วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รอยด่างคดีรับจำนำข้าว

ปิดคดีจำนำข้าว เหลือแต่เรื่องเล่าขาน

เป็นอันว่าคดีจำนำข้าวว่าด้วยการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ปล่อย ปละละเลยจนทำให้เกิดความเสียหายเป็นอันจบลงไปโดยปริยาย

หลังจากที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้อ่านคำพิพากษาลับหลังไปเมื่อวันนี้ 27 ก.ย.60 จำคุก 5 ปี

จำเลย “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ที่ได้หลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษา

แต่เนื่องจากมีกฎหมายใหม่ที่ให้โอกาสจำเลยสามารถยื่นอุทธรณ์คดีได้ภายใน 30 วัน คือวันที่ 27 ตุลาคม 2560 ปรากฏว่า ทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายโจทก์คือ อัยการไม่ประสงค์ที่จะยื่นอุทธรณ์คดี

นั่นเท่ากับว่าคดีนี้เป็นอันสิ้นสุดจบไปในทันที

ทั้งนี้ ทางทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชี้แจงว่า หลังจากที่หลบหนีคดีไปแล้วไม่สามารถติดต่อ หรือติดต่อกลับมาแต่อย่างใด ก็เลยไม่สามารถดำเนินการอะไรต่อไปได้

ที่สำคัญก็คือการยื่นอุทธรณ์ จำเลยต้องมายื่นอุทธรณ์ด้วยตนเอง

การเก็บตัวเงียบไร้ร่องรอย จึงไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน จะดำเนินการอย่างไรต่อไป แต่ทางการไทยเมื่อคดีสิ้นสุดก็สามารถถอนพาสปอร์ตหรือดำเนินการอย่างไรตามขั้นตอนของกฎหมาย

แต่ผู้กระทำผิดก็ต้องหนีไปตลอดชีวิต หากจะกลับมาเมืองไทย ก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเพราะความผิดยังรออยู่

ในคดีเดียวกันแต่คนละประเด็นคือ การระบายข้าวแบบจีทูจี ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้พิพากษาให้ความผิดกันหลายคน

มี 2 อดีตรัฐมนตรีสังกัดกระทรวงพาณิชย์ถูกพิพากษาจำคุกไปแล้ว

ตอนนี้อยู่ในขั้นการดำเนินการเพื่อให้ทนายความยื่นอุทธรณ์ แต่ทั้ง 2 คน ถูกจำคุกอยู่ หากศาลรับก็ต่อสู้คดีได้อีกยกหนึ่ง

เว้นแต่ศาลไม่รับคำร้องการยื่นอุทธรณ์ ก็ต้องจบแบบสิ้นสุดคดีไม่ต่างกัน

แต่ว่าด้วยคดีจำนำข้าวนั้น เป็นความผิดที่สร้างความเสียหายในวงเงินถึง 5 แสนล้านบาท ถือว่ามากที่สุดในคดีทุจริตประพฤติมิชอบที่ผ่านมา

มาตรการที่จะต้องดำเนินการต่อไปก็คือ การเรียกคืนค่าเสียหายจากผู้ร่วมกระทำผิดด้วยการเปรียบเทียบกับตัวเลขความเสียหายที่เกิดขึ้น

งานนี้เบาะๆ ก็ต้องเป็นหมื่นๆล้านบาทขึ้นไปอย่างแน่นอน

นี่ก็เป็นกรรมต่อเนื่องที่ผู้กระทำผิดจะต้องจ่ายให้กับรัฐในฐานะผู้เสียหาย ดังนั้น ไม่ว่าจะอยู่ในคุกหรือหลบหนีไปอยู่ที่ไหนก็ตาม

ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ นอกจากจะต้องจ่ายอย่างเดียว

การยึดทรัพย์ในทางละเมิดนั้นเท่าที่ทราบ กรมบังคับคดีกำลังรอคำสั่งศาลปกครองตามที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไปยื่นขอทุเลาเอาไว้นั้น คงต้องรอคำสั่งออกมาอย่างใดอย่างหนึ่ง

แต่ที่แน่นอนก็คือ คดีนี้ถือว่าสิ้นสุดไปแล้ว ดังนั้น ข้ออ้างว่าศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองยังไม่มีคำพิพากษาตัดสินออกมา การจะ “ยึดทรัพย์” ก่อนจึงไม่เป็นธรรม

พูดถึงเรื่องนี้แล้วถือว่าเป็นบทเรียนสำคัญของนักการเมืองและข้าราชการที่ร่วมมือกันทุจริตประพฤติมิชอบ แล้วอย่าคิดว่าจะรอดไปได้ง่ายๆ

ยิ่งกฎหมายใหม่ๆที่ออกมานั้นมีความเข้มข้นและโทษหนักกว่าเดิม

อย่าคิดเพียงว่ามีอำนาจ มีกฎหมายอยู่ในมือ จะทำอะไรก็ได้แม้กระทำผิดก็มีอำนาจที่จะคุ้มกะลาหัวได้

ในทางกลับกัน หากต้องพ้นจากอำนาจแล้วก็ไม่มีอะไรคุ้มหัวได้ ก็ต้องถูกดำเนินคดีมีโทษที่เป็นไปตามน้ำหนักความผิด

อย่าคิดหวังว่าถ้าได้อำนาจกลับคืนมาจะช่วยให้พ้นคุกได้.

“สายล่อฟ้า”