วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปี 61 ได้ข้อสรุปบุก “สหรัฐฯ” “พีทีที จีซี” ลุยลงทุนปิโตรเคมี คอมเพล็กซ์

สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์

“พีทีที จีซี” ได้ข้อสรุปเดือน พ.ย.นี้ เรื่องความคืบหน้าลงทุนปิโตรเคมี คอมเพล็กซ์ รัฐโอไฮโอ สหรัฐฯ ก่อนหาพันธมิตรร่วมทุนในปี 2561 ล่าสุด ร่วมมือกับจ๊อบส์โอไฮโอ ศึกษาการจัดทำโครงการยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนในพื้นที่รอบๆโครงการ คุยลั่นทุ่งมาถูกที่ถูกเวลาเพราะ “โดนัลด์ ทรัมป์” กำลังหาต่างชาติเข้าไปลงทุน และราคาต้นทุนพลังงานมีราคาถูก

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ พีทีที จีซี เปิดเผยว่า บริษัทฯอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรร่วมทุนโครงการปิโตรเคมี คอมเพล็กซ์ (US Petrochemical Complex) ที่รัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐฯ ที่จะมีความชัดเจนในเดือน พ.ย.นี้ จากนั้นจะมีการหารือพันธมิตรเพื่อพิจารณาแผนการลงทุนของโครงการร่วมกันภายในปี 2561

“ความล่าช้าของโครงการ ในการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID) อาจล่าช้าไปบ้าง เพราะเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ ต้องใช้เวลาในการตัดสินใจให้รอบคอบ มีหลายปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง และถือเป็นโครงการที่จะช่วยฟื้นภาพลักษณ์ของการลงทุนของประเทศไทยในสหรัฐฯ”

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านมา ตนได้ร่วมเดินทางไปกับคณะนักธุรกิจติดตามพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าพบกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และได้ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนาม (MOU) ระหว่างนายทศพร บุณยพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ PTTGC America LLC. ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มพีทีที จีซี และนายจอห์น ไมเนอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุนจ๊อบส์โอไฮโอ (JobsOhio) ซึ่งเป็นหน่วยงานส่งเสริมการลงทุนในรัฐโอไฮโอเพื่อร่วมกันศึกษา วางแผนจัดทำโครงการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน ในพื้นที่โครงการปิโตรเคมี คอมเพล็กซ์และบริเวณใกล้เคียง

“การลงนามบันทึกความเข้าใจกับจ๊อบส์โอไฮโอ ก็เพื่อร่วมกันจัดทำโครงการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนและเศรษฐกิจบริเวณรอบๆพื้นที่โครงการปิโตรเคมี คอมเพล็กซ์ โดยหากเกิดเป็นรูปธรรมจะก่อให้เกิดการสร้างงาน ทั้งก่อนและหลังโครงการแล้วเสร็จอันจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนในรัฐโอไฮโอ”

ทั้งนี้ PTTGC America LLC. เป็นบริษัทที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อศึกษาโครงการก่อสร้างโรงงานปิโตรเคมี คอมเพล็กซ์ ที่เริ่มดำเนินการเมื่อปี 2558 โดยขณะนั้นได้มีการคัดเลือกพื้นที่โครงการไว้ 3 รัฐ ได้แก่ โอไฮโอ, เวสต์เวอร์จิเนีย และเพนซิลเวเนีย ในแถบมาร์เซลลัส (Marcellus) ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ ที่เป็นแหล่งผลิตก๊าซอีเทน จากชั้นหินดินดาน หรือเชลล์ก๊าซ (Shale Gas) ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ และเป็นภูมิภาคที่มีความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีในระดับสูง โดยการคัดเลือกได้พิจารณาจากการสนับสนุนของภาครัฐความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ความได้เปรียบในด้านการขนส่งผลิตภัณฑ์ ความพร้อมของแรงงาน ในที่สุดได้ข้อสรุปว่า รัฐโอไฮโอมีความเป็นไปได้มากที่สุด สำหรับการจัดตั้งโครงการดังกล่าว

“โครงการปิโตรเคมี คอมเพล็กซ์ ในสหรัฐฯเป็นการผลิตโอเลฟินส์ (วัตถุดิบต้นทางในการผลิตเม็ดพลาสติก) กำลังการผลิต 1.5 ล้านตันต่อปี ใช้ก๊าซอีเทน เป็นวัตถุดิบ เพื่อรองรับตลาดในสหรัฐฯที่ยังมีการนำเข้าในปริมาณที่มาก รวมถึงจะมีการสร้างผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง ได้แก่ โพลีเอทิลีน หรือเม็ดพลาสติกสำหรับการผลิต ถ้วย ชาม กะละมัง ฯลฯ จำนวน 1.6 ล้านตันต่อปี”

นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า การศึกษาโครงการดังกล่าว ประกอบด้วยงานด้านวิศวกรรมของการก่อสร้างโรงงาน ผลตอบแทนทางธุรกิจ ความเป็นไปได้ในการลงทุน รวมถึงสถานการณ์ตลาดในสหรัฐฯและเอเชียที่จะเป็นตลาดหลักในระยะยาว โดยมูลค่าเงินลงทุนของโครงการ ต้องรอการประเมินตัวเลขที่ชัดเจนอีกครั้งหนึ่งในเร็วๆนี้

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว ถือว่ามาถูกที่ถูกเวลา เพราะนโยบายของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้มีนโยบายให้หน่วยงานด้านการลงทุนของสหรัฐฯ สนับสนุนการลงทุนของต่างชาติ ให้เข้าไปลงทุนในสหรัฐฯ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้พีทีที จีซี จึงพร้อมจะเดินหน้าใน โครงการ อีกทั้งขณะนี้ ยังพบว่าราคาพลังงานในสหรัฐฯมีราคาค่อนข้างต่ำ จึงจะช่วยลดต้นทุนของโครงการได้เป็นอย่างดี.