วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กป้อม' ถก กอร.พระราชพิธีฯ สรุปยอดประชาชนเข้าร่วม 2 แสนกว่าคน

"ประวิตร" ประชุม กอร.พระราชพิธีฯ ครั้งสุดท้าย ขอบคุณทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือ พร้อมประเมินยอดประชาชนเข้าร่วมพระราชพิธีฯ เตรียมมอบ กอร.รส.ทัพภาค 1 ดูแลประชาชนเข้าชมพระเมรุมาศ ด้าน ตร.รายงานพบ 42 รายป่วนงานราชพิธีฯ

เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 60 ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมกองอำนวยการร่วมพระราชพิธี ถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (กอร.พระราชพิธีฯ) ครั้งสุดท้าย ภายหลังเสร็จสิ้นพระราชพิธีฯ โดยมีผู้แทนเหล่าทัพ ส่วนราชการ ตลอดจนถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

พล.อ.ประวิตร กล่าวภายหลังการประชุม ว่า ทุกอย่างมีความเรียบร้อยดี และมีความปลอดภัย เพราะได้รับความร่วมมือกันของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะประชาชน รวมทั้งการสร้างความรับรู้ของกรมประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนรับทราบว่าพื้นที่อยู่ พื้นที่กิน อยู่ตรงไหน พื้นที่ขบวนเสด็จผ่านเส้นทางใด จนทำให้ประชาชนให้ความร่วมมืออย่างดียิ่ง ทุกอย่างจึงเรียบร้อย

ขณะที่ตัวเลขประชาชนที่เข้าร่วมพระราชพิธีฯ ทั้งหมด ประมาณ 2 แสนกว่าคน ส่วนพื้นที่ชั้นในพระราชพิธีฯ ประมาณ 150,000 คน และพื้นที่ชั้นนอก 80,000 คน ส่วนพื้นที่ถวายดอกไม้จันทน์ตามต่างจังหวัด ที่พบว่ามีบางพื้นที่วางแผนงานไม่เป็นระบบ และไม่เหมาะสมน้ัน ตนคิดว่าเกิดขึ้นบางพื้นที่ ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทย พยายามแก้ไขหน้างานอยู่แล้ว อย่างเช่น บริเวณพุทธมณฑลนั้น พบว่าประชาชนรอคิวนาน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เราก็พยายามแก้ไขปัญหาให้วางได้หลายจุด

พล.อ.ประวิตร กล่าวต่อว่า สำหรับการเปิดให้ประชาชนเข้าชมพระเมรุมาศนั้น ทาง กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย บริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) กองทัพภาคที่ 1 เป็นผู้ดูแลหลัก เพราะ กอร.ร่วมพระราชพิธี ปิดศูนย์ในวันนี้ โดยจากนี้ไปจะใช้เจ้าหน้าที่จิตอาสามาช่วยเหลือประชาชนเข้าชมพระเมรุมาศหรือไม่นั้น ตนคิดว่าทุกคนตั้งใจมาช่วยพระราชพิธีฯ นี้ อีกทั้งกรณีนี้เป็นงานเฉพาะกิจ ซึ่งต่อไปคงจะใช้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป ส่วนการเปิดพระเมรุมาศให้ประชาชนเข้าชมนั้น จะเปิดตั้งแต่วันที่ 2-30 พฤศจิกายน แต่จะขยายเวลาออกไปหรือไม่นั้น เราจะต้องประเมินสถานการณ์ และดูจำนวนคนก่อน อย่าเพิ่งไปคาดการณ์ล่วงหน้า

"หลังจากนี้ไปเราจะสรุปบทเรียนทุกงานของงานพระราชพิธีฯ โดยจัดทำเป็นหนังสือ เพื่อเป็นประวัติศาสตร์ต่อไป พร้อมทั้งผมขอขอบคุณทุกหน่วยงานทั่วประเทศที่เข้ามาช่วยกัน ทั้งทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของกระทรวงมหาดไทย" พล.อ.ประวิตร กล่าว

ด้าน พล.ท.คงชีพ คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า สรุปการอำนวยการงานที่สำคัญด้านต่างๆ ทั้งในพื้นที่ กทม. และ 76 จังหวัดทั่วประเทศ ตั้งแต่ 1-30 ตุลาคม ที่ผ่านมา ทั้งด้านการถวายความปลอดภัย การดูแลความปลอดภัยสถานที่ และรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ การอำนวยความสะดวกการจราจร การบริการด้านอื่นๆ เช่น การขนส่ง การแพทย์ ด้านอาหาร เครื่องดื่มและสุขา รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ ซึ่งในภาพรวมการควบคุมอำนวยการและการกำกับดูแล เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ในภาพรวม มีประชาชนเดินทางเข้าร่วมพระราชพิธีฯ ในพื้นที่ชั้นใน รอบบริเวณพระบรมมหาราชวัง และมณฑลพิธีท้องสนามหลวง เมื่อ 25-26 ตุลาคม รวมประมาณ 230,000 คน และประชาชนร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จ ในพระราชพิธีเก็บพระบรมอัฐิ เมื่อ 27 ตุลาคม ประมาณ 24,000 คน

สำหรับพื้นที่จัดสร้างพระเมรุมาศจำลอง และจุดถวายดอกไม้จันทน์ มีประชาชนมาร่วมถวายดอกไม้จันทน์ใน กทม. จำนวนประมาณ 3,300,000 คน และต่างจังหวัด จำนวนประมาณ 16,170,000 คน

"ทาง พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวแสดงความขอบคุณ คณะกรรมการอำนวยการ และเจ้าหน้าที่ทุกคนจากทุกส่วนราชการทั่วประเทศ ที่ได้ทุ่มเท ตั้งใจทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ต่อเนื่อง 24 ชม. ตลอดเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยเป็นการทำงานด้วยหัวใจของความจงรักภักดีร่วมกัน เพื่อให้งานพระราชพิธีที่สำคัญยิ่งนี้ สำเร็จตามวัตถุประสงค์ของรัฐบาล ด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติสูงสุด พร้อมกับขอให้นำปัญหา และการดำเนินงานที่ผ่านมา สรุปเป็นบทเรียนการทำงานร่วมกัน เพื่อบันทึกเป็นประวัติศาสตร์ของหน่วยงานต่อไป พร้อมกันนี้ยังขอขอบคุณประชาชนคนไทยทุกคนทั่วประเทศ ที่มีนำ้ใจ และพยายามเข้าใจ ให้ความร่วมมือกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ที่ร่วมกันเตรียมงานและอำนวยการงานพระราชพิธีนี้ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย แม้จะมีปัญหาอยู่บ้าง แต่ด้วยความมีหัวใจเดียวกัน ก็ได้ร่วมกันคลี่คลายแก้ไขด้วยความเข้าใจร่วมกันด้วยดี" พล.ท.คงชีพ กล่าว

พล.ท.คงชีพ กล่าวต่อว่า การทำงานของกองอำนวยการร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ ศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม ถือว่าสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ของรัฐบาล และจะส่งมอบพื้นที่ให้กับกองทัพภาคที่ 1 โดย กอร.รส. ทภ.1 ตั้งแต่ 30 ตุลาคม เป็นต้นไป เพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับดูแลความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกประชาชน ที่จะเปิดให้เข้าชมพระเมรุมาศ และนิทรรศการ ต้ังแต่ 2 พฤศจิกายน เป็นต้นไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุม กอร.ราชพิธีฯ ที่กระทรวงกลาโหม วันนี้ (30 ต.ค.) ที่ประชุมได้รับรายงานของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ถึงข้อมูลการปฏิบัติงานตามแผนรักษาความปลอดภัยพื้นที่โดยรอบมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ช่วงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ จากทุกจุดคัดกรองที่ใช้เทคโนโลยีในการตรวจค้นประวัติอาชญากรรมจากการสแกนบัตรประชาชน และการหาข่าวของหน่วยข่าวที่ฝังตัวอยู่โดยรอบพื้นที่ โดยพบผู้มีประวัติอาชญากร และผู้ต้องสงสัยรวม 42 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญมาสอบสวน และขยายผลทางคดี ทั้งนี้ มีทั้งคดีอาญาทั่วไป และคดีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ด้วยมาตรการที่เข้มข้นดังกล่าว ทำให้ผู้ไม่หวังดีไม่สามารถเล็ดลอดเข้ามาสร้างสถานการณ์ในช่วงดังกล่าวได้