วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ใต้ร่มพระบารมี บนวิถีที่ยั่งยืน

จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา

ภาพพระราชกรณียกิจที่เราได้เห็นจนชินตา

สู่การกล่าวสดุดีจากผู้แทนนานาอารยประเทศ คือความสำเร็จของโครงการตามพระราชดำริต่างๆ ที่ทรงอุทิศพระวรกายทรงงานในพื้นที่ทุรกันดารทั่วประเทศ

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงศึกษาถึงปัญหาอย่างลึกซึ้ง และการแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสมตามภูมิสังคม ตลอดจนการต่อยอดสู่สาธารณประโยชน์ให้เกิดเป็นรูปธรรมผ่านการสร้างอาชีพให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน หลายโครงการได้นำผลสัมฤทธิ์จากการพัฒนามาขยายผลให้เกิดความสำเร็จ

สร้างคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยทั่วไปให้ดียิ่งขึ้น ด้วยพระมหากรุณาธิคุณและพระราชวิสัยทัศน์อันยาวไกลของพระองค์ท่าน ยังผลให้ประเทศไทยมีการพัฒนาและเจริญก้าวหน้าขึ้นตามลำดับ

ตลอดระยะเวลาที่พระองค์ทรงครองสิริราชสมบัติ 70 ปี ในวันที่ 9 มิถุนายน 2559 นานาอารยประเทศได้เทิดทูนพระองค์ว่า ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ซึ่งทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์โลก

และทรงเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่แห่งประวัติศาสตร์ของเอเชียยุคใหม่ รวมทั้งทรงสร้างสันติภาพผ่านสัมพันธไมตรีระหว่างพระราชวงศ์และผู้นำจากนานาประเทศทั่วโลก จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ บันทึกไว้ในรายงานประจำปี 2559 สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ บอกว่า พระเกียรติยศของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้ปกแผ่กว้างขวางหาใช่แต่ในประเทศไทย

แต่...พระมหากรุณาธิคุณยังแผ่ไพศาลถึงประเทศต่างๆในทุกทวีป หลายประเทศได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและแนวคิดต่างๆไปพัฒนาให้เกิดประโยชน์ในประเทศของตน เสมือนกับการที่พระองค์ทรง ปลูกคุณความดีให้เกิดดอกออกผลและขยายพันธุ์ความดีนั้นไว้ทั่วประเทศไทยและแผ่ขยายไปสู่พื้นที่อื่นๆรอบโลก

จนกล่าวได้ว่า...ทรงเป็น “พระมหากษัตริย์” ที่ประชาชนชาวไทยและชาวโลกร่วมกันเทิดทูน

ภายใต้ช่วงเวลาแห่งความอาดูรอย่างยิ่งนี้ ความเสียใจที่เกิดขึ้น

ถูกผันแปรเป็นเจตนารมณ์ที่เข้มแข็งในการ “ทำความดี” เพื่อถวายแด่พระองค์ ต่อยอดสู่ความต้องการ “เป็นคนดี” มากยิ่งขึ้น

โดยตั้งใจที่จะละ เลิก และปรับปรุงความไม่ดีที่เคยประพฤติในอดีต ขยายผลสู่การร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการ “สืบสานพระราชปณิธาน” ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

จิรายุ บอกว่า เป็นนิมิตหมายที่ดีว่าความตั้งใจดีเกิดขึ้นในจุดเล็กๆ เมื่อหลอมรวมหลายแรงใจจนก่อให้เกิดเป็นพลังสามัคคีจากประชาชนทั่วทุกพื้นที่ สร้างจิตอาสาที่มีความต้องการทำความดีเพื่อส่วนรวม สู่การเกิดเป็นสังคมที่มี “ผู้ให้มากกว่าผู้รับ” และสืบสานการพัฒนาโครงการที่พระองค์ทรงสร้างแก่นฐานการพัฒนาในรัชสมัยของพระองค์จนสามารถนำมาขยายผล...เป็นประโยชน์แก่ประชาชนได้ ให้ทวีความเป็นปึกแผ่นมากยิ่งขึ้น

ตัวอย่างเล็กๆในช่วงปี 2559 ที่ผ่านมา “พัฒนาเยาวชน สร้างความรู้ สู่ความพอเพียง” ผ่านโครงการ “เดินทางตามรอยพ่อ” มุ่งหมายให้เยาวชนได้ศึกษา เรียนรู้แนวพระราชดำริ...การทรงงานเกี่ยวกับการพัฒนาที่สอดคล้องกับแต่ละปัญหา...ภูมิสังคม ได้เห็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม

เด็กหญิงยุพิน เงินดี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านห้วยสิงห์ จังหวัดแม่ฮ่องสอน บอกว่า โครงการนี้ทำให้หนูได้เรียนรู้หลายอย่าง กิจกรรมที่ประทับใจที่สุดคือ การไปศึกษาดูงานที่สวนจิตรลดาค่ะ จากที่เคยคิดว่าบ้านของในหลวงต้องขนาดใหญ่โตมาก แต่ที่จริงแล้วบ้านของพระองค์ก็เหมือนกับประชาชนทั่วไป

และ...ได้เรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีการเลี้ยงปลา ปลูกข้าว ซึ่งเป็นสิ่งที่โรงเรียนของหนูได้ปฏิบัติเช่นกัน ทำให้สามารถนำไปพัฒนาและต่อยอดให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

เด็กหญิงชิดหทัย แสนปวน เพื่อนร่วมกิจกรรมจากโรงเรียนเดียวกัน เสริมว่า หนูประทับใจอาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ ทำให้ทราบประวัติความเป็นมาตั้งแต่รัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 9

ทำให้รู้ว่า คำว่า “ภูมิพล” มีความหมายอย่างไร การร่วมโครงการครั้งนี้หนูได้รับประสบการณ์มากมายเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง บ้านของพ่อหลวง และได้ชมพระราชวังพร้อมสถานที่ต่างๆที่ไม่เคยไปค่ะ

ถัดมาโครงการ “ผู้นำแห่งยุค เพื่อความสุขที่ยั่งยืน” ด้วยความเชื่อมั่นที่ว่า การพัฒนา “คน” ให้มีคุณภาพ เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนามิติต่างๆได้อย่างยั่งยืน ประสานความร่วมมือจาก 4 องค์กร สร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงรุ่นใหม่ที่ดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และสามารถขยายผลสู่การสร้าง “ชุมชนพอเพียง”

แนวคิดและเนื้อหาเริ่มจาก “คิด”...การคิดอย่างรอบคอบ มีเหตุมีผลและรู้จักวางแผนการใช้ชีวิตอย่างมีคุณธรรม “ทำ”...การลงมือทำทันทีตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ “นำ”...การเป็นผู้นำที่มีคุณธรรม “เปลี่ยน”...การเปลี่ยนแปลงตนเอง ครอบครัว และชุมชน เพื่อความสุขที่ยั่งยืน

โดยมีหลักสูตรฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ ระยะเวลา 72 ชั่วโมง ประกอบด้วย 1.พลังปัญญามิติใหม่ของเศรษฐกิจพอเพียง จากโครงการพลังปัญญา มูลนิธิมั่นพัฒนา 2.เกษตรทฤษฎีใหม่และการเพิ่มรายได้ลดรายจ่าย จากสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.)

3.การวางแผนทางการเงินและเคล็ดไม่ลับเศรษฐกิจพอเพียง จากศูนย์สถานศึกษาพอเพียง มูลนิธิยุวสถิรคุณ 4.ครอบครัวคุณธรรมร่วมสร้างคนดีให้แก่บ้านเมือง จากศูนย์โรงเรียนคุณธรรม มูลนิธิยุว-สถิรคุณ และสำคัญที่สุดก็คือข้อสุดท้าย...ข้อที่ 5.การบูรณาการหลักสูตร เพื่อประยุกต์ความรู้ที่ได้ให้สามารถนำไปใช้ได้จริงกับการดำเนินชีวิตประจำวัน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนในทุกแง่มุม

จรูญ รักนิยม หนึ่งในตัวแทนชมรมคนรักในหลวง จังหวัดลำปาง เล่าให้ฟังว่า เดิมผมเป็นข้าราชการเกษียณอายุ มีความรู้จากการทำงานนโยบายด้านเกษตรทฤษฎีใหม่และการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จึงนำมาบริหารจัดการที่ดินของตัวเอง 8 ไร่ โดยมีทั้งพื้นที่นาและสวน

ยึดหลักปลูกทุกอย่างที่กิน เช่น มะพร้าว มะนาว พืชสวนครัว สร้างฝายทั้งแบบถาวรและแบบชั่วคราว มีพื้นที่แก้มลิง 2 แห่ง พร้อมจัดพื้นที่ปศุสัตว์ให้เป็นสัดส่วน

“ความตั้งใจเดิมคือ มุ่งหวังใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณให้มีความสุขด้วยการทำเกษตร ไม่มุ่งเน้นการค้าขายให้ได้กำไรมาก แต่ปรากฏว่าเมื่อเรามีความมานะพยายามทำอย่างต่อเนื่อง กลับมีรายได้เข้ามาเรื่อยๆ”

ที่ผ่านมามีชาวบ้านมาดูงานบ้าง แต่ยังไม่ค่อยทำตาม เพราะจรูญใช้หลักวิทยาศาสตร์เข้ามาร่วมด้วย เช่น การวัดค่าความหวานเพื่อประเมินการใส่ปุ๋ยในมะพร้าว การปลูกมะละกอแบบล็อกราก การปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์สำหรับพื้นที่มีจำกัด แต่เพิ่มผลผลิตได้ เป็นต้น

“เมื่อผมเข้าร่วมการอบรมโครงการผู้นำแห่งยุค เพื่อความสุขที่ยั่งยืน ทำให้เกิดแรงบันดาลใจที่จะพัฒนาพื้นที่ให้เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านเกษตรทฤษฎีใหม่...การประยุกต์ใช้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างเต็มรูปแบบ และแปลงความเป็นวิชาการที่เข้าใจยากให้ชาวบ้านเข้าใจได้ง่าย เน้นการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง”

จรูญ รักนิยม ยืนยันทิ้งท้ายว่า “ศาสตร์พระราชา” นี้สามารถช่วยให้คนประสบความสำเร็จได้ ขอเพียงแต่ให้ลงมือทำ แม้จะค่อยๆเริ่มก็ตาม เพราะคนเราเดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ “ผมต้องการเผยแพร่สิ่งที่รู้ออกไปให้กว้างขวางที่สุด เพื่อช่วยชาวบ้านให้มีความสุขเหมือนผม ก่อนถึงวันที่ดินจะกลบหน้า...อยากใช้ทุกลมหายใจให้มีค่าที่สุด”.