วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผู้กองเหน่ง เจตนาฆ่า ส่งนอนคุก

3ข้อหาหนัก ค้านประกัน คดีผอ.อ้อย

ตำรวจเรียก “ผู้กองเหน่ง” แจ้งข้อหาเพิ่มอีก 3 กระทง ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา กักขังหน่วงเหนี่ยวเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และปิดบังอำพรางซ่อนเร้นศพ หลังสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ ยืนยันผลตรวจดีเอ็นเอกระดูกที่พบในป่าทางขึ้นเนิน 500 บริเวณสามเหลี่ยมมรกต ชายแดนไทย-ลาว-กัมพูชา จ.อุบลราชธานี เป็นศพ ผอ.อ้อย สอบสวนผู้ต้องหายังปากแข็งให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่พนักงานสอบสวนมีหลักฐานแน่ชัด นำตัวฝากขังต่อศาลพร้อมคัดค้านการประกันตัว เพราะคดีมีโทษสูงถึงประหารชีวิต เกรงจะทำให้เสียรูปคดี ศาลพิจารณาแล้วไม่ให้ประกัน ถูกนำตัวเข้าเรือนจำทันที

กลายเป็นคดีฆาตกรรมโหดที่ไขความกระจ่างได้แล้ว กรณี น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรือ ผอ.อ้อย อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. ญาติและเจ้าหน้าที่พากันออกตามหาให้วุ่น กระทั่งนางแหลม อุ่นอ่อน แม่ของ ผอ.อ้อย ฝันเห็นลูกสาวพาไปชี้จุดทิ้งศพ ก่อนพาเจ้าหน้าที่ไปค้นหาในป่าทางขึ้นเนิน 500 บริเวณสามเหลี่ยมมรกต ชายแดนไทย-ลาว-กัมพูชา ใกล้สนามจอดเฮลิคอปเตอร์ ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี จนพบหลักฐานสำคัญหลายชิ้น อาทิ กะโหลกศีรษะมีฟันบนติดอยู่ เส้นผมผู้หญิง เข็มขัดที่ใช้กับชุดข้าราชการสีกากี นาฬิกาข้อมือสายหนังสีดำ กระโปรงสีกากีเครื่องแบบข้าราชการ สเตย์รัดหน้าท้องสีดำของผู้หญิง และชิ้นส่วนกระดูกจำนวนมากกระจัดกระจายทั่วบริเวณ นำส่งตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ และผลการตรวจยืนยันเป็นศพ น.ส.จุฑาภรณ์ หรือ ผอ.อ้อย

ความคืบหน้า เช้าวันที่ 30 ต.ค.ที่กองกำกับการสืบสวนสอบสวน บก.ภ.จ.ศรีสะเกษได้มีบรรดาญาติ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรือ ผอ.อ้อย พากันมารวมตัวนับสิบคน หลังทราบว่า พนักงานสอบสวนนัดให้ ร.อ.ศุภชัย ภาโส หรือผู้กองเหน่ง ผู้ต้องหามาพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งข้อหาเพิ่มเติม หลังสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ ยืนยันผลตรวจดีเอ็นเอชัดเจน โดยญาติแต่ละคนต่างรอคอยด้วยใจจดใจจ่อที่จะได้พบผู้ต้องหา กระทั่งเวลา 10.00 น. นายทหารพระธรรมนูญ พร้อมสารวัตรทหาร (สห.) นำตัว ร.อ.ศุภชัย ผู้ต้องหาแต่งชุดทหารเต็มยศเดินทางมาถึง หลังลงจากรถยนต์ ร.อ.ศุภชัยรีบสาวเท้าเข้าทางด้านหลังของอาคาร เนื่องจากเกรงจะเกิดความชุลมุนวุ่นวายขึ้น ก่อนเดินเข้าไปในห้องประชุมทันทีเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา โดยมี พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน รอง ผบช.ภ.3 กับ พล.ต.ต.สุรเดช เด่นธรรม ผบก.ภ.จ.ศรีสะเกษ ร่วมสอบปากคำด้วยตัวเอง

ภายหลังสอบสวน พล.ต.ต.สุรเดชเผยว่า พนักงานสอบสวนได้เรียก ร.อ.ศุภชัย ผู้ต้องหามาแจ้งข้อหาเพิ่มเติมอีก 3 ข้อหา คือ 1.ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา 2.กักขังหน่วงเหนี่ยวเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และ 3.ปิดบัง อำพรางซ่อนเร้นศพ โดย ร.อ.ศุภชัย ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่ตำรวจมั่นใจในพยานหลักฐาน นำตัวฝากขังต่อศาลจังหวัดกันทรลักษ์ พร้อมยื่นคำร้องว่า พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาเพิ่มเติมแก่ผู้ต้องหา ในข้อหาฆ่าคนตาย ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต จึงขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงผู้ต้องหาจะหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิง ทำลายพยานหลักฐานในคดี

พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รรท.ผบช.ภ.3 กล่าวว่า จากการตรวจดีเอ็นเอพบสารพันธุกรรมไม่ปฏิเสธความสัมพันธ์บิดา มารดา และบุตร ของพ่อแม่กับ ผอ.อ้อย และจากการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหาเพิ่มเติมในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพเพื่อปิดบังการตาย พนักงานสอบสวนได้ประสานและทำหนังสือขอให้ผู้บังคับบัญชาของผู้ต้องหานำตัวผู้ต้องหามาพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม จากนั้นจะนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังต่อศาลและขอคัดค้านการประกันตัว หากศาลเห็นชอบจะต้องนำผู้ต้องหาไปควบคุมที่เรือนจำ

ส่วน น.ส.สมปอง อุ่นอ่อน พี่สาวของ น.ส.จุฑาภรณ์ กล่าวว่า ถ้ามีโอกาสได้พูดกับผู้กองเหน่ง ที่เป็นผู้ต้องหานี้ ก็อยากจะบอกว่าให้ออกมารับสารภาพ ตัวเองเป็นลูกผู้ชายชาติทหาร กล้าทำแล้วต้องกล้ารับ อย่าเอาแต่ปฏิเสธถ้ารับสารภาพออกมาแล้วทุกอย่างก็จะได้จบ

ด้าน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า คดีดังกล่าวตนลงไปเร่งรัดติดตามด้วยตนเอง มีความคืบหน้าไปมากโดยเฉพาะด้านนิติวิทยาศาสตร์ เราเน้นเรื่องการใช้วัตถุพยาน เพื่อให้เกิดความชัดเจน ผลการตรวจดีเอ็นเอเบื้องต้นออกมาแล้วว่า โครงกระดูก กระดูกต้นขา กะโหลกศีรษะ ตรงกับของ น.ส.จุฑาภรณ์ ส่วนการดำเนินการต่อไปทาง บช.ภ.3 และพนักงานสอบสวน จะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งนี้พยานหลักฐานทุกอย่างต้องทำอย่างละเอียดรอบคอบ มั่นใจว่าพยานหลักฐานทุกอย่างจะสามารถเอาผิดผู้กระทำผิดได้อย่างแน่นอน

ต่อมาเวลา 19.00 น.หลังศาลจังหวัดกันทรลักษ์ใช้เวลาพิจารณาสำนวนคดีการฝากขังของพนักงานสอบสวนพร้อมคัดค้านการประกัน โดยให้เหตุผลว่าคดีมีอัตราโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต และเกรงผู้ต้องหาจะหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิง ทำลายพยานหลักฐานในคดี นานร่วม 5 ชม.ปรากฏว่า ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวชั่วคราว ทำเอา ร.อ.ศุภชัย หรือผู้กองเหน่ง ถึงกับหน้าถอดสีอย่างเห็นได้ชัดก่อนเจ้าหน้าที่นำตัวขึ้นรถส่งเข้าเรือนจำอำเภอกันทรลักษ์ต่อไป