วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อย่าเล่นกับไฟ! เก็งกำไรบิทคอยน์

กลายเป็นขุมทองของนักเก็งกำไรทั่วโลก เมื่อราคาสกุลเงินดิจิทัลที่โด่งดังและแพร่หลายที่สุดอย่างบิทคอยน์ (Bitcoin) พุ่งแรงทะลุมิติที่ล่าสุดอัตราแลกเปลี่ยน 1 บิทคอยน์ต่อ 6,100 เหรียญสหรัฐฯ จนกระทั่งมีนักลงทุนบางคน ยอมขายบ้าน รถ และทุกอย่างที่มี เพื่อหาเงินมาซื้อบิทคอยน์เก็บไว้เก็งกำไร

สำนักข่าวซีเอ็นบีซี อยากไขข้อข้องใจในเรื่องนี้ จึงไปตามสัมภาษณ์วิลเลียม เบิร์นสตีน (Willaim Bernstein) นักประสาทวิทยา ซึ่งกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน หลังประสบความสำเร็จจากการเขียนหนังสือแนะนำการลงทุน ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในช่วงเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา

วิลเลียม เบิร์นสตีน บอกว่า แม้ราคาบิทคอยน์จะพุ่งขึ้นสูงปรี๊ด แต่เขายังไม่เห็นสัญญาณว่าจะเกิดภาวะฟองสบู่แตก กระนั้น ก็ยังไม่มีเหตุผลอยู่ดีที่จะต้องเข้าไปคลุกฝุ่น

เบิร์นสตีนบอกว่า สกุลเงินดิจิทัลไม่มีมูลค่าที่แท้จริง จึงไม่สมควรที่จะให้ความสนใจหรือเข้าไปลงทุน “สำหรับผมแล้ว บิทคอยน์เป็นอะไรที่ผมจะไม่เสียเวลาด้วย นอกเสียจากว่าผมจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) หรือบิทคอยน์ แต่ถ้าไม่ใช่ อย่าไปยุ่งดีกว่า ไปหาเงินทางอื่น หลักที่ดีของการลงทุนข้อหนึ่งก็คือ อย่าลงเงินไปกับสิ่งที่คุณไม่เข้าใจลึกซึ้งพอ”

นอกจากนั้น สิ่งที่เป็นสัญญาณอันเลวร้ายก็คือ การที่ราคาบิทคอยน์พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยล่าสุดขยับขึ้นไปแตะ 6,100 เหรียญฯ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มูลค่าตลาดรวมหรือมาร์เก็ตแคปใกล้จะ 100,000 ล้านเหรียญฯ ใกล้เคียงกับมูลค่าของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างโกลแมนซาคส์ (Goldman Sach) ซึ่งมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 94,000 ล้านเหรียญฯ เข้าไปทุกที และราคานี้เป็นราคาที่ไต่ขึ้นสูงกว่า 6 เท่าภายในปีนี้ปีเดียว

ในยุคแรกเริ่ม การจะได้มาซึ่งสกุลเงินดิจิทัลอย่างบิทคอยน์ ต้องใช้วิธีการ “ขุด” (Mining) โดยใช้ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ ซึ่งมีประสิทธิภาพในการแก้สมการทางคณิตศาสตร์ที่มีความซับซ้อน ถ้าแก้ได้ก็จะได้รับบิทคอยน์ไปเป็นรางวัล

และแม้ว่าจะถูกใช้ซื้อขายในเชิงพาณิชย์ในแวดวงจำกัด แต่บิทคอยน์ก็ได้รับการยอมรับในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราทั่วโลกมากขึ้นเรื่อยๆ นักลงทุนทั่วไป รวมทั้งนักลงทุนสถาบัน เริ่มให้ความสำคัญ ทำให้ราคาขยับสูงขึ้นต่อเนื่อง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐอเมริกา ที่ซึ่งตลาดบิทคอยน์กำลังโตเอาโตเอานั้น ปรากฏว่ากลุ่มคนอเมริกันส่วนใหญ่ที่ยังมีชีวิตอยู่ มีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 26 ปี (ข้อมูลจาก Deutsche Bank)

เบิร์นสตีนวิเคราะห์ว่า แม้คนกลุ่มนี้ยังไม่เคยเผชิญกับภาวะตลาดหุ้นซบเซา ประเภทที่ว่าดัชนีหุ้นลดฮวบลง 20% ทันทีหลังคึกอย่างกับกระทิงดุ แต่พวกเขาก็รับรู้ถึงวิกฤติเศรษฐกิจในครั้งก่อนๆเป็นอย่างดีจากการอ่าน การศึกษา เมื่อหวาดหวั่นในความไม่แน่นอนของตลาดเงิน ตลาดทุน เขาจึงมีแนวโน้มที่จะหันไปลงทุนในบิทคอยน์ ซึ่งใหม่เกินกว่าจะสร้างประวัติศาสตร์อันเลวร้าย

และสิ่งนี้เองที่เบิร์นสตีนอธิบายว่า ความเสียหายที่รุนแรงที่สุด มักเกิดจากการขาดประวัติศาสตร์และประสบการณ์ให้ศึกษา ดังนั้นในกรณีของบิทคอยน์ หากเกิดความเสียหายก็จะรุนแรง น่ากลัวเหลือคณานับ.