วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สรรพสามิตไล่เชือด 3 ยี่ห้อ บุหรี่นอกเลี่ยงภาษีใหม่กดราคาขายปลีก

กรมสรรพสามิต มึน!! ถูกผู้นำเข้าบุหรี่จากต่างประเทศ 3 ยี่ห้อ กดราคาขายปลีก เหลือซองละ 60 บาท ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายใหม่ เตรียมเรียกผู้ประกอบการพบ ทวงสัญญาลูกผู้ชาย...หากไม่ปฏิบัติ สั่งเชือดทันที ใช้ไม้แข็งปรับขึ้นราคาขายปลีก

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมฯ จะเรียกผู้ประกอบการนำเข้าบุหรี่จากต่างประเทศ 3 ยี่ห้อ ที่ไม่ปฏิบัติตามสัญญาลูกผู้ชาย หลังพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สรรพสามิต ฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ไปแล้ว เมื่อวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากบริษัทที่นำเข้าบุหรี่ทั้ง 3 ยี่ห้อ ไม่ยอมปรับขึ้นราคาขายปลีกบุหรี่ซอง แต่ทำในทางตรงกันข้ามคือ ปรับราคาลดลง

ทั้งนี้ กฎหมายใหม่ของกรมฯในการจัดเก็บภาษียาสูบ (บุหรี่) กำหนดให้เก็บภาษีแบบผสม กล่าวคือ เก็บภาษีตามมูลค่าและปริมาณรวมกัน โดยใช้ราคาขายปลีกแนะนำมาเป็นฐานในการคำนวณภาษี โดยบุหรี่ทุกยี่ห้อจะต้องเสียภาษีตามปริมาณในอัตรามวนละ 1.20 บาท (1 ซอง มีจำนวน 20 ม้วน) หรือ 24 บาทต่อซอง เท่ากันทั้งหมด

ขณะที่การจัดเก็บภาษีตามมูลค่า จะแบ่งออกเป็น 2 อัตราคือ 1.บุหรี่ที่มีราคาขายปลีกเกินซองละ 60 บาท ต้องเสียภาษีตามมูลค่าอีก 40% ของราคาขายปลีก และ 2.บุหรี่ที่มีราคาขายปลีกไม่เกินซองละ 60 บาท เสียภาษีตามมูลค่า 20% ของราคาขายปลีก เป็นระยะเวลา 2 ปี หลังจากนั้น ให้เสียภาษีในอัตรา 40% เท่ากับบุหรี่ที่ขายปลีกเกินซองละ 60 บาท

นายกฤษฎากล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการเก็บภาษีบุหรี่ใหม่ในครั้งนี้ เพื่อให้บุหรี่รายเล็กมีโอกาสปรับตัว 2 ปี หลังจากนั้นต้องเสียภาษีเท่ากับบุหรี่ราคาแพง ขณะเดียวกันยังลดผลกระทบของผู้บริโภค จากราคาบุหรี่ที่แพงขึ้นโดยมีข้อตกกันว่า ราคาบุหรี่ขายปลีกที่ขายก่อนหน้าที่อัตราภาษีใหม่จะมีผลบังคับใช้คือ วันที่ 16 ก.ย.2560 จะไม่มีการปรับลดลงต่ำกว่า 60บาท เพราะถือเป็นอัตราภาษีช่วยผู้ประกอบการรายย่อย และผู้บริโภคที่มีรายได้น้อย

“ราคาบุหรี่ขายปลีกไม่ควรลดลง หลังจากที่กรมฯได้ประกาศอัตราภาษีใหม่ไปแล้ว โดยบุหรี่ทั้ง 3 ยี่ห้อก่อนหน้านี้ มีราคาขายปลีก65 บาทต่อซอง หรือ 70 บาทต่อซอง ได้ปรับราคาลงมาต่ำกว่า 60 บาท โดยตั้งราคาขายปลีกบวกภาษีแล้ว จำหน่ายซองละ 60 บาท ซึ่งก็คือ เพดานภาษีขั้นต่ำของกรมสรรพสามิต”

อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวอีกว่า กรมฯ ได้ทำหนังสือเตือนไปยังผู้ประกอบการนำเข้าบุหรี่ทั้ง 3 ยี่ห้อแล้ว โดยมี 1 ยี่ห้อรับปากที่จะปฏิบัติตามข้อตกลง ส่วนอีก 2 ยี่ห้อกำลังรอคำตอบ อย่างไรก็ตาม หากผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง กรมฯจะเรียกมาหารือเพื่อทบทวนความจำ และหากไม่ปฏิบัติตามอีก ก็จะเริ่มกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง
อย่างไรก็ตาม กฎหมายใหม่เปิดโอกาสให้กรมฯ ไม่รับราคาขายปลีกที่ผู้นำเข้าเสนอมา และกรมฯมีอำนาจในการตั้งราคาใหม่ ซึ่งหากใช้วิธีการนี้ถือว่ารุนแรงเกินไป เนื่องจาก พ.ร.บ.สรรพสามิต ฉบับใหม่นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับโครงสร้างภาษีและให้เกิดความเป็นธรรม ไม่ใช่มุ่งเน้นเรื่องการจัดเก็บรายได้.