วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วัยรุ่นไทยอ่านอะไร และผู้ใหญ่ก็น่าห่วง

มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 22 สิ้นสุดไปแล้วเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ท่ามกลางความสนใจของนักอ่าน

ระหว่างงานมีกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ไม่ว่าจะเป็นเชิญนักเขียนมาแจกลายเซ็น การลดราคาหนังสือ แจก แถม และการเสวนาเกี่ยวกับแวดวงวรรณกรรม อย่างเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย จัดงานเสวนาหัวข้อ วัยรุ่นไทยวันนี้อ่านอะไร วิทยากรล้วนเป็นผู้เกี่ยวข้องกับวงการหนังสือวัยรุ่นโดยตรง บรรยากาศการพูดคุยเป็นกันเอง โดยมีแสงทิวา นราพิชญ์ กรรมการสมาคมนักเขียนฯเป็นผู้ดำเนินรายการ

กนกวลี พจนปกรณ์ นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย กล่าวถึงสถานการณ์การอ่านการเขียนยุคปัจจุบันว่า มีการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ พบว่าคนที่อ่านหนังสือมากที่สุดคือวัยรุ่น พร้อมยกตัวอย่างใกล้ตัวว่า เห็นได้จากในงานมหกรรมหนังสือ วัยรุ่นเข้าแถวยาวเหยียดเพื่อรอซื้อหนังสืออ่าน แต่วัยรุ่นเขาอ่านอะไรกัน

ผู้ให้คำตอบคนแรกคือ ศศกร วัฒนาสุทธิวงศ์ บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์แจ่มใส บอกว่า แท้จริงแล้วหนังสือของแจ่มใส ทำออกมาตอบสนองคนหลายกลุ่ม แต่กลุ่มวัยรุ่นขายดีที่สุด

สำนักพิมพ์แจ่มใส เริ่มผลิตหนังสือเรื่องแปลจากเกาหลี เลือกสรรวรรณกรรมที่อ่านง่าย ทำให้เด็กสนใจกันมาก ต่อมาเมื่อเด็กๆอยากเขียน สำนักพิมพ์ก็เปิดโอกาสให้เขียนต้นฉบับส่งให้ ปรากฏว่าเคยมีนักเขียนอายุน้อย คืออายุเพียง 13 ปีเท่านั้น

“เราพยายามทำหนังสือให้หลากหลายขึ้น แต่ก็ไม่ได้เปรี้ยงไปทุกแนว มีการลองผิดลองถูกอยู่ตลอดเวลา เหมือนกับคนทำสำนักพิมพ์ทั่วๆ ไป เราทำทั้งนวนิยายแปล นวนิยายวาย เพราะเด็กๆมีความสนใจหลากหลาย เราก็พยายามเสนอบางแง่มุมที่แปลกใหม่ออกมา”

การอ่านวรรณกรรม “คนอาจจะคาดหวังว่า เหมือนเข้าไปอยู่อีกโลกหนึ่งที่เข้าไปแล้วมีความสุข แต่ความสุขเหล่านั้น ต้องไม่ใช่เรื่องที่ไม่เหมาะสม”

อรรถ บุนนาค บรรณาธิการสำนักพิมพ์เจลิต เคยทำการ์ตูนออนไลน์มาก่อน ทำให้รู้ว่าเด็กต้องการอะไร จึงจับเอาความรู้ตรงนั้นมาทำหนังสือ เข้ามาทำหนังสือแปลที่เขาว่ากันว่าอ่านยาก แรกๆคิดว่าพิมพ์ออกมาเรื่องละ 2,000 เล่ม ถ้าขายหมดก็ดีมากแล้ว

หนังสือที่นำมาแปลนั้น เลือกเอาหนังสือคลาสสิกของนานาชาติ ครั้นพิมพ์ออกมาปรากฏว่า วัยรุ่นอ่านเยอะมาก วรรณกรรมแปลเล่มหนึ่งมีดาราเกาหลีอ่าน ทำให้วัยรุ่น “ติ่งเกาหลี” ตามมาอ่านด้วย แรกๆก็คิดว่าเด็กเฮโลมาอ่านตามกระแส ไม่ได้จริงจัง แต่ปรากฏว่าไม่ใช่ พบว่าเด็กสามารถอ่านวรรณกรรมคลาสสิกได้ สามารถเข้าถึงสาระและรสแห่งวรรณกรรม

ต่อมา สำนักพิมพ์ได้นำวรรณกรรมคลาสสิกของญี่ปุ่นมาให้นักเขียนการ์ตูนไทยสร้างสรรค์ภาพปกขึ้นมา ปรากฏว่าทำออกมาดีมาก ถึงขนาดคนคิดว่าสำนักพิมพ์ซื้อลิขสิทธิ์มาจากญี่ปุ่น ต่อมาก็เกิดแฟนคลับขึ้นมา เป็นกลุ่มวัยรุ่นที่อ่านวรรณกรรมคลาสสิก เท่ากับช่วยให้เด็กได้สั่งสมการอ่านมากขึ้น

อรรถบอกว่า เรื่องการอ่านของวัยรุ่น เอาเข้าจริงไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาน่าจะอยู่ที่การอ่านของผู้ใหญ่มากกว่า เพราะผู้ใหญ่มักว่าเด็กไม่อ่านหนังสือ ทั้งที่ตัวเองก็อ่านบ้างไม่อ่านบ้าง แล้วเด็กอ่านหนังสืออะไรผู้ใหญ่ก็ไม่รู้ เราต้องตระหนักด้วยว่า แต่ละยุคสมัยลักษณะของสารไม่เหมือนกัน

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันวัยรุ่นไทยอ่านหนังสือ และยังอ่านสื่อสิ่งพิมพ์ เพราะเขาชอบสะสม แค่อ่านเฉพาะในออนไลน์ไม่พอ เขาซื้อหนังสือเป็นของสะสม “อย่างหนังสือของสำนักพิมพ์ผมชื่อ สูญสิ้นความเป็นคน ผลงานของดะไซ โอซามุ ยอดขายได้เป็นหมื่นแล้ว”

ด้านนายธัชชัย ธัญญาวัลย จากสำนักพิมพ์อาร์ตี้เฮ้าส์ สำนักพิมพ์นี้ถือว่า “สวนทาง” กับแนวผลิตหนังสือของสำนักพิมพ์สนองวัยรุ่นอื่นๆ เพราะมุ่งผลิตวรรณกรรมไทย และยังแปลวรรณกรรมไทยเป็นภาษาอังกฤษให้วัยรุ่นไทยอ่านด้วย ธัชชัยบอกว่า กลุ่มที่เข้ามาอ่านผลงานของสำนักพิมพ์ ส่วนหนึ่งเติบโตมาจากการอ่านหนังสือของสำนักพิมพ์แจ่มใส ที่ต้องการหาแนวทางใหม่

ธัชชัยเห็นด้วยว่า วัยรุ่นอ่านหนังสือมาก และเสริมว่าผู้ใหญ่นั้น ยิ่งอายุมากยิ่งอ่านน้อยลง

ส่วนรวิวร มะหะสิทธิ์ เจ้าของเว็บ MEB ผู้มุ่งผลิตหนังสืออีบุ๊กส์ ให้ดาวน์โหลด บอกว่า ความเป็นมาของการจัดทำเว็บสืบเนื่องมาจากปี พ.ศ.2554 น้ำท่วมใหญ่ หนังสือดีๆถูกน้ำท่วมไปมาก จึงคิดหาทางรักษาหนังสือดีๆให้อ่านกันต่อไป จึงสร้างสรรค์เว็บขึ้นมา

ประกอบกับ “การพิมพ์หนังสือขายมีข้อจำกัดหลายอย่าง ไม่เหมือนอีบุ๊กส์ลงไว้เท่าไหร่ก็ได้ ถือเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะไม่ต้องมีหนังสือค้างสต๊อก ไม่ต้องพึ่งสายส่ง ไม่เปลืองกระดาษ ไม่ต้องพึ่งโรงพิมพ์ ส่วนนี้เรียกว่าเป็นส่วนเพิ่มเติมในโลกยุคใหม่”

คำถามว่าวัยรุ่นอ่านอะไรนั้น รวิวรบอกว่า ต้องถอยกลับมาสัก 1 ก้าว แล้วมองดูว่า วัยรุ่นเขาอ่านหนังสือ แต่ไม่อ่านเล่มที่ผู้ใหญ่อยากให้อ่านหรือไม่ พลางเสริมว่า การอ่านไม่จำเป็นต้องอ่านอักษรผ่านกระดาษก็ได้ อ่านไลน์ อ่านข้อความที่โพสต์ นั่นก็เป็นหนังสือเหมือนกัน แต่เป็นหนังสือดิจิทัล มิติการอ่านของวัยรุ่นนั้น เขาอ่านหนังสือกันมาก และหาหนังสือใหม่ๆอ่าน “เราก็จัดมาให้อ่าน เพื่อเปิดมุมมองใหม่ๆ เพราะรูปแบบการอ่านในปัจจุบันเปลี่ยนไป อย่างการอ่านการ์ตูน เมื่อก่อนอ่านเป็นช่องๆ จากซ้ายไปขวา ปัจจุบันเป็นช่องจากบนลงล่าง เป็นไปตามเครื่องมืออุปกรณ์ที่ใช้เพื่อการอ่าน”

พลางสรุปว่า “ผมว่าเป็นยุคทองของการอ่านการเขียนเลยทีเดียว เพราะเขียนและอ่านได้หลายช่องทาง การอ่านหนังสือนั้น มีระดับการอ่านเหมือนกันคือ เป็นไปตามวัย ตามอายุ เป็นต้นว่า อ่านเพื่อเรียนรู้เรื่องการเรียน คนรัก ครอบครัว หรือเพื่อประเทศชาติ สังคม คนชอบอ่านหนังสือจะยกระดับขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่หยุด”

และเห็นด้วยว่า วัยรุ่นอ่านหนังสือมาก มีหนังสือให้เลือกมากเช่นกัน ปัจจุบันนี้การเข้าถึงข้อมูลได้มาก ปรากฏการณ์อย่างนี้ ก็ทำให้เด็กและผู้ใหญ่ต่างรู้กันและกันว่าใครอ่านอะไรอีกด้วย

หากจะตอบว่า วัยรุ่นอ่านอะไร อรรถบอกว่า ไม่น่ากังวลอะไร สิ่งที่น่ากังวลน่าจะเป็นผู้ใหญ่มากกว่า นักเขียนน่าจะสร้างสรรค์เรื่องราวให้ผู้ใหญ่อ่านบ้าง เรื่องที่ควรหาคำตอบคือ ผู้ใหญ่อ่านอะไร และมีอะไรให้ผู้ใหญ่อ่าน

สำหรับหนังสือเด่นๆของสำนักพิมพ์ต่างๆ แม้งานจบไปแล้ว แต่ก็หาซื้อได้ตามแผงทั่วไป อาทิ ของ สนพ.มติชน มีหนังสือเด่น สู่ฟ้าเสวยสวรรค์ รวมเอาภาพและเรื่องราวพระเมรุมาศเอาไว้อย่างครบถ้วน ภาพ 4 สีทั้งเล่ม เหมาะสำหรับเก็บไว้เป็นประวัติศาสตร์ แต่ถ้าต้องการหนังสือประวัติศาสตร์ มีหนังสืออยุธยา ประวัติศาสตร์และการเมือง

ผลงานของชาญวิทย์ เกษตรศิริ และมุมมองใหม่ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ตากสินมหาราช ผลงานของชาญวิทย์ เกษตรศิริ และคณะของมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์

บทกวีอ่านสบายๆ ใจธรรมชาติ ผลงาน “กุดจี่” พรชัย แสนยะมูล อยู่ที่บูธสำนักพิมพ์ไม้ยมก

แต่ถ้าอยากอ่านเรื่องราวชีวิตของสาวเย็บผ้า อ่าน ความฝันของฉันทนา ผลงานของจันทรา รัศมีทอง บันทึกเรื่องราวจากชีวิตจริงของสาวเย็บผ้า ยุคสมัยที่เพลงฉันทนาที่รัก ของรักชาติ ศิริชัย โด่งดัง “ปิดไฟใส่กลอน จะเข้ามุ้งนอนคิดถึงใบหน้า นั่งเขียนจดหมาย แล้วรีบทิ้งไปโรงงานทอผ้า ถึงคนชื่อฉันทนา ที่เคยสบตากันเป็นประจำ...” เล่มนี้ของ สนพ.ประพันธ์สาส์น

สำหรับคนติดตามผลงาน “เรือนพิมพ์แม่ชอบ” ของนักเขียนศิลปินแห่งชาติ ธีรภาพ โลหิตกุล มีหนังสือ ในหลวงของเรา ในหลวงของโลก และนพมณีกาญจน์ ผลงานของ อ.สมปอง ดวงไสว และคณะ เป็นร่องรอยและเรื่องราวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จฯจังหวัดกาญจนบุรี หนังสือของสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี

ชีวิตเราเกิดมาพร้อมกับความไม่สมบูรณ์ ส่วนที่เติมเต็มได้คือการอ่าน.