วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชม‘พระเมรุมาศ’ พระเทพฯ เสด็จฯเปิด2พ.ย.

แต่งสุภาพผ่าน5จุดคัดกรอง พสกนิกรอาลัย‘ร.9’ไม่คลาย กราบพระบรมราชสรีรางคาร

นายกฯขอบคุณคนไทยทุกคนที่ช่วยกันจนงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ลุล่วงไปด้วยความเรียบร้อย ด้าน “ประวิตร” ประเมินยอดคนเข้าร่วมงานพระราชพิธีฯ กว่า 2 แสนคน ขณะที่คนวางดอกไม้จันทน์ทั่วประเทศกว่า 19.4 ล้านคน จากนี้มอบ กอร.รส.ทัพภาค 1 ดูแลประชาชนเข้าชมพระเมรุมาศ โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯเปิดงาน 2 พ.ย.นี้ คาดรับคนแห่ชมพระเมรุมาศได้วันละ 5.6 หมื่นคน แต่เข้าชมได้แค่ชั้นที่ 2 ขณะเดียวกัน ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมราชสรีรางคาร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่วัดราชบพิธฯ และวัดบวรฯ ล้นหลาม ส่วนไปรษณีย์ไทยพร้อมรับจองเข็มที่ระลึกงานพระราชพิธีฯ 1 พ.ย.นี้ ทุกที่ทำการไปรษณีย์ไม่มีอั้น

เสร็จสิ้นงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่เป็นไปด้วยความสมบูรณ์ ครบถ้วนตามราชประเพณีโบราณ และสมพระเกียรติสูงสุด

นายกฯขอบคุณคนไทย

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 30 ต.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยว่า บัดนี้ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถ บพิตร ได้เสร็จสิ้นลงแล้วอย่างสมบูรณ์ และสมพระเกียรติด้วยความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องประชาชนชาวไทยโดยพร้อมเพรียง เพราะถือเป็นหน้าที่รับผิดชอบสูงสุด และเป็นเกียรติยศยิ่งใหญ่ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้สนองพระมหากรุณาธิคุณตราบถึงวาระสุดท้ายแห่งการถวายบังคมลา ตามคตินิยมโบราณที่ว่า ขอร่วมกันส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย รัฐบาลและคณะกรรมการอำนวยการจัดงาน รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานคำแนะนำอันทรงคุณค่า และทรงวินิจฉัยปัญหาในทางปฏิบัติจนขจัดคลี่คลายอุปสรรค สามารถดำเนินการต่อไปได้ในหลายเรื่องด้วยความเรียบร้อย และทรงห่วงใยเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายและประชาชน

ลุล่วงด้วยดีเพราะพระบารมี

นอกจากนั้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงพระกรุณารับเป็นองค์ประธานที่ปรึกษาของคณะกรรมการ และเสด็จ พระราชดำเนินไปทรงประชุมร่วมกับคณะกรรมการหลายครั้ง เสด็จทอดพระเนตรและทรงติดตามงานทุกด้านอย่างใกล้ชิด พระราชทานคำแนะนำต่างๆ มาโดยตลอด และด้วยพระบารมีของทั้งสองพระองค์งานพระราชพิธีจึงสำเร็จลงได้ด้วยความเรียบร้อย สง่างาม สมพระเกียรติ และยังเป็นประโยชน์ทางด้านการอนุรักษ์และสืบสานศิลปวัฒนธรรม เป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าฯหาที่สุดมิได้

สืบสานศาสตร์พระราชาต่อไป

นายกฯกล่าวว่า ขอขอบคุณสถาปนิก วิศวกร จิตรกร ประติมากร ช่างศิลปกรรมทุกแขนง ทุกประเภท นับว่าเป็นการชุมนุมงานฝีมือช่างชั้นครู สุดยอดแห่งศิลปกรรมอันวิจิตร เป็นที่ซาบซึ้งพระทัย และประทับใจของพระประมุข พระราชวงศ์ ประมุข ผู้นำรัฐบาลนานาประเทศที่มาร่วมงานพระราชพิธีและได้รับความชื่นชมไปทั่วโลก ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทั้งทหาร ตำรวจ พลเรือน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจนพระราชพิธีเสร็จสิ้นลง ทั้งขอบคุณจิตอาสาเฉพาะกิจ จิตอาสาทั่วไป และอาสาสมัครที่ต่างเสียสละช่วยเหลือ ถือเป็นการทำความดีอย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องมีใครมาแนะนำ และช่วงเวลาขณะนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชานุญาตให้จัดนิทรรศการพระเมรุมาศขึ้น ณ พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง ตั้งแต่วันที่ 2-30 พ.ย.60 ก่อนรื้อถอน รัฐบาลจึงขอเชิญชวนประชาชนชมนิทรรศการดังกล่าว และแม้งานพระบรมศพเสร็จสิ้นลงแล้ว แต่พระบรมราโชวาท ศาสตร์พระราชา และคำสอนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งโครงการตามพระราชดำริร่วมสี่พันโครงการ ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ยังคงดำเนินการต่อไป เป็นความทรงจำยิ่งใหญ่ที่เราพึงสืบสานเจริญรอยตามพระยุคลบาทต่อไป

“ประวิตร” ปลื้มภาพรวมงานเรียบร้อย

อีกด้านหนึ่ง ที่กระทรวงกลาโหม เมื่อเวลา 10.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมกองอำนวยการร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (กอร.พระราชพิธีฯ) ครั้งสุดท้ายภายหลังเสร็จสิ้นพระราชพิธี โดยมีผู้แทนเหล่าทัพ ส่วนราชการ ตลอดจนถึงเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมว่า ทุกอย่างมีความเรียบร้อยดี และมีความปลอดภัย เพราะได้รับความร่วมมือกันของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะประชาชนให้ความร่วมมืออย่างดียิ่ง

คนร่วมพระราชพิธีฯ 2 แสนกว่าคน

พล.อ.ประวิตรกล่าวอีกว่า ขณะที่ตัวเลขประชาชนที่เข้าร่วมพระราชพิธีทั้งหมด ประมาณ 2 แสนกว่าคน ส่วนพื้นที่ชั้นในพระราชพิธี ประมาณ 150,000 คน และพื้นที่ชั้นนอก 80,000 คน ส่วนพื้นที่วางจิตกาธาน วางดอกไม้จันทน์ตามต่างจังหวัดที่พบว่ามีบางพื้นที่ไม่วางแผน งานไม่เป็นระบบ และไม่เหมาะสมนั้น ตนคิดว่าเกิดขึ้นบางพื้นที่ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยพยายามแก้ไขหน้างานอยู่แล้ว เช่น บริเวณพุทธมณฑล พบว่าประชาชนรอคิวนาน เจ้าหน้าที่ก็พยายามแก้ไขปัญหาให้วางได้หลายจุด

เปิดชมพระเมรุมาศ 2–30 พ.ย.

พล.อ.ประวิตรกล่าวต่ออีกว่า สำหรับการเปิดให้ประชาชนเข้าชมพระเมรุมาศนั้น ทางกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) กองทัพภาคที่ 1 เป็นผู้ดูแลหลัก เพราะ กอร.ร่วมพระราชพิธีปิดศูนย์ในวันนี้ ซึ่งต่อไปคงจะใช้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ส่วนระยะเวลาการเปิดพระเมรุมาศให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 2-30 พฤศจิกายน และหลังจากนี้ไปเราจะสรุปบทเรียนทุกงานของงานพระราชพิธีฯ โดยจัดทำเป็นหนังสือ เพื่อเป็นประวัติศาสตร์ต่อไป พร้อมทั้งขอขอบคุณทุกหน่วยงานทั่วประเทศ ที่เข้ามาช่วยกันทั้งทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของกระทรวงมหาดไทย

“พระเทพฯ” เสด็จฯเปิดชมพระเมรุมาศ

ด้าน พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกฯ กล่าวที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า วันที่ 2-30 พ.ย. รัฐบาลได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอนุญาตให้ประชาชนได้เข้าชมพระเมรุมาศ โดยวันที่ 2 พ.ย. เวลา 07.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระมหากรุณาธิคุณเสด็จฯเป็นองค์ประธานเปิดงาน หลังจากนั้นประชาชนจะได้เข้าชม ถือว่าเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ นับเป็นประวัติศาสตร์ของประเทศ เรายินดีเชิญชวนให้ทุกคนเข้าชมและคงไม่มีข้อบังคับอะไรมาก แค่ขอความกรุณาผ่านจุดคัดกรองที่มีไว้ 5 จุด โดยแต่งกายสุภาพในลักษณะเดียวกันกับการเยี่ยมชมวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

ทั้งนี้ การเปิดเข้าชมดังกล่าวจะเริ่มตั้งแต่เวลา 07.00-22.00 น. ของทุกวัน โดยกำหนดให้ประชาชนเข้าชมรอบละ 5,500 คน คาดว่าตลอดทั้งเดือนจะมีประชาชนเข้าชมกว่า 3 ล้านคน โดยเปิดให้เข้าชมรอบละ 60 นาที โดย 15 นาทีแรกเป็นการถ่ายภาพในจุดที่เหมาะสม จากนั้นจะมีเวลา 45 นาที ได้ชมพื้นที่ได้อย่างอิสระ สามารถถ่ายรูปได้ตามความเหมาะสมอย่างสุภาพ ขอเชิญชวนให้ประชาชนทยอยเดินทางไปชมพระเมรุมาศ ซึ่งทุกเย็นก็จะมีมหรสพบนเวที บรรยากาศจะคล้ายกับช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นอกจากนั้น ในส่วนพระที่นั่งทรงธรรม มีการจัดนิทรรศการพระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระราชทานให้กับประชาชนตลอดมา

จิตอาสาร่วมเก็บกวาดพื้นที่

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ท้องสนามหลวง หลังจากเสร็จสิ้นงานถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาท สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชแล้ว ตั้งแต่ช่วงเช้า กลุ่มจิตอาสาประมาณ 500 คน เข้ามาทำความสะอาดบริเวณปริมณฑลท้องสนามหลวง และรอบพระเมรุมาศ เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะเปิดให้ประชาชนเข้าชมพระเมรุมาศ ในวันที่ 2 พ.ย.นี้ นอกจากนี้ ที่บริเวณด้านทิศเหนือกลางสนามหลวงและรอบสนามหลวง เจ้าหน้าที่ได้นำเต็นท์ขนาดใหญ่มากาง พร้อมกับติดตั้งพัดลมในทุกเต็นท์ นอกจากนี้ทางกรุงเทพมหานครยังได้จัดเตรียมรถห้องน้ำมาจอดไว้ตามจุดต่างๆรอบสนามหลวงด้วย

แจ้งปรับจราจรใหม่ตลอด พ.ย.

ด้าน พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.ธีรศักดิ์ สุริวงศ์ รรท.ผบก.จร.ประชาสัมพันธ์ข่าวสารกิจกรรมที่อาจมีผลกระทบต่อการจราจรดังนี้ เนื่องด้วยวันที่ 2-30 พ.ย.60 จะมี “นิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถ บพิตร” บช.น. ขอประชาสัมพันธ์ปิดการจราจรตั้งแต่วันที่ 30 ต.ค.60 ถึง 30 พ.ย.60 ใน 9 เส้นทาง ดังนี้ 1.ถนนราชดำเนินใน ตั้งแต่แยกผ่านพิภพลีลา-ป้อมเผด็จ 2.ถนนสนามไชย ตั้งแต่-ป้อมเผด็จ-วงเวียน รด. 3.ถนนหน้าพระลานตลอดสาย 4.ถนนหน้าพระธาตุตลอดสาย 5.ถนนหับเผย 6.ถนนหลักเมือง 7.ถนนกัลยาณไมตรีตั้งแต่สะพานช้างโรงสี-สนามไชย 8.ซอยสราญรมย์ 9.ถนนราชินีตั้งแต่แยกผ่านพิภพลีลา-สะพานช้างโรงสี และจัดเดินรถทางเดียว ถนนหน้าพระธาตุ-ถนนพระจันทร์-ถนนมหาราช-ถนนท้ายวัง-ถนนเจริญกรุง

กำหนด 5 จุดคัดกรอง

สำหรับจุดคัดกรองมี 5 จุด ประกอบด้วย 1.บริเวณหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ 2.บริเวณท่าช้าง 3.บริเวณหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (รด.) 4.บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ 5.บริเวณด้านหลังกระทรวงกลาโหมจึงขอให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทาง เตรียมความพร้อมและสำรวจเส้นทางการเดินทางให้ชัดเจน เพื่อจะได้เกิดความสะดวกในการเดินทาง หากต้องการสอบถามข้อมูลเส้นทาง แจ้งอุบัติเหตุจราจร และข้อมูลสภาพจราจรเพิ่มเติมสามารถสอบ ถามได้ที่ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) หมายเลขโทรศัพท์ 1197 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือผ่านแอพพลิเคชั่น POLICE I LERT U และ WWW.TRAFFICPOLICE.GO.TH 

เข้าจุดคัดกรองต้องโชว์บัตร ปชช.

ทั้งนี้ ประชาชนที่จะเข้าชมพระเมรุมาศนั้น กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) ได้กำหนดจุดคัดกรอง 5 จุด โดยประชาชนที่จะเข้ามาชมพระเมรุมาศจะต้องโชว์บัตรประชาชน ตรวจสัมภาระ รวมทั้งจะต้องแต่งกายให้สุภาพเช่นเดียวกับการเข้าชมวัดพระศรีรัตนศาสดาราม งดใส่เสื้อแขนกุด สายเดี่ยว กางเกงขาสั้น กางเกงยีนส์ฟอกขาดวิ่นหรือรัดรูป และต้องสวมกระโปรงคลุมเข่า ซึ่งประชาชนทั่วไปจะต้องไปเข้าจุดคัดกรอง 3 จุด คือ ที่บริเวณหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (รด.) ด้านท่าช้าง และด้านศาลแม่พระธรณีบีบมวยผม สำหรับผู้พิการสามารถเข้าได้ที่จุดคัดกรองหลังกระทรวงกลาโหม ส่วนพระภิกษุ สามเณร เข้าทางด้านจุดคัดกรองฝั่งตรงข้ามประตูหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

คาดเข้าชมวันละ 5.6 หมื่นคน

ต่อมา พล.ต.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ผู้แทนแม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวภายหลังการประชุมกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย (กอร.รส.) และอำนวยความสะดวกประชาชนที่เข้าร่วมชมนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ว่า กอร.รส.มีขั้นตอนปฏิบัติแบบเดิม เหมือนในช่วงดูแลพื้นที่ก่อนช่วงเตรียมการพระราชพิธี โดยจุดเข้าหลักจะอยู่ทางทิศเหนือติดสะพานสมเด็จ พระปิ่นเกล้า ผ่านจุดคัดกรอง 5 จุด แล้วเข้าสู่พื้นที่สนามหลวง เบื้องต้นเตรียมเต็นท์รับรองไว้ 30 หลัง รองรับได้หลังละ 140 คน รวมรองรับได้ 3,000-4,000 คน แต่ละรอบใช้เวลาเข้าชม 45 นาที พร้อมแจกอาหารว่างและน้ำดื่มพระราชทาน เบื้องต้นประเมินจำนวนประชาชนเข้าชม 14 ชั่วโมง ชั่วโมงละ 4,000 คน รวม 56,000 คน/วัน ช่วงเวลา 07.00-21.00 น.ที่เปิดให้เข้าพื้นที่สนามหลวง โดยประชาชนจะเข้าชมพระเมรุมาศได้ 2 ด้าน คือ ซ้ายและขวาสามารถขึ้นชมได้เพียงชั้นที่ 2 โดยเมื่อขึ้นแล้วจะต้องออกด้านหลังพระเมรุมาศเท่านั้น ส่วนพระที่นั่งทรงธรรมจะขึ้นทางทิศใต้ด้านหลังพระเมรุมาศ สำหรับศาลาลูกขุนนั้น เป็นไปตามความสะดวกของประชาชน โดยจะมีอาคารนิทรรศการสัมผัสให้ผู้พิการ ทางสายตาด้วย โดยประชาชนที่เข้าชมจะออกจากพื้นที่สนามหลวงด้านทิศใต้ ตรงข้ามศาลหลักเมือง

จัดเต็มการแสดงในพระเมรุมาศ

ดร.สุรัตน์ จงดา ผู้ช่วยอธิการบดีสถาบันบัณฑิต พัฒนศิลป์ กล่าวว่า การแสดงศิลปวัฒนธรรมในช่วงการจัดนิทรรศการ ระหว่างวันที่ 2-30 พ.ย. กำหนดเวลาช่วงที่ 1 คือ 18.00-19.30 น. ช่วงที่ 2 คือ 20.00-22.00 น. ณ เวทีกลางแจ้ง บริเวณสนามหลวงด้านทิศเหนือ มีทั้งมหรสพที่จัดแสดงเมื่อวันที่ 26 ต.ค. ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงซึ่งประชาชนจำนวนมากได้ชมที่ท้องสนามหลวงและผ่านการถ่ายทอดสดโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีการแสดงที่สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์และวิทยาลัยนาฏศิลปทั่วประเทศคิดสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ตามนโยบายกระทรวงวัฒนธรรม โดยใช้พื้นฐานศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และองค์ ความรู้ของท้องถิ่น ถือเป็นการแสดงครั้งแรกในนิทรรศการงานพระราชพิธี เพราะยังไม่เคยเผยแพร่ที่ใดมาก่อน

“ขณะที่การแสดงภายในพระเมรุมาศ บริเวณหน้าพระที่นั่งทรงธรรม กำหนดจัดการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ร้อยเรียงแต่ละตอนต่อเนื่องกันไป ดังนี้ วันที่ 4 พ.ย. ตอน พระนารายณ์ปราบนนทุก วันที่ 5 พ.ย. อัญเชิญพระนารายณ์อวตาร วันที่ 11 พ.ย. ตอนศึกทูต ขร ตรีเศียร วันที่ 12 พ.ย. ตอน พระรามได้พล วันที่ 18 พ.ย. ตอนนางลอย วันที่ 19 พ.ย. ตอนศึกกุมภรรณ วันที่ 25 พ.ย. ตอนทศกัณฐ์ขาดเศียรขาดกร และวันที่ 26 พ.ย. ตอนเฉลิมพระเกียรติรามราชจักรี” ดร.สุรัตน์กล่าว

เปิดชมพระบรมมหาราชวังวันแรก

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ที่บริเวณด้านประตูวิเศษไชยศรี ตั้งแต่เช้าวันเดียวกัน ซึ่งเป็นวันแรกที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมพระบรมมหาราชวัง หลังจากปิดเนื่องจากมีพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ปรากฏว่า มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวจีนและชาวตะวันตกหลายพันคน ทยอยเข้าชมวัด พระศรีรัตนศาสดารามกันอย่างเนืองแน่น ขณะที่บริเวณที่ซุ้มพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ริมกำแพงพระบรมมหาราชวัง ระหว่างประตูวิเศษไชยศรีและประตูมณีนพรัตน์ ยังคงมีประชาชนนำพวงมาลัยดอกดาวเรืองไปถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายา ลักษณ์อย่างต่อเนื่อง

แห่กราบพระบรมราชสรีรางคาร

ส่วนที่วัดบวรนิเวศวิหาร 1 ใน 2 วัด ที่ประดิษฐานพระบรมราชสรีรางคาร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งทำพิธีอัญเชิญมาเมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 30 ต.ค. มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาร่วมทำวัตรเช้าพร้อมกับพระสงฆ์ในพระอุโบสถและทยอยเดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมราชสรีรางคาร ณ ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธชินสีห์ พระประธานในพระอุโบสถ รวมทั้งพระพุทธรูปสำคัญ นอกจากนี้ ยังพากันถ่ายภาพเป็นที่ระลึกตรงพระบรมฉายาลักษณ์ครั้งทรงผนวชและเสด็จประทับแรมอยู่ที่พระตำหนักปั้นหยา วัดบวรฯ ซึ่งเป็นตึก 3 ชั้นสวยงามสถาปัตยกรรมแบบยุโรปด้วย โดยทางวัดได้นำพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถ บพิตร ขณะทรงผนวชและพระบรมฉายาลักษณ์ที่ฉายร่วมกับสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (เจริญ) วัดบวรนิเวศวิหารขณะสนทนาธรรม มาแจกจ่ายให้กับประชาชนจำนวน 9,999 ภาพ

สวดมนต์ค่ำถวายพระราชกุศลทุกวัน

พระเทพวิสุทธิกวี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวร-นิเวศวิหาร กล่าวว่า ปกติวัดเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้ากราบสักการะพระพุทธชินสีห์เป็นประจำอยู่แล้ว และในโอกาสนี้ได้เปิดให้ประชาชนได้เข้ากราบสักการะพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ด้วย ตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. และปกติวัดมีการทำวัตรเช้า และทำวัตรเย็น สวดมนต์กันตามปกติ แต่จากนี้ไปในช่วง 20.00 น. จะมีการสวดมนต์ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ด้วย

เปิดให้บูชาเหรียญทรงผนวช

ด้านพระโสภณคณาภรณ์ (สมจิตร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร กล่าวว่า เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระองค์ในฐานะพระมหากษัตริย์ผู้ทรงบำรุงอุปถัมภ์ค้ำชูพระพุทธศาสนาอย่างทั่วถึง ทางวัดจะเปิดให้บริจาคบูชาเหรียญทรงผนวช รุ่นที่ 2 ที่วัดจัดสร้างเมื่อปี 2550 เพื่อการบูรณะพระอุโบสถพระเจดีย์ พระวิหารพระศรีศาสดา วัดบวรนิเวศวิหาร เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยจะเปิดให้บริจาคบูชาในวันที่ 15 พ.ย.นี้ ที่สำนักงานโครงการบูรณปฏิสังขรณ์วัดบวรนิเวศวิหาร ในพระ บรมราชูปถัมภ์ (ข้างพระอุโบสถ)

วัดราชบพิธฯไม่ให้เข้าพระอุโบสถ

ด้านวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้จะมีประชาชนจำนวนมากเดินทางไปที่วัดและหวังที่จะได้กราบพระพุทธอังคีรส ซึ่งบรรจุพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ไว้ที่ฐานพุทธบัลลังก์ ในพระอุโบสถ แต่ทางวัดยังไม่เปิดให้เข้ากราบภายในพระอุโบสถ แต่ได้นำพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง รัชกาลที่ 9 มาตั้งไว้เบื้องหน้าทางเข้า ให้ประชาชนมากราบสักการะได้ด้านหน้าพระอุโบสถเท่านั้น โดยเปิดประตูพระอุโบสถไว้ เพื่อให้ประชาชนเห็นฐานพุทธบัลลังก์หินอ่อน พระพุทธอังคีรส พระประธานประจำพระอุโบสถ พร้อมกันนี้ มีการแจกหนังสือนวมินทรานุสรณียเทศนา ซึ่งเป็นหนังสือรวมพระธรรมเทศนา 3 กัณฑ์ ของพระพรหมมุนี (สุชิน อคฺคชิโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ ให้กับผู้ที่เดินทางมา กราบพระบรมราชสรีรางคาร ด้วย

เปิดประตูให้ดูอยู่ด้านนอก

พระพรหมมุนีกล่าวว่า ปกติพระอุโบสถวัดราชบพิธฯจะเปิดในช่วงการทำวัตรเช้าและทำวัตรเย็นเท่านั้น แต่กรณีนี้ทางวัดจึงพิจารณาเปิดพระอุโบสถตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น. เพื่อให้ประชาชนได้มากราบพระบรมราชสรีรางคาร เบื้องต้นจะเปิดพระอุโบสถเป็นเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อให้ประชาชนที่เดินทางมาชมพระเมรุมาศ ที่สนามหลวง ได้เดินทางมากราบพระบรมราชสรีรางคารที่วัดราชบพิธฯด้วย จากนั้นจึงจะมีการพิจารณาอีกครั้ง

1 พ.ย.เปิดจองเข็มที่ระลึกฯ

สำหรับการเปิดจองเข็มที่ระลึกพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในราคาเข็มละ 300 บาท รอบที่ 2 ที่สั่งจองได้ที่ที่ทำการไปรษณีย์ทุกสาขาทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.นี้เป็นต้นไปนั้น ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทไปรษณีย์ไทย (ปณท.) จำกัด เปิดเผยว่า เข็มที่ระลึกพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ มีประชาชนให้ความสนใจ และประสงค์ที่จะมีไว้เพื่อเป็นที่ระลึกจำนวนมาก ในรอบแรกเปิดจำหน่ายเพียงไม่นานก็หมดเกลี้ยง ดังนั้น สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ร่วมกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย เปิดโอกาสให้ประชาชนจองเข็มที่ระลึกดังกล่าวรอบ 2 ได้ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.2560-30 ม.ค.2561 เนื่องจากไปรษณีย์ไทย มีที่ทำการอยู่ทุกพื้นที่เข้าถึงประชาชนทั่วประเทศ เพื่อให้ทุกคนได้มีเข็มที่ระลึกได้อย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และครบถ้วนตามความต้องการ

ปณท.รับจองทุกที่ไม่มีอั้น

กรรมการผู้จัดการใหญ่ ปณ. กล่าวอีกว่า ผู้สนใจเข็มที่ระลึกพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ สามารถจองได้ไม่จำกัด เพียงนำบัตรประจำตัวประชาชนแสดงตัวตน และชำระเงินตามจำนวนที่สั่งจอง โดยเข็มที่ระลึกจะผลิตตามจำนวนที่สั่งจองเท่านั้น และรับเข็มที่ระลึกสั่งจองได้ด้วยการนำใบเสร็จชำระเงินมารับที่ทำการไปรษณีย์ที่สั่งจองประมาณ 30 วัน นับจากวันสั่งจอง สำหรับ ปณท. มีความพร้อมในเรื่องของการขนส่งพัสดุที่ดีเยี่ยมมั่นใจได้ว่าเข็มที่ระลึกจะถึงประชาชนแน่นอน และคาดว่าจะมีคนให้ความสนใจจำนวนมาก เพราะการผลิตเข็มที่ระลึกทำด้วยความประณีต มีคุณภาพ และงดงามเป็นมาตรฐานเดียวกัน ทำให้ต้องใช้เวลาในการผลิตพอสมควร

ขอสืบสานพระราชปณิธาน ร.9

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ถึงกรณีที่สังคมออนไลน์แชร์ภาพและระบุว่าเป็นเทวดาของพระองค์ พร้อมคำขอบคุณที่ทำหน้าที่แทนคนไทยทั้งหมดนั้น นพ.ประสิทธิ์กล่าวว่า ส่วนหนึ่งก็ดีใจ แต่จริงๆทั้งหมดในพระราชพิธีไม่ใช่ตนหรือ นพ.ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน ผอ.โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ เป็นคนทำ แต่เป็นคนไทย 68 ล้านคน เป็นคนทำ และที่ทำสำเร็จก็เพราะคน 68 ล้านคนตั้งใจอยากทำให้สำเร็จ และสิ่งหนึ่งที่เราจะถวายเพื่อพระองค์ท่านตลอดไปได้ คือสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ ถือเป็นสิ่งที่ส่วนตัวตั้งใจจะทำตลอดชีวิตนี้