วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ย้ำ-ไม่ระบายน้ำเพิ่ม ท้ายเขื่อน! ชี้ปลาย พ.ย.วิกฤติคลี่คลาย

คนแห่ไปภูเขา-โต้ลมหนาว


มวลนํ้าเหนือมีแนวโน้ม ลดลง กรมชลฯยันไม่มีแผนเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ส่วน พื้นที่ท้ายเขื่อนอุบลรัตน์ ยังอ่วม น้ำชีทะลักพนัง กั้นน้ำ เฝ้าระวังน้ำท่วมพื้นที่เศรษฐกิจ พิษณุโลกน้ำไหลเชี่ยว เซาะถนนขาด ขณะที่นายกฯห่วงข้อมูลในโซเชียลบิดเบือน เฝ้าติดตามข่าวสารจากทางการเป็นหลัก ส่วนลมหนาวเริ่มเข้าเหนือและอีสาน นักท่องเที่ยวแห่ขึ้นดอยสัมผัสอากาศหนาวเย็น

สถานการณ์น้ำยังไหลเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำท้ายเขื่อนหลายพื้นที่ เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 28 ต.ค. ที่เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น พื้นที่ท้ายเขื่อนยังคงมีระดับน้ำที่ท่วมสูง และขยายตัวเป็นวงกว้างมากขึ้น ถึงแม้ว่าจะปรับลดการระบายน้ำลงตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำลงที่ 45 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) แต่ปริมาณน้ำในแม่น้ำพองยังคงมีระดับสูงกว่าตลิ่ง ไหลเอ่อท่วมพื้นที่ท้ายเขื่อนใน อ.น้ำพอง และ อ.เมืองขอนแก่น ทำให้หลายหมู่บ้านประสบปัญหาน้ำท่วมขัง และมีแนวโน้มที่จะขยายวงกว้างเพิ่มมากขึ้น ล่าสุด น้ำไหลเข้าท่วม พื้นที่หลายหมู่บ้านใน ต.บึงเนียม อ.เมือง ระดับน้ำสูงกว่า 50 ซม. ส่วนถนนสายขอนแก่น-โกทา ช่วงหน้า สภ.ย่อยศิลา ไปจนถึงถนนเลี่ยงเมืองสายขอนแก่น-กาฬสินธุ์ ระดับน้ำท่วม 30 ซม. กระแสไหลเชี่ยวอย่างต่อเนื่อง

นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่นกล่าวว่า น้ำท่วมในเขตชุมชนเมืองขอนแก่น ระดับน้ำทรงตัวแต่ยังล้นตลิ่ง 0.30 เมตร กรมชลประทานรายงานว่า การแก้ไขสถานการณ์และบริหารจัดการน้ำ ปิดกั้นลำห้วยใหญ่เสร็จสิ้นแล้ว มวลน้ำไหลเข้าสู่เขตพื้นที่เมืองชั้นในวันละ 7 ล้าน ลบ.ม. เจ้าหน้าที่ติดตั้งเครื่องสูบระบายน้ำลงสู่แม่น้ำชีวันละ 5 ล้าน ลบ.ม. พร้อมทั้งเสริมแนวคันดินตลอดคลองฮ่องไข่นก บ้านบึงเนียม สูง 80 ซม. เพื่อจัดการให้น้ำไหล ไปในทิศทางเดียวกัน

จ.กาฬสินธุ์ ระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง กระแสน้ำไหลเชี่ยว เนื่องจากได้รับมวลน้ำมาจาก จ.ขอนแก่น และ จ.มหาสารคาม น้ำเริ่มเอ่อท่วมพนังกั้นน้ำชี โดยเฉพาะพื้นที่บ้านสะดำศรี หมู่ 8 ต.ลำชี อ.ฆ้องชัย น้ำเริ่มซึมเข้าแนวกระสอบทราย ทำให้เจ้าหน้าที่ใช้รถแทรกเตอร์มาเกรดดินเสริมตามแนวพนังกั้นกว่า 1 กม. เพื่อความแข็งแรงไม่ให้ น้ำชีซึมเข้าพื้นที่นาข้าวและบ้านเรือน ส่วนที่เขื่อนวังยาง ประตูระบายน้ำที่ 1 มีขยะขวางทางน้ำเป็นจำนวนมาก น้ำไหลผ่านไม่สะดวก เสี่ยงน้ำหัวเขื่อนหนุนสูง เจ้าหน้าที่นำรถแบ็กโฮตักขยะออกจากประตูระบายน้ำ เพื่อให้น้ำไหลผ่านสะดวกมากขึ้น

ด้านนายไกรสร กองฉลาด ผวจ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำชีในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ยังคงเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ อ.ฆ้องชัย เป็นจุดเสี่ยงสูงสุด ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ช่วงนี้นำเครื่องจักรกลหนักมาช่วยทำแนวเสริมพนังกั้นน้ำ และประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่เฝ้าติดตามการรายงานสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมอพยพหากเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ขณะนี้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง พร้อมช่วยเหลือชาวบ้านตลอด 24 ชั่วโมง

จ.มหาสารคาม พนังกั้นแม่น้ำชีที่บ้านท่าสองคอน อ.เมือง ดินพังทลายเป็นระยะทางยาวกว่า 300 เมตร เจ้าหน้าที่และชาวบ้านช่วยกันนำกระสอบทราย 2,000 ถุง ทำเป็นพนังกั้นน้ำชีแทนดินที่พังทลายลงมา มีพื้นที่ประสบอุทกภัย 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.โกสุมพิสัย สถานการณ์น้ำในแม่น้ำชีสูงกว่าตลิ่ง ทำให้ท่วมพื้นที่การเกษตร 51,043 ไร่ ท่วมบ้าน 8 ตำบล 22 หมู่บ้าน 310 ครัวเรือน วัด 3 แห่ง โรงเรียน 3 แห่ง ถนนน้ำท่วม 10 เส้นทาง ที่ อ.กันทรวิชัย น้ำท่วม 10 ตำบล 82 หมู่บ้าน 6,949 ครัวเรือน และ อ.เมืองมหาสารคาม น้ำในแม่น้ำชีสูงกว่าตลิ่ง 0.63 เมตร น้ำท่วม 6 ตำบล 44 หมู่บ้าน 331 ครัวเรือน วัด 12 แห่ง โรงเรียน 2 แห่ง ถนนทางเข้าหมู่บ้านถูกน้ำท่วมสัญจรไม่ได้ 5 หมู่บ้าน พื้นที่การเกษตรเสียหาย 15,971 ไร่

ที่ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ระดับน้ำแม่นํ้ายมสายหลักและแม่น้ำยมสายเก่ายังสูงเกินกว่าจุดวิกฤติ น้ำทะลักเข้ากัดเซาะถนนสายหลักทางเข้าบ้านท่าโก หมู่ 3 ต.บางระกำ ขาดยาวกว่า 30 เมตร ก่อนที่น้ำ จะไหลหลากเข้าท่วมนาข้าวกว่า 100 ไร่ รวมทั้งบ้านเรือนประชาชนและโรงเรียนบ้านท่าโก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ส่งผลให้ชาวบ้านกว่า 100 ครัวเรือน ต้องใช้ เรือเป็นพาหนะเดินทางเข้าออกหมู่บ้าน ขณะที่ผู้นำ หมู่บ้านร้องขอห้องน้ำเคลื่อนที่จากป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยจังหวัดพิษณุโลกไปตั้งไว้บนถนน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

ส่วนแม่น้ำน่านที่ล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนในพื้นที่หมู่ 3 ต.บึงเสนาท อ.เมืองนครสวรรค์ กว่า 100 หลังคาเรือน ล่าสุดระดับนํ้าเริ่มลดเหลือ 30-40 ซม. มีแนวโน้มจะลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่นายสุจริต ถนอมเผ่า ชาวบ้านในพื้นที่เปิดเผยว่า น้ำที่ท่วมหมู่บ้านลดลงไปกว่า 10 ซม. ทำให้การใช้ชีวิตค่อนข้างดีขึ้น ชาวบ้านสามารถเดินลุยน้ำโดยไม่ต้องใช้เรือ เหลือเพียงถนนทางเข้าหมู่บ้านเท่านั้นที่รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ เนื่องจากกระแสน้ำยังคงไหลเชี่ยวเป็นระยะทางยาวกว่า 400 เมตร คาดว่าอีกประมาณ 1 สัปดาห์ น้ำจะลดลงเข้าสู่สภาวะปกติ

นายสุชาติ เจริญศรี ผอ.สำนักชลประทานที่ 12 เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในพื้นที่ตอนบนเริ่มดีขึ้น หลังปริมาณน้ำในแม่นํ้าเจ้าพระยาบริเวณสถานี C 2 อ.เมืองนครสวรรค์ ลดลงเหลือ 2,979 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง กรม ชลประทานยังคงปริมาณน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 2,697 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที มาตั้งแต่วันที่ 23 ต.ค. จนถึงปัจจุบันยังคงระบายน้ำในอัตราเท่าเดิม แบ่งรับน้ำบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยาบางส่วนเข้าสู่ระบบชลประทานฝั่งตะวันตก และฝั่งตะวันออกรวมประมาณ 769 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ไม่มีแผนที่จะเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา สถานการณ์จะเข้าสู่ปกติเขื่อนทดน้ำเจ้าพระยาระบายน้ำไม่เกิน 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที คาดว่าในช่วงปลายเดือน พ.ย. ระดับน้ำจะเริ่มคลี่คลาย ส่วนระดับน้ำเหนือเขื่อนลดลงมาเล็กน้อยอยู่ที่ 17.33 เมตรระดับน้ำทะเลปานกลาง ระดับน้ำท้ายเขื่อนนั้นยังทรงตัวอยู่ที่ 16.03 เมตรระดับน้ำทะเลปานกลาง

ด้านนางอุษา สินมา ผอ.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโพนางดำออก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท กล่าวว่า น้ำท่วมโรงพยาบาลตั้งแต่คืนวันที่ 10 ต.ค. รวมกว่า 3 สัปดาห์ เจ้าหน้าที่ขนย้ายเครื่องมือ อุปกรณ์เวชภัณฑ์ทางการแพทย์ไว้ที่สูง ไปตั้งเต็นท์ให้บริการอยู่ที่ริมถนนคันคลองมหาราช หน้า รพ.สต.โพนางดำออก ส่วนชาวบ้านที่เข้ามารักษาตัวส่วนใหญ่ป่วยด้วยโรคน้ำกัดเท้า ผื่นคัน ความเครียดและวิตกกังวล พร้อมจัดเจ้าหน้าที่พายเรือเข้าไปตรวจรักษาผู้ป่วยสูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียงในบ้านที่ถูกน้ำท่วมอีกด้วย

ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำน้อยมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นจนเอ่อล้นเข้าท่วมหน้า สภ.บางจัก จ.อ่างทอง มีระดับสูงกว่า 40 ซม. เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยกันยกเอกสารทางราชการขึ้นที่สูง พร้อมนำกระสอบทราย และไม้มารองทำเป็นทางเดินชั่วคราวเข้าโรงพักเพื่อความสะดวกของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และประชาชนที่เดินทางมาใช้บริการ ล่าสุดน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่สถานีวัดระดับน้ำ C7A หน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทอง น้ำเจ้าพระยาอยู่ที่ระดับ 8.96 เมตร จากระดับตลิ่ง 9.32 เมตร มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,617 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายประเชิญ จีนขจร ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโพธิ์พระยา จ.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในเขต อ.เมือง และ อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี ระดับน้ำแม่น้ำท่าจีน วัดที่บริเวณหน้าตลาดเทศบาลเมืองระดับอยู่ที่ 5.70 เมตร ลดลง 4 ซม. ระดับน้ำยังคงสูงกว่าถนนพระพันวษา 10 ซม. เขตพื้นที่ อ.เมือง ยังคงมีน้ำท่วมในที่ลุ่มต่ำหลายจุด ส่วนระดับน้ำเหนือประตูระบายน้ำโพธิ์-พระยาอยู่ที่ 6.28 เมตร ท้ายเขื่อนถึงหน้าประตูระบายน้ำบางสาม อ.สองพี่น้อง ระดับน้ำอยู่ที่ 5.70 เมตร ลดลง 0.7 เมตร ประตูระบายน้ำโพธิ์พระยา ระบายน้ำอยู่ที่ 237.99 ลบ.ม.ต่อวินาที ส่วนที่ประตูระบายน้ำบางสาม อ.สองพี่น้อง ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำขนาดใหญ่ 12 เครื่อง เร่งระบายน้ำลงสู่อ่าวไทย คาดว่าหากไม่มีฝนตกลงมาอีกระดับน้ำจะลดลงตามลำดับ

จ.สิงห์บุรี ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาทรงตัว ส่วนในพื้นที่ลุ่มต่ำริมน้ำใน อ.อินทร์บุรี อ.เมืองสิงห์บุรี และ อ.พรหมบุรี น้ำท่วมบ้านเรือน 8,063 หลัง ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ 7 อำเภอ ประกอบด้วย บางบาล เสนา บางปะอิน ผักไห่ พระนครศรีอยุธยา บางไทร และบางปะหัน รวม 99 ตำบล 589 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 37,463 ครัวเรือน 97,403 คน ส่วนที่ อ.บางปะอิน เกิดเหตุวุ่นวายชาวบ้านในชุมชนริมน้ำไม่พอใจเจ้าหน้าที่ไม่เปิดประตูระบายน้ำใน ต. บาง-ประแดง เพื่อปล่อยน้ำลงทุ่ง ต่อมานายไพรัตน์ เพชรยวน นายอำเภอบางปะอินลงพื้นที่เข้าไปเจรจาทำความเข้าใจกับชาวบ้านเพื่อหาข้อยุติแล้ว

นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า พื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยามีปริมาณน้ำไหลผ่านที่ อ.เมืองนครสวรรค์ 2,919 ลบ.ม.ต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง 17.35 เมตร และปริมาณน้ำไหลผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยายังคงที่ในอัตรา 2,697 ลบ.ม.ต่อวินาที ทำให้ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนจนถึงบริเวณ จ.อ่างทอง มีระดับน้ำทรงตัว กรมชลประทานไม่มีแผนจะเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาแต่อย่างใด และขอย้ำว่าปริมาณน้ำที่อยู่ในทุ่งจะระบายลงแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำท่าจีนเป็นหลัก หลังจากระบายน้ำในแม่น้ำทั้งสองที่รับมาจากพื้นที่ตอนบนลงทะเล จนระดับน้ำอยู่ต่ำกว่าตลิ่งแล้ว จะเริ่มระบายหรือสูบน้ำในทุ่งต่างๆ ลงสู่แม่น้ำผ่านระบบชลประทาน ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อพื้นที่ที่น้ำไหลผ่าน

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ยังคงติดตามสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ รับรายงานปริมาณน้ำเหนือที่ จ.นครสวรรค์ มีแนวโน้มลดลง ยืนยันไม่มีแผนเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา นายกฯเป็นห่วงเรื่องการส่งต่อข้อมูลในโซเชียลมีเดีย ย้ำว่าน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะเพิ่มขึ้น และเอ่อล้นท่วมบางพื้นที่ แต่ไม่ส่งผลกระทบให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ ด้าน พล.ต.พีรวัชฌ์ แสงทอง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) กล่าวว่า ขณะนี้มีข่าวสารที่บิดเบือนเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ และการพยากรณ์อากาศ ขอให้ประชาชนรับฟังข่าวสารอย่างมีสติ ติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการ เช่น กรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา และกรมอุทกศาสตร์

สำหรับสภาพอากาศหนาวหลายพื้นที่ของภาคเหนือและอีสานอุณหภูมิลดลงต่อเนื่อง ที่ จ.เลย อากาศเริ่มหนาวเย็นลง โดยเฉพาะเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง อ.ภูเรือ อุณหภูมิต่ำสุดวัดได้ 13 องศาเซลเซียส และอุทยานแห่งชาติภูเรือ อุณหภูมิต่ำสุดวัดได้ 14 องศาฯ มีนักท่องเที่ยวแห่ไปสัมผัสอากาศหนาวเย็น ชมทะเลหมอก และละอองหมอกที่โปรยปรายจากท้องฟ้าลงสู่พื้นดิน รวมทั้งชมแสงพระอาทิตย์ที่แทรกทะเลหมอกลงมากลายเป็นสีทอง นักท่องเที่ยวต่างพากันถ่ายรูปเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ อาทิ จุดชมวิวบ้านนามาลา ต.นามาลา ภูสวนทราย บ้านนาปอ อ.นาแห้ว ภูบ่อบิด ภูกระดึง และภูทอก อ.ด่านซ้าย รวมทั้งพื้นที่ อ.เชียงคาน คลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวพากันขึ้นไปชมทะเลหมอก และสัมผัสอากาศหนาวเย็นเช่นกัน

จ.เชียงราย อุณหภูมิลดลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยเฉพาะยอดภูชี้ฟ้า เขตวนอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า ต.ตับเต่า อ.เทิง อุณหภูมิ 15-16 องศาฯ นักท่องเที่ยวใช้ช่วงวันหยุดพากันขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาว และชมทะเลหมอกจำนวนมาก นายบันเทิง เครือวงศ์ ผู้ประกอบการที่พักและประธานเครือข่ายส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนภาคเหนือ กล่าวว่า ช่วงนี้มีนักท่องเที่ยวมาติดต่อห้องพักตลอด ส่วนใหญ่จะจองไว้ช่วงวันหยุดเดือน ธ.ค. ทางเครือข่ายฯ จัดประชุมผู้ประกอบการบนภูชี้ฟ้า มีมติไม่ให้ผู้ประกอบการที่พักรายใหญ่ตัดราคาเพื่อดึงลูกค้า รวมทั้งจัดชุดเฉพาะกิจคอยดูแลความเรียบร้อย เพื่อสร้างความอุ่นใจให้นักท่องเที่ยว ทำแนวกันไฟบริเวณด้านหลังหมู่บ้านผ่านจุดชมวิวภูฟ้าไทยไปจนถึงภูชี้ฟ้า เพื่อเพิ่มทางเลือกให้นักท่องเที่ยวที่ชอบเดินป่า สามารถเดินจากหมู่บ้านไปถึงภูชี้ฟ้าระยะทาง 1 กม. พร้อมร่วมกันปลูกต้นนางพญาเสือโคร่งไว้ตลอดแนวทางเดินด้วย

กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า ในช่วงวันที่ 29 ต.ค.-3 พ.ย. ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียสกับมีลมแรง สำหรับภาคใต้มีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง และคลื่นลมบริเวณอ่าวไทย และทะเลอันดามันจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากไว้ด้วยตลอดช่วง ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่ง