วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับมือวางเพลิง ย่าง2ศพร้านผ้า

อ้างว่าซด เหล้าขาว! จิตหลอน

ลากคอมือวางเพลิงเผาร้านขายผ้าซอยหลานหลวง 8 จนมีคนถูกไฟคลอกตาย 2 ศพ ที่แท้เป็นลูกจ้างร้านเกิดเหตุ อ้างก่อนเกิดเหตุกินเหล้าขาวจนเมา เกิดอาการหลอนมีคนจะมาทำร้าย เลยใช้น้ำมันราดกองผ้าจุดไฟเผา ตำรวจตรวจสอบไม่มีประวัติอาชญากรรม ไม่พบอาการทางจิต และไม่มีสารเสพติดในร่างกาย ออกหมายจับข้อหาฉกรรจ์ วางเพลิงเผาทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตดำเนินคดี

จากเหตุไฟไหม้อาคารพาณิชย์ 5 ชั้น 2 คูหา เลขที่ 118/23-24 ซอยหลานหลวง 8 ถนนหลานหลวง แขวงมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. ร้านขายส่งผ้าไม่มีชื่อ ภายหลังเจ้าหน้าที่สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร ใช้เวลาสกัดเพลิงประมาณ 5 ชั่วโมงจึงสงบ ตรวจ สอบภายในอาคารทั้ง 2 คูหา พบถูกไฟไหม้ทั้งหมด ชั้น 2 และชั้น 3 หนักที่สุด ที่ดาดฟ้าชั้น 5 มีห้องต่อเติมไว้พักอาศัยพบศพนายบุญทอน มีทรัพย์ อายุ 45 ปี และนางสำราญ ทับหลักศิลป อายุ 42 ปี คนงานสามีภรรยา สภาพศพไหม้เกรียมเป็นตอตะโก จุดเกิดเหตุตำรวจคุมตัวนายสำรวย ไพศาล อายุ 44 ปี คนงานร้านเกิดเหตุไปสอบสวน เพราะอยู่ใน อาการมึนเมาพูดจาวกไปวนมาตามที่เสนอข่าวไปแล้ว

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 30 ต.ค. นายธเนศ วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) และเจ้าหน้าที่กองควบคุมอาคาร สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร เดินทางมาภายในซอยหลานหลวง 8 เพื่อตรวจสอบสภาพอาคารพาณิชย์เกิดเหตุ นายธเนศกล่าวว่าจากการตรวจสอบอาคารเบื้องต้นพบว่าพื้นคอนกรีตชั้น 2 และชั้น 3 บางส่วนแอ่นโค้ง เนื่องจากรับน้ำหนัก ผ้าที่เก็บไว้และน้ำที่ใช้ดับเพลิง ทำให้พื้นอาคารชั้น 2 รับน้ำหนักมากขึ้น แต่จากการตรวจสอบเชื่อว่า หากเคลื่อนย้ายสิ่งของและกองผ้าออกไปจะสามารถซ่อมแซมพื้นผิวอาคารให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ เพราะโครงสร้างหลักที่ใช้รับน้ำหนักยังไม่เสียหาย ขอฝากประชาสัมพันธ์ให้เจ้าของอาคารสูงลักษณะนี้ติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจจับควันเพื่อป้องกันการสูญเสียชีวิต

ส่วนนายนพดล ฉายปัญญา ผอ.กองควบคุมอาคาร สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร เผยว่า ต่อจากนี้เจ้าของอาคารจะต้องติดต่อให้วิศวกรเข้าตรวจสอบอาคาร และต้องแจ้งต่อสำนักการโยธา สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่ายว่า ต้องการซ่อมแซมหรือทุบอาคารทิ้ง ส่วนเรื่องของบันไดหนีไฟ ปัจจุบันกฎหมายควบคุมอาคารฉบับปัจจุบันกำหนดแล้วว่า อาคารเก่าก่อนประกาศต้องดำเนินการสร้างบันไดหนีไฟ สำหรับอาคารนี้จะตรวจสอบอีกครั้งว่าด้านหลังอาคารมีบันไดหนีไฟหรือไม่ หากไม่มีเข้าข่ายความผิดกฎหมายควบคุมอาคาร ต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย

ที่ สน.นางเลิ้ง เวลา 14.30 น. พ.ต.อ.เสนิต สำราญสำรวจกิจ รรท.ผบก.น.1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชยุต มารยาทตร์ รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.มนต์ชัย ศรีประเสริฐ รอง ผบก.น.1 และ พ.ต.อ.กัมปนาท อรุณคีรีโรจน์ ผกก.สน.นางเลิ้ง ร่วมกันจับกุมนายสำรวย ไพศาล อายุ 44 ปี ชาว จ.นครสวรรค์ ตามหมายจับศาลอาญาที่ 374/2560 ลงวันที่ 29 ตุลาคม 2560 ข้อหาวางเพลิงเผาทรัพย์โรงเรือนที่อยู่อาศัยเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

พ.ต.อ.เสนิตกล่าวว่า จากการสอบสวนพบว่า นายสำรวยเป็นผู้ก่อเหตุวางเพลิงอาคารพาณิชย์ดังกล่าว และให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา นายสำรวยให้การว่า เป็นคนงานที่อาศัยในอาคารเกิดเหตุ ปกติแล้วจะดื่มเหล้าขาวเป็นประจำทุกวัน วันละ 1 ขวด วันเกิดเหตุระหว่างที่นั่งดื่มสุราอยู่ที่ชั้นหนึ่ง ได้ยินเสียงเหมือนคนเดินอยู่บนชั้น 2 จึงถือมีดเดินขึ้นไปดูแต่ไม่พบใคร จากนั้นได้ยินเสียงเหมือนคนจะเข้ามาทำร้าย จึงหาน้ำมันมาราดกองผ้าและใช้ไฟแช็กจุดไฟเพื่อป้องกันตัว เมื่อเห็นไฟลุกไหม้เกิดตกใจ นำสายยางมาฉีดดับเพลิงแต่ไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ ทำให้เกิดเหตุสลดดังกล่าว

“จากการตรวจสอบประวัติของนายสำรวยไม่พบประวัติก่ออาชญากรรม และไม่พบว่ามีประวัติการรักษาอาการทางจิต นอกจากนี้ ผลการตรวจร่างกายไม่พบสารเสพติดด้วย หลังจากนี้จะนำตัวนายสำรวยไปฝากขังที่ สน.พญาไท เนื่องจากห้องคุมขังของ สน.นางเลิ้ง อยู่ระหว่างปรับปรุง และในวันพรุ่งนี้ (31 ต.ค.) เวลา 10.00 น. จะนำตัวไปฝากขังศาลอาญารัชดาต่อไป” รรท.ผบก.น.1 กล่าว