วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดึงเงินฝากไม่เคลื่อนไหว 10 ปี คลังแจงแค่เก็บแทนธนาคาร

นายสุวิชญ โรจนวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สศค.อยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ.การบริหารจัดการเงินฝากที่ไม่มีการเคลื่อนไหวของสถาบันการเงิน พ.ศ. ...ซึ่งจะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นถึงวันที่ 14 พ.ย.2560 โดยคาดว่าจะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ในช่วงเดือน ธ.ค.นี้ จากนั้นจึงจะเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อไป โดยคาดว่ากฎหมายดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ภายในปี 2561

ทั้งนี้ สาระสำคัญของร่างกฎหมายดังกล่าว คือ กระทรวงการคลังจะทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลเงินฝากในบัญชีธนาคารของประชาชนที่ไม่มีการเคลื่อนไหว (หยุดนิ่ง) เกินกว่า 10 ปีขึ้นไปแทนสถาบันการเงิน และจัดทำระบบการค้นหาข้อมูลออนไลน์ เพื่อสืบค้นเงินฝากที่ไม่มีการเคลื่อนไหวเพื่อให้ประชาชนเจ้าของบัญชีหรือทายาทตามกฎหมายสามารถขอคืนเงินต้นดังกล่าวได้

ผ่านขั้นตอนกระบวนการที่กระทรวงการคลังกำหนด ซึ่งหากไม่มีการจัดทำระบบค้นหาข้อมูลดังกล่าวแล้ว ประชาชนอาจจะหลงลืมหรือไม่ทราบมาก่อนว่ามีเงินจำนวนนี้อยู่ในบัญชีเงินฝาก ซึ่งประชาชนที่ต้องการสืบค้นข้อมูลนี้สามารถติดต่อสอบถามกับสถาบันการเงินเป็นรายๆไป

“ปัจจุบันจากข้อมูลเบื้องต้นพบว่า มีเงินฝากในบัญชีธนาคารที่ไม่มีการเคลื่อนไหวเกินกว่า 10 ปี รวมกันแล้วประมาณ 10,000 ล้านบาท โดยเป็นเงินฝากที่มีเงินอยู่ในบัญชีไม่เกิน 2,000 บาท และต้องเสียค่าธรรมเนียมเป็นรายปีให้แก่ธนาคาร หรือทุกๆ 6 เดือน ซึ่งกระทรวงการคลังจะได้นำเงินจำนวนนี้มาเก็บรักษาไว้ให้แทนสถาบันการเงิน โดยจะอยู่ในบัญชีเงินคงคลัง ซึ่งจะช่วยให้สถาบันการเงินลดภาระในการที่ต้องมีค่าใช้จ่ายการดูแลรักษาบัญชีเงินฝากที่ไม่มีการเคลื่อนไหวดังกล่าวและประชาชนก็ไม่เสียค่าธรรมเนียมอีกด้วย”

สำหรับเงินฝากของประชาชนที่กระทรวงการคลังนำมาเก็บรักษาไว้นั้น ขอยืนยันว่าจะไม่มีการนำออกไปใช้แต่อย่างใด เป็นแค่การช่วยเก็บรักษาไว้ให้แทนสถาบันการเงินเท่านั้น ซึ่งประชาชนสามารถนำหลักฐานมาแสดงเพื่อขอรับคืนเงินฝากได้ตลอด แต่หากเป็นพันธบัตรรัฐบาลที่ครบอายุการไถ่ถอนเกิน 10 ปีแล้วยังไม่มีการแสดงหลักฐานเพื่อขอไถ่ถอนพันธบัตรคืนก็จะถูกนำส่งเข้าเป็นรายได้ของแผ่นดินต่อไป.