และในวันถัดมาจึงทราบว่าน้องสาวเสียชีวิต ซึ่งทางตำรวจแจ้งว่าสาเหตุเกิดจากความเครียดที่พี่สาวหนีออกจากบ้านไป จึงคิดว่ามีเงื่อนงำเพราะน้องหวานเข้ามาทำงานกับนายจ้างคนนี้ก่อนถึง 5 เดือน จึงไม่น่าฆ่าตัวตายเพราะเรื่องแค่พี่สาวออกจากบ้าน ครอบครัวจึงเข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อสถานเอกอัครราชทูตเมียนมาประจำประเทศไทย

ขณะที่ นายอง โก ทัน เจ้าหน้าที่ด้านแรงงาน สถานเอกอัครราชทูตเมียนมาประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า จากลักษณะการเสียชีวิตของน้องหวานคือการเสียชีวิตแบบไม่ปกติ ซึ่งทางสถานทูตเชื่อว่าน้องหวานไม่ได้ฆ่าตัวตายอย่างแน่นอน โดยมีข้อสงสัย จำนวน 4 ข้อ คือ 1.น้องหวานเป็นชาวเมียนมาที่ไม่เคยใช้ปืนเลย ประกอบกับน้องหวานเป็นคนถนัดมือซ้าย แต่ทิศทางกระสุนถูกยิงเข้าขมับขวา จึงเป็นที่ผิดสังเกต 2.ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนจำนวนสองนัด ซึ่งหากเป็นการฆ่าตัวตายคงไม่ยิงถึงสองครั้ง 3.ทางครอบครัวและสถานทูตไม่เคยได้รับข้อมูลเรื่องผลตรวจชันสูตรพลิกศพ  เนื่องจากทางตำรวจท้องที่ไม่ได้มีการแจ้งอย่างชัดเจน และจากสภาพศพที่ไม่มีการทำความสะอาด ทำให้เชื่อว่ายังไม่ได้มีการชันสูตรศพ 4.พบว่ามีการสับเปลี่ยนของกลางคือปืนที่ใช้ก่อเหตุ เนื่องจากพี่สาวน้องหวานเคยเห็นปืนของนายจ้างเป็นสีดำ แต่ถูกสับเปลี่ยนเป็นสีเงิน ซึ่งไม่ใช่ของกลางจริง

นอกจากนี้ยังพบว่า เอกสารบัตรแรงงานต่างด้าวที่ประเทศไทยทำให้ ระบุว่านางสาวหวาน อายุ 23 ปี แต่ทางสถานเอกอัครราชทูตเมียนมายืนยันว่า นางสาวหวานมีอายุ 17 ปีเท่านั้น โดยทางสถานทูตจะดำเนินการให้ถึงที่สุด เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับครอบครัว

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปรามได้รับเรื่องไว้  ก่อนส่งให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาและสืบสวนสอบสวนต่อไป.