วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘ยิ่งลักษณ์’นิ่งเงียบ อสส.พอใจลงโทษสูงแล้วไม่อุทธรณ์-คดีจํานําข้าวถึงที่สุด

พรรคการเมืองดาหน้าถล่มทวง คสช.ปลดล็อกลุยกิจกรรม “อรรถวิชช์” โวยไม่ให้ขยับปรับ ตัวฉุกละหุกกระทบเลือกตั้ง เย้ยกำมาตรา 44 อยู่ในมือไม่น่ากังวล “ศุภชัย” ท้าพิสูจน์แค่ลมปากผู้นำหรือจริงใจดันปฏิรูป พท.ซัด เลิกผูกขาดรักชาติอยู่ฝ่ายเดียว “อนุดิษฐ์” จี้คลายกฎเหล็ก ชี้บ้านเมืองสงบนิ่งจะกลัวอะไร ด้าน “เสี่ยตือ” จวก ก.ม. ลูกบังคับใช้ไป 1 เดือนแล้ว ห่วงเสียเวลาเสียโอกาส กรธ.สั่ง กกต.ออนไลน์โชว์ภาษีย้อนหลังผู้สมัคร ส.ส. 3 ปี พ้นเส้นตาย 30 วัน ตั้งแต่ 27 ต.ค. “ทนายปู” ไม่ยื่นอุทธรณ์คดีจำนำข้าว อสส.เห็นพ้องคำพิพากษาโทษจำคุก 5 ปี คดีถึงที่สุดแล้ว

หลังเสร็จสิ้นงานพระราชพิธีสำคัญของประเทศ เสียงเรียกร้องจากพรรคการเมืองต่างๆที่เรียกร้องให้รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เร่งปลดล็อกให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมือง รองรับการเลือกตั้งดังกระหึ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยตอกย้ำว่าจะเป็นบทพิสูจน์ถึงความจริงใจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ต่อการปฏิรูปการเมืองด้วย

ปชป.ขย่มซ้ำทวง คสช.ปลดล็อก

เมื่อวันที่ 29 ต.ค. นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า วันนี้ถึงเวลาแล้วที่ คสช.จะส่งสัญญาณปลดล็อกให้พรรค การเมืองเข้าสู่โหมดทำกิจกรรมได้ เพื่อปรับตัวรับกติกาใหม่ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง โดยเฉพาะการทำไพรมารีโหวตคัดตัว ผู้สมัครของพรรค เป็นเรื่องใหม่ซับซ้อนมากขึ้นกลไกต้องเดินหน้าไม่อย่างนั้นจะฉุกละหุกกระทบต่อการเลือกตั้ง ก่อนหน้านี้เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ประกาศว่าจะมีการเลือกตั้งเดือน พ.ย.ปี 61 ดัชนีในตลาดหลักทรัพย์ทะยานสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ไม่ใช่ว่านักธุรกิจไม่รัก พล.อ.ประยุทธ์ แต่เป็นเรื่องความแน่นอนที่ชัดเจน ส่วนปัญหาด้านความมั่นคง คสช.คงไม่น่ากังวล ถ้าเกิดปัญหายังมีมาตรา 44 ในมือ แต่ถ้าไม่ให้ขยับให้ปรับตัวเลย จะมีผลต่อการเลือกตั้งแน่ๆ

ถ้าผู้นำจริงใจใช่แค่ลมปากจงรีบทำ

นายศุภชัย ศรีหล้า อดีตรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ คสช.บอกว่าไม่อยากให้ฝ่ายการเมืองขยับ ฝ่ายการเมืองทุกคนปฏิบัติตาม มาวันนี้งานพระราชพิธีสำคัญของคนไทยได้ผ่านไปอย่างราบรื่นแล้ว ประกอบกับ พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง มีผลบังคับใช้แล้ว แต่ยังมีคำสั่ง คสช.ห้ามเคลื่อนไหวค้ำอยู่ กฎหมายพรรคการเมืองทั้ง 150 มาตรา แต่ละขั้นตอนล้วนต้องใช้เวลาปรับตัว พรรคประชาธิปัตย์มีสมาชิกเดิมนับล้านคน ยังไม่นับสาขาพรรคทั่วประเทศอีก ไม่ง่ายเลยที่จะอธิบายแจกแจงกติกาใหม่ในเวลาอันสั้น การปลดล็อกยิ่งเร็วยิ่งดี มีผลต่อการรับไม้ต่อในการสร้างบ้านแปลงเมือง ถ้า คสช.อยากเห็นการปฏิรูปการเมือง อยากเห็นพรรคการเมืองเป็นของประชาชนจริงๆแบบที่เคยประกาศไว้ ต้องให้เวลาประชาชน รวมถึงพรรคการเมืองปรับตัว แต่ถ้าไม่ทำตามคำพูด แสดงว่าที่เคยพูดมาก็แค่ลมปาก คสช.ต้องให้โอกาสประชาชน ให้โอกาสประเทศ เหมือนที่ประชาชนเคยให้โอกาสและรอคอย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.มาอย่างอดทน วัดความจริงใจกันไปเลยว่า คสช.อยากเห็นการปฏิรูปการเมืองอย่างจริงใจหรือไม่

พท.อัดอย่าผูกขาดรัก ปท.อยู่ฝ่ายเดียว

ด้านนายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานีพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันนี้ฝ่ายความมั่นคงควรพิจารณาปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้แล้ว พระราชพิธีสำคัญของคนไทยทั้งชาติผ่านพ้นไปได้ด้วยดี พ.ร.บ.พรรคการเมืองประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. แล้ว ฝ่ายการเมืองควรจะได้ทำกิจกรรมต่างๆ ที่มีกรอบเวลากำหนดไว้ชัดเจน วันนี้เวลาเดินหน้าไปแล้ว ถึงเวลาที่ คสช.จะให้ฝ่ายการเมืองได้ทำอะไรบ้าง อย่าไปกลัวว่าจะวุ่นวาย ไม่มีเหตุผลอะไร หากกลัวความวุ่นวายก็ไม่ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งซึ่งเป็นไปไม่ได้ อย่าคิดว่าพวกท่านรักประเทศไทยอยู่คนเดียว ทุกคนรักประเทศไทย ไม่มีใครอยากให้ประเทศหยุดอยู่กับที่ เมื่อถึงเงื่อนเวลาต้องให้เป็นไปตามนั้น

บ้านเมืองสงบแล้วจะกลัวอะไร

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวว่าเมื่อนายกฯเคยประกาศกรอบเวลาจะมีเลือกตั้งเดือน พ.ย. 61 ชัดเจนแล้ว ก็เหลือเวลาประมาณ 1 ปี หาก คสช.และรัฐบาลเห็นว่าบ้านเมืองสงบเรียบร้อยและพร้อมจะเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ควรปลดล็อกได้แล้ว ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่านักการเมืองจะไปลงพื้นที่หาเสียง แต่พรรคการเมืองทุกพรรคต้องทำกิจกรรมตามที่กฎหมายลูกว่าด้วยพรรคการเมืองกำหนด ทั้งการสำรวจสมาชิก และจัดตั้งสาขาของพรรคตามภูมิภาคต่างๆ ถ้าหากให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมล่าช้าเวลาที่เดินหน้า ตั้งแต่กฎหมายลูกประกาศใช้จะทำให้การทำกิจกรรมต่างๆเป็นไปได้ยากขึ้น เมื่อสถานการณ์ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อยเช่นนี้ ไม่เห็นจะต้องกลัวอะไร

ไม่ต้องห่วงนักการเมืองจะวุ่นวาย

นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันนี้สถานการณ์ต่างๆในประเทศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จากภาพที่คนไทยทั้งประเทศร่วมพระราชพิธีสำคัญของคนทั้งชาติ แสดงให้เห็นว่าคนไทยมีความรักความสามัคคีกัน เมื่อกฎหมายกำหนดให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมไว้ในกรอบเวลาที่จำกัด ฝ่ายความมั่นคงควรปล่อยให้ฝ่ายการเมืองทำกิจกรรมได้แล้ว ไม่ต้องกลัวว่าจะเกิดความวุ่นวาย การสำรวจสมาชิกพรรค และจัดตั้งสาขาพรรค ไม่ใช่เรื่องจะทำวันสองวัน พรรค การเมืองคงมุ่งหน้าทำงาน ไม่มีเวลาไปโจมตีใครและที่สำคัญการปล่อยให้พรรคการเมืองทำกิจกรรม ใช่ว่าจะมีการลงพื้นที่แห่หาเสียงกันทันที ตอนนี้ยังไม่ถึงโหมดเลือกตั้ง ฝ่ายการเมืองรู้ว่าจะทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหน ดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะเกิดความวุ่นวาย

“เสี่ยตือ” โวยเสียเวลาเสียโอกาส

ขณะที่นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวเรียกร้องให้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะ คสช.ว่า ถึงเวลาปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมทางการเมืองได้แล้ว เพราะร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมือง ประกาศในราชกิจจาเมื่อวันที่ 7 ต.ค.60 จะครบกำหนด 1 เดือนแล้ว จากที่กำหนด 180 วัน จะเหลือเพียง 150 วัน ทำให้พรรคการเมืองเสียโอกาสไปเรื่อยๆ ไม่สามารถทำอะไรได้เลย เป็นห่วงโดยเฉพาะพรรค การเมืองที่มีสมาชิกจำนวนมาก ต้องส่งจดหมายไปให้สมาชิกพรรค กว่าจะตอบกลับมา และต้องให้ กกต.รับรองอีก ต้องใช้เวลาทั้งนั้น อย่ากลัวว่าหากเปิดให้บรรดาพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมืองแล้วจะทำให้การบริหารงานของรัฐบาลมีปัญหาหรือยุ่งยาก รัฐบาลสามารถบริหารประเทศต่อไปได้

จี้ส่งสัญญาณเดินตามโรดแม็ป

นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง อดีต ส.ว.อุทัยธานี กล่าวว่า เห็นด้วยว่าควรจะเริ่มปลดล็อกพรรคการเมืองได้แล้ว ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.และร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 2 ฉบับสุดท้ายใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว คสช.ควรให้นักการเมืองและพรรคการ เมืองออกมาทำกิจกรรม เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเลือกตั้งที่จะมีช่วงปลายปีหน้า การปลดล็อกนั้นจะทำให้รัฐบาลและ คสช.ไม่ตกเป็นเป้าโจมตีและส่งสัญญาณว่าจะมีการเลือกตั้งตามโรดแม็ปตามที่นายกฯประกาศเอาไว้ สร้างความมั่นใจให้ทุกคนด้วย และหากนักการเมืองทำอะไรที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวาย รัฐบาลยังมีกฎหมายควบคุมได้

“วิษณุ” โต้ไม่ได้ทำให้ใครเสียหาย

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพรรคการเมืองเรียกร้องให้ปลดล็อกพรรค การเมืองว่า ไม่เป็นไรทาง คสช.ทราบเรื่องนี้ เพราะในการประชุม คสช.เมื่อช่วงต้นเดือน ต.ค.มีการพูดถึงเรื่องดังกล่าว แต่เนื่องจากมีงานพระราชพิธี จึงเอาไว้ก่อน ถ้าจะปลดล็อกไม่ต้องนำเรื่องเข้าที่ประชุมร่วม ครม. กับ คสช. แต่จะเป็น คสช.อย่างเดียวที่จะ พิจารณา ส่วนจะมีการพิจารณาเรื่องนี้เร็วๆนี้หรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องของ คสช.จะเป็นผู้ พิจารณา เมื่อถามว่า แต่ใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง กำหนดกรอบเวลาเอาไว้ หากยังไม่ปลดล็อก เวลาที่เหลือจากนี้จะเพียงพอให้พรรคการเมืองเตรียมตัวหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ตนตอบไม่ถูก แต่ยืนยันได้ว่าเรื่องนี้จะไม่ทำให้เกิดความเดือดร้อน และก่อให้เกิดความเสียหายแก่พรรคการเมือง เพราะ คสช.ทราบเรื่องกำหนดเวลา

สนช.เชื่อโค้งท้ายมีคนชิง กกต.แน่

วันเดียวกัน นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) กล่าวถึงกรณีที่ยังไม่มีบุคคลใดยื่นใบสมัครเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหม่ หลังเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 19 ต.ค.ว่า ที่ผ่านมาส่วนใหญ่การสมัครเข้าสรรหาองค์กรอิสระจะมาสมัครวันสุดท้ายและวันรองสุดท้าย คงจะรอดูก่อน คุณสมบัติของ กกต.ครั้งนี้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กำหนดไว้สูงกว่ารัฐธรรมนูญเก่า ทำให้ผู้มีคุณสมบัติเข้าข่ายอาจน้อยลงด้วย แต่ไม่น่ามีปัญหา เพราะกำหนดสมัครวันสุดท้ายถึงวันที่ 10 พ.ย. จะต้องให้กรรมการสรรหาทาบทามบุคคลเข้ารับการสรรหาหรือไม่นั้น ต้องรอดูก่อน ยังมีเวลาอีกตั้งหลายวัน

เหน็บใครเข้ามาต้องเป็นผู้กล้า

นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงรายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณียังไม่มีผู้สมัครเข้ารับการสรรหาเป็น กกต.จนอาจต้องขยายเวลารับสมัครมองได้หลายอย่าง อาจเป็นเพราะช่วงเดือน ต.ค.เป็นเวลาที่คนไทยทั้งประเทศโศกเศร้า คนที่อยากสมัครเข้ารับการสรรหา จึงยังไม่อยากจะทำอะไร รอให้ผ่านพ้นช่วงนี้ไปก่อน หรืออาจเพราะคุณสมบัติและวิธีการในกฎหมายฉบับใหม่เข้มงวด ทำให้กังวลว่าถ้าเข้ามาทำงานแล้วจะมีปัญหาภายหลัง ไม่อยากจบไม่สวย ต้องยอมรับว่าคนจะมาทำหน้าที่ตรงนี้ต้องเป็นผู้กล้าและมีความเสียสละจริง เมื่อถามว่าหากต้องเลื่อนเวลาสมัครจริงจะกระทบโรดแม็ปเลือกตั้งหรือไม่ นายสามารถตอบว่า กกต.เป็นหัวใจสำหรับการเลือกตั้ง ถ้าไม่มีกรรมการก็จัดการแข่งขัน ไม่ได้ คนมีอำนาจอาจต้องหาทางออกอย่างใดอย่างหนึ่ง ไว้รองรับปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

กรธ.ติดดาบ ป.ป.ช.ทำงานเชิงรุก

นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงการจัดทำกฎหมายลูกก่อนครบกำหนด 240 วัน ในวันที่ 1 ธ.ค.ว่า กรธ.จะส่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับสุดท้ายให้ สนช.ตามกรอบเวลาเดิมที่กำหนดไว้ โดยร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) กรธ.ได้ปรับแก้เล็กน้อย และยังยืนยันในหลักการ คือ 1.ต้องมีความรวดเร็วในการป้องปราม 2.ต้องร่วมมือในด้านการข่าว มีข้อกำหนดให้ต้องเซ็นเอ็มโอยูกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ต่างคนต่างทำ และ 3.ต้องทำงานเชิงรุก ไม่เพียงแต่รอรับเรื่องร้องเรียนสามารถตรวจสอบได้ทันทีเมื่อพบเห็นข้อมูล ทั้งนี้ จะส่งให้ สนช.พิจารณาในวันที่ 31 ต.ค. ส่วนร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. คาดว่าจะได้รับความเห็นจาก กกต.สัปดาห์นี้ จากนั้นจึงนำมาพิจารณาแล้วส่งให้ สนช.วันที่ 21 พ.ย.

สั่ง กกต.ออนไลน์ภาษีผู้สมัคร ส.ส.3 ปี

นายชาติชายกล่าวว่า สำหรับการร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. กรธ.พิจารณาแล้ว 40 มาตรา จากประมาณ 130 มาตรา เกี่ยวกับกรอบเวลาและวิธีการดำเนินงาน ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดวันเลือกตั้ง หน่วยเลือกตั้ง เขตเลือกตั้ง โดยล้อตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ มีบางส่วนจะเขียนให้ชัดเจนขึ้นเพื่อตอบโจทย์การปฏิรูปและความโปร่งใส เช่น กำหนดให้ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งต้องเปิดเผยรายการเสียภาษีย้อนหลัง 3 ปี ก็เพิ่มเติมให้ กกต.ต้องนำข้อมูลเหล่านี้เผยแพร่บนเว็บไซต์ให้สังคมรับรู้รับทราบด้วย และยังมีแนวคิดส่งเสริมความเข้มแข็งของพรรคการเมืองคือ เรื่องเงินค่าสมัคร 10,000 บาท โดยผู้สอบผ่านได้เป็น ส.ส.และผู้สมัครที่ได้คะแนนเกินร้อยละห้านั้น อาจให้นำค่าสมัครส่งคืนพรรคการเมืองแทนผู้สมัคร เพื่อทำให้พรรคมีเงินทำกิจกรรมส่งเสริมความเป็นสถาบันมากยิ่งขึ้น โดยร่างกฎหมายลูก ส.ส.กรธ.พร้อมส่งให้ สนช.พิจารณาในวันที่ 28 พ.ย.นี้

เย้ย รบ.คุยปราบโกงต้องไร้ทุจริต

นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานีพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จัดซื้อเครื่องตรวจจับความเร็วแบบพกพาว่า วันนี้เรื่องดังกล่าวเพิ่งผ่านคณะรัฐมนตรี ยังไม่ถึงขั้นจัดซื้อ เมื่อมีการออกมาตั้งคำถามเรื่องความเหมาะสมและราคาก็ต้องทำให้ทุกอย่างโปร่งใสตรวจสอบได้ ให้สมกับเป็นรัฐบาลที่ไม่มีการทุจริตอย่างที่กล่าวอ้าง ต้องพิจารณาทุกขั้นตอนให้รอบคอบอย่าให้ซ้ำรอยไมค์ทองคำในห้องประชุมคณะรัฐมนตรีก่อนหน้านี้ ขอให้หยุดเรื่องที่จะทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมเพราะที่ผ่านมาก็มากอยู่แล้ว และมันจะออกมาชี้แจงกับสังคมไม่ได้ เมื่อถามว่าถึงเวลาที่นายกฯต้องพิจารณาเกี่ยวกับรัฐมนตรีที่ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลหรือยัง นายสมคิดตอบว่า ผู้นำต้องดู ครม.ของท่านว่าทำงานกันอย่างไร นายกฯน่าจะรู้อยู่แก่ใจ แต่จะปรับหรือไม่ปรับอยู่ที่จะกล้าหรือไม่ เพราะแต่ละคนเป็นพี่เป็นเพื่อนท่านทั้งนั้น

“ทนายปู” ไม่อุทธรณ์คดีจำนำข้าว

นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการยื่นอุทธรณ์ในคดีจำนำข้าวหลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาจำคุก น.ส.ยิ่งลักษณ์ 5 ปี ว่า เมื่อวันที่ 27 ต.ค. เป็นวันครบกำหนด 30 วัน เเต่นับจากวันที่ 25 ส.ค. ที่เป็นวันนัดฟังคำพิพากษาครั้งเเรก น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้ติดต่อกับทีมทนายความ จึงไม่ได้ยื่นอุทธรณ์หรือขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ออกไปจะถือว่าคดีนี้สิ้นสุดลงแล้วหรือไม่นั้นไม่ทราบ เพราะไม่เเน่ใจว่าอัยการได้ยื่นอุทธรณ์หรือไม่

อสส.เห็นพ้องกับคำพิพากษา

ขณะที่นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า ทราบว่าคดีนี้นายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด มีความเห็นไม่ยื่นอุทธรณ์เนื่องจากเห็นด้วยตามคำพิพากษาของศาลที่ลงโทษ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เมื่อถามว่า จะต้องส่งกระทรวงการต่างประเทศถอนพาสปอร์ตเลยหรือไม่ นายโกศลวัฒน์กล่าวว่า ขั้นตอนหลังจากนี้จะเป็นไปตามที่อัยการสูงสุดเคยกล่าวไว้ว่าใครมีหน้าที่อะไรก็จักต้องทำตามกฎหมาย ก็จะต้องดูว่ากฎหมายอนุญาตให้ทำยังไงต่อได้อีกบ้าง เเต่ไม่ได้เร่งรัดเรื่องใดเป็นพิเศษ ให้เป็นไปตามขั้นตอนเพื่อความเป็นธรรม

คดีถึงที่สุดไม่อุทธรณ์ตั้งแต่ 27 ต.ค.

นายสุรศักดิ์ ตรีรัตน์ตระกูล ผู้ตรวจการอัยการ 1 ในคณะทำงานอัยการคดีโครงการรับจำนำข้าวและระบายข้าว เปิดเผยว่า คดีจำนำข้าวที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาจำคุก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 123/1 บทหนักสุดที่ละเลยการตรวจสอบระบายข้าวจีทูจีจนทุจริตเสียหาย เป็นเวลา 5 ปีโดยไม่รอลงอาญา คดีถึงที่สุดแล้ว เนื่องจากครบกำหนดระยะเวลายื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วันเมื่อวันที่ 27 ต.ค. ฝ่ายจำเลยไม่ได้มายื่นอุทธรณ์หรือขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์คดี เพราะถ้ามายื่นอุทธรณ์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จำเลย ต้องมายื่นด้วยตนเองตามกฎหมาย ส่วนคณะทำงานอัยการคดีนี้ได้เสนอความเห็นต่อนายเข็มชัย ชถติวงศ์ อัยการสูงสุดเห็นควรไม่ควรอุทธรณ์ เนื่องจากศาลฎีกาฯ ลงโทษตามฟ้องแล้ว ซึ่งอัยการสูงสุดเห็นด้วย มีคำสั่งไม่อุทธรณ์คดีนี้แล้วตั้งแต่วันที่ 27 ต.ค.

ศาลสั่งจำคุก 5 ปีถือว่าสูงแล้ว

นายสุรศักดิ์กล่าวต่อว่า ขั้นตอนหลังจากคดีจำนำข้าวถึงที่สุดแล้ว จะแจ้งคำสั่งไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ทราบ ส่วนเรื่องการได้ตัวมาก็เป็นส่วนของการขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป จะต้องให้ทราบแหล่งที่อยู่ที่แท้จริงของจำเลย ตาม พ.ร.บ.ความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา เพื่อจะได้ดำเนินการเรื่องส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน จะต้องประสานกับกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คดีนี้อัยการทำตามหน้าที่ ก็มีคนถามว่าทำไมลงโทษน้อย คดีนี้เราฟ้องให้จำคุกในอัตราโทษตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับเงิน 20,000-200,000 บาท ทั้งนี้ ศาลท่านก็วินิจฉัยเหมาะสมแก่การลงโทษแล้ว คือให้จำคุก 5 ปี ซึ่งถือว่าสูงแล้วในคดีความผิดลักษณะอย่างนี้

จีทูจีข้าวเล็งโต้แย้งยกฟ้องโรงสี

นายสุรศักดิ์กล่าวอีกว่า ตอนนี้เหลือคดีระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐที่นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ กับพวก ตกเป็นจำเลย ฝ่ายจำเลยยื่นขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ ส่วนอัยการยื่นอุทธรณ์เช่นกัน ซึ่งศาลฎีกาฯอนุญาตให้อุทธรณ์แล้ว กำลังอยู่ในขั้นตอนพิจารณาว่าเราจะโต้แย้งประเด็นที่ศาลฎีกาฯ ยกฟ้องจำเลย กลุ่มเจ้าของโรงสีข้าวด้วยหรือไม่ โดยจะพิจารณาคำพิพากษาที่เป็นคำวินิจฉัยส่วนตนของแต่ละท่านอย่างละเอียดและคณะทำงานอัยการจะนัดประชุมกันอีกครั้งในสัปดาห์หน้า