วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พบแล้ว 2 ศพ ไหม้ร้านเก็บม้วนผ้า หลานหลวง ซ.8 คาดเหตุไฟฟ้าลัดวงจร

ไม่รอด!! เพลิงไหม้ร้านเก็บม้วนผ้าขายส่ง อาคารพาณิชย์ 2 คูหา ย่านหลานหลวง ซอย 8 เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ล่าสุดพบแล้ว 2 ศพ เป็นสามีภรรยาติดอยู่ดาดฟ้า สภาพถูกไฟไหม้เกรียมทั้งตัว สันนิษฐานว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร...


ความคืบหน้า เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 29 ต.ค. เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) แพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธา สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิต 2 ราย บริเวณห้องพักบนชั้นดาดฟ้าของอาคาร ทราบชื่อต่อมาคือ นายบุญทอน มีทรัพย์ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6 ม.5 ต.ดอนตาล อ.เมือง จ.มุกดาหาร และ นางสำราญ ทับหลักศิลป อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 71 ม.8 ต.หรองขาม อ.จักราช จ.นครราชสีมา สองสามีภรรยา สภาพศพถูกไฟไหม้เกรียมทั้งตัว 



นายยอดขวัญ จุณณะปิยะ ผู้อำนวยการเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เปิดเผยว่า ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 2 ก่อนจะลุกลามอย่างรวดเร็ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดประมาณ 1 ชั่วโมง ช่วงเวลาประมาณ 05.00 น. เจ้าหน้าที่สามารถดับเพลิงที่ลุกไหม้กองผ้า จึงสามารถเข้าไปตรวจสอบเบื้องต้น ภายในอาคาร พบผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นคนงานบริเวณห้องพักด้านในบนชั้นดาดฟ้า นอกจากนี้ มีเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย อาสามูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า อย่างไรก็ตาม อาคารดังกล่าวมีโครงสร้างไม่แข็งแรง เนื่องจากถูกความร้อนเป็นเวลานาน ทำให้พื้นบริเวณชั้น 3 และชั้น 4 เกิดการแอ่นตัว จึงต้องสั่งปิดอาคารที่เกิดเพลิงไหม้ทั้ง 2 คูหา โดยห้ามไม่ให้บุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในอาคาร พร้อมทั้งแนะนำอาคารพาณิชย์ เลขที่ 118/25 ซึ่งอยู่ใกล้เคียงไม่ให้ใช้เครื่องจักร และขนย้ายสิ่งของหนักออกจากอาคาร เพราะบริเวณผนังระหว่างตัวอาคารพบรอยแตกร้าว เบื้องต้น จำเป็นต้องสั่งปิดอาคารพาณิชย์ทั้ง 2 คูหา เป็นเวลา 15 วัน เพื่อตรวจสอบสภาพอาคารว่าได้รับความเสียหายมากเพียงใด



จากการสอบถามชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ พบว่าต้นเพลิงได้ลุกไหม้จากชั้น 2 ของอาคารดังกล่าว ก่อนจะลุกลามอย่างรวดเร็ว ส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟ อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องรอผลการตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้ง จากเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป.