วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตามรอยเสด็จในหลวงร.9 “รอยพระสรวลของพระราชินีไทย" ประทับใจชาวเบลเยียม

29 ตุลาคม 2560 บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำเบลเยียม ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขอนำเสนอการเดินทางตามรอยเสด็จฯ เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ไปเป็นพระราชอาคันตุกะของสมเด็จพระราชาธิบดีโบดวง ณ ประเทศเบลเยียม ระหว่างวันอังคารที่ 4 ถึงวันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2503 ขณะที่หนังสือพิมพ์และนิตยสารรายงานข่าวพร้อมภาพพาดหัวหน้าหนึ่งตลอดทุกวัน นอกจากนั้น นิตยสารเลอซัวร์อิลลูสเตร่ และเลอแพทริออต ได้นำพระฉายาลักษณ์ของพระราชินีขึ้นปก พร้อมภาพการเสด็จฯ เยือนของพระองค์ พร้อมกับพระประวัติ และชื่นชมพระสิริโฉมและท่วงท่าอันสง่างามของพระองค์อีกด้วย

หนังสือพิมพ์เลอซัวร์ของเบลเยียม ฉบับวันพุธที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2503 ได้ลงข่าวหน้าหนึ่งพาดหัวว่า "กษัตริย์และพระราชินีแห่งประเทศไทยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น" พร้อมภาพถ่ายของทั้งสองพระองค์มีคำบรรยายภาพว่า "รอยพระสรวลอันทรงเสน่ห์ และความเป็นมิตรของกษัตริย์ไทย สร้างความประทับใจให้กับคนบรัสเซลส์" และพระบรมฉายาลักษณ์ของทั้งสองพระองค์กับสมเด็จพระราชาธิบดีโบดวงแห่งเบลเยียม ที่พระบรมมหาราชวังกรุงบรัสเซลส์ก่อนงานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำกาล่าดินเนอร์

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จฯ ไปถึงสนามบินกรุงบรัสเซลส์ เมื่อวันอังคารที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2503 เวลา 10.00 น. โดยมีเครื่องบิน Hunter ของกองทัพอากาศเบลเยียม จำนวน 6 ลำ ขนาบข้างถวายการต้อนรับตั้งแต่เครื่องบินพระที่นั่งเร่ิมเข้าพรมแดนเบลเยียม

สมเด็จพระราชาธิบดีโบดวง ทรงรอรับเสด็จ พร้อมกับรัฐมนตรีต่างประเทศเบลเยียม สมุหราชองค์รักษ์ กองดุริยางค์ทหารบรรเลงเพลงชาติไทย ทหารปืนใหญ่ยิงสลุต 51 นัด จากนั้นทรงแนะนำบุคคลสำคัญที่รอรับเสด็จ มีการถวายช่อดอกไม้แก่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จากนั้นในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงแนะนำผู้ตามเสด็จได้แก่ นายถนัด คอมันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พระยาศรีวิสาร องคมนตรี พลเอกหลวงสุรณรงค์ สมุราชองครักษ์ หม่อมเจ้าวิภาวดีรังสิต นางสนองพระโอษฐ์ เสร็จแล้ว เสด็จประทับรถไฟพระที่นั่งมุ่งหน้าเข้ากรุงบรัสเซลส์

เมื่อถึงสถานีรถไฟการ์ซองทราล มีคณะนักข่าวรอถ่ายรูปทำข่าวเป็นจำนวนมาก ผู้รอรับเสด็จประกอบด้วย นายฌอง เดอ เนฟ ผู้ว่าการจังหวัดบราบองท์ นายคอร์เรอมองส์ นายกเทศมนตรีกรุงบรัสเซลส์ ผู้ว่าการรถไฟเบลเยียม เมื่อเสด็จฯ จากชานชาลาขึ้นถึงห้องโถง หม่อมเจ้าวงษ์มหิป ชยางกูร เอกอัครราชทูตไทยประจำราชอาณาจักรเบลเยียม พร้อมข้าราชการสถานเอกอัครราชทูต รอรับเสด็จ เมื่อเสด็จฯ ถึงบริเวณลานคาร์ฟูร์เดอลูโรปหน้าสถานีรถไฟ วงดุริยางค์ทหารบรรเลงเพลงชาติไทย และทรงตรวจแถวทหารเกียรติยศจากโรงเรียนนายร้อย เสร็จแล้วเสด็จขึ้นประทับรถยนต์พระที่นั่งไปยังพระราชวังกรุงบรัสเซลส์ โดยมีทหารม้าเกียรติยศประกอบขบวน ท่ามกลางประชาชนชาวเบลเยียมที่รอเฝ้าฯ รับเสด็จ หลายร้อยคน ท่ามกลางสายฝนโปรยปราย นับเป็นครั้งแรกที่ชาวเบลเยียมได้สัมผัส และถวายการต้อนรับราชวงศ์ไทย

ความรู้สึกของคนเบลเยียมที่ได้เฝ้าฯ รับเสด็จคือ ความแปลกใจที่ทั้งสองพระองค์ยังดูทรงพระเยาว์มาก นอกจากนั้น "รอยยิ้มพิมพ์ใจ" ของพระราชินี กับท่วงท่าที่สง่างามของทั้งสองพระองค์ เป็นที่ติดตราตรึงใจชาวเบลเยียมที่ได้เข้าเฝ้าฯ รับเสด็จ ในทุกเมืองที่เสด็จฯ ถึง จะมีประชาชนเบลเยียมจำนวนมากต่างเฝ้าฯ รับเสด็จ เพื่อชื่นชมพระสิริโฉม กับรอยพระสรวล และความงดงามในทุกอิริยาบถของพระราชินีนาถ ความสง่างาม และทรงเป็นมิตรของพระเจ้าอยู่หัว

เสด็จฯ ถึงพระราชวังกรุงบรัสเซลส์ เวลา 11.00 น. กองทหารเกียรติยศบรรเลงเพลงชาติไทย มีประชาชนจำนวนมากรอเฝ้าฯ รับเสด็จ ทุกคนต่างชื่นชมกับพระสิริโฉมอันงดงามของพระราชินี และรอยพระสรวล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทอดพระเนตรไปยังฝูงชนที่เฝ้าฯ รับเสด็จทางด้านซ้ายและขวาตลอดเวลาอย่างใส่พระทัย เมื่อขบวนรถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนมาถึงบริเวณด้านหน้า และเข้าไปภายในเขตพระราชวัง

เวลา 11.30 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังอนุสาวรีย์ทหารนิรนาม ทรงวางพวงมาลาดอกไม้สีขาว แดง และน้ำเงิน ซึ่งเป็นสีธงชาติไทย เสร็จแล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับพระราชวังกรุงบรัสเซลส์ ทรงเปิดโอกาสให้ประธานรัฐสภา และคณะรัฐมนตรีเบลเยียมเข้าเฝ้าฯ และทรงเสวยพระกระยาหารกลางวันเป็นการส่วนพระองค์

ช่วงบ่าย เสด็จพระราชดำเนินไปยังศาลาว่าการกรุงบรัสเซลส์ โดยมีคณะผู้บริหารกรุงบรัสเซลส์ เฝ้าฯ รับเสด็จ ทรงลงพระนามในสมุดเยี่ยม นายกเทศมนตรีได้ทูลเกล้าฯ ถวายผ้าลูกไม้แด่พระราชินี ซึ่งพระองค์ได้ตรัสชมเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า สวยงามมาก ในหลวง รัชกาลที่ 9 พระราชทานของที่ระลึกให้นายกเทศมนตรี จากนั้นได้เสด็จออกที่ด้านหน้าระเบียงชมการสวนสนามของกองกำลังทหารอากาศและทหารเรือ พร้อมวงดุริยางค์ ซึ่งได้มีการบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์อีกด้วย

ค่ำของวันอังคารที่ 4 ตุลาคม 2503 สมเด็จพระราชาธิบดีโบดวง พระราชทานเลี้ยงพระกายาหารค่ำแบบกาล่าดินเนอร์ ที่ท้องพระโรงซาลเดอโทรน แขกรับเชิญประกอบด้วยคณะทูตานุทูต ประธานรัฐสภา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีเบลเยียม ผู้แทนจากภาคอุตสาหกรรม การคลัง และสื่อมวลชน มีวงออร์เคสตราบรรเลงเพลงตลอดงาน โดยได้บรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ถึง 3 เพลงคือ Love in Spring, Love Light in My Hearth และ Falling Rain

วันพุธที่ 5 ตุลาคม 2503 ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินไปยังเมืองนามูร์ ซึ่งเป็นเมืองหลักของแคว้นวาลลอง และเมืองชาร์เลอรัว ขณะเสด็จพระราชดำเนินผ่านเมืองวาฟร์ ซึ่งเป็นเมืองผ่าน ได้มีคณะนักเรียนเฝ้าฯ รับเสด็จตลอดระหว่างทาง ได้มีนายวรวุฒิ จรรยาวณิช (ปัจจุบันเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญประสาทศัลยศาสตร์) นักเรียนไทยวัย 19 ปี จากจังหวัดเพชรบุรี ที่กำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนอาเธเน่เดอวาฟร์ ได้กราบบังคมทูลขอให้ทรงพระสำราญในประเทศเบลเยียม ขบวนเสด็จได้หยุดที่เมืองฌอมบลู๊ก ซึ่งเป็นเมืองแรกของจังหวัดนามูร์ หลังจากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังเมืองนามูร์ เสวยพระกระยาหารกลางวันท่ีชาโตย์เดอซิตาเดล ที่มีการประดับตกแต่งด้วยดอกไม้สีธงชาติไทยอย่างหรูหรา แล้วเสด็จพระราชดำเนินต่อไปเมืองชาร์เลอรัว

วันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม เสด็จพระราชดำเนินไปเมืองเกนท์ และเมืองบรูกจ์ ซึ่งเป็นเมืองหลักที่ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกในแคว้นฟลานเดอร์ตะวันตก เวลา 10.30 น. เสด็จพระราชดำเนินถึงเมืองเกนท์ ทรงเยี่ยมชมสถานที่สำคัญของเมือง และเสวยพระกระยาหารกลางวัน ที่ศาลาว่าการเมืองเกนท์ เวลา 14.45 น. เสด็จฯ ถึงเมืองบรูกจ์ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเวนิสตอนเหนือ เป็นเมืองท่าการค้าเก่าแก่สมัยกลาง และได้รับเลือกเป็นมรดกโลก แล้วเสด็จกลับโดยรถไฟพระที่นั่งออกจากเมืองบรูกจ์ เวลา 16.55 น. ถึงสถานีรถไฟกรุงบรัสเซลส์ เวลา 18.10 น. จากนั้นเสด็จฯ ต่อไปถึงพระราชกรุงบรัสเซลส์ เวลา 18.20 น. ได้พระราชทานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำแบบกาล่าดินเนอร์ตอบแทนสมเด็จพระราชาธิบดีโบดวง ที่คอนแซรท์โนเบิล

ระหว่างทางเสด็จพระราชดำเนินจากเมืองเกนท์ไปยังเมืองบรูกจ์ ทรงแวะหยุดที่เมืองซอเมอร์เกม สมเด็จพระราชาธิบดีโบดวงได้ทรงอวยพร นายอองรี่ ลิปเปนส์ ที่จะมีอายุครบ 100 ปี ในวันที่ 21 ตุลาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชทานของขวัญวันเกิดให้ด้วย ขณะที่มีเด็กหญิงหลายคนทูลเกล้าฯ ถวายช่อดอกไม้แด่ทั้งสองพระองค์ ก่อนที่จะเสด็จออกจากเมืองบรูกจ์ พระราชินีสิริกิติ์ได้ตรัสขอให้นำช่อดอกไม้ที่มีผู้ทูลเกล้าฯ ถวายให้ไปมอบให้กับคนป่วยตามโรงพยาบาล และคลินิกของเมืองอีกด้วย

ในวันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม 2503 เวลา 09.30 น. สมเด็จพระราชาธิบดีโบดวง นำเสด็จจากพระราชวังกรุงบรัสเซลส์ไปยังสนามบิน เมื่อถึงสนามบิน บุคคลสำคัญของเบลเยียมรอส่งเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระราชินี ทรงลาสมเด็จพระราชาธิบดีโบดวง จากนั้นเสด็จประทับเครื่องบินพระที่นั่งเสด็จออกจากสนามบินกรุงบรัสเซลส์ เมื่อเวลา 10.00 น.