วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

2 วัดเตรียมพร้อม พิธีบรรจุพระบรมราชสรีรางคาร

พระองค์หญิงทรงนำขบวนกองทหารม้าเกียรติยศเอง คิงจิกมีทรงยก‘ธรรมราชา’


สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี และพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมอัฐิ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมี “เจ้าคุณทองดี” ถวายพระธรรมเทศนา “สัจจธรรม ความสัตย์” ขณะที่ คนไทยที่ได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี แห่งภูฏาน เผยทรงมีรับสั่ง ในหลวง ร.9 ทรงเป็น “ธรรมราชา” ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก ด้านสำนักพระราชวังยังเปิดให้ประชาชนเข้าวางดอกไม้สดแสดงความอาลัย ณ ซุ้มประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์ ร.9 ได้อย่างต่อเนื่อง

วันที่สี่ในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งในวันที่ 28 ต.ค.เป็นพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมอัฐิ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

ร.10บำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมอัฐิ

เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปในการทรง บำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมอัฐิ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งถือวันที่ 4 ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยเวลา 17.30 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พระเจ้า วรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชา ทินัดดามาตุ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า พัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า สิริวัณณวรีนารีรัตน์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า ทีปังกรรัศมีโชติ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า สิริภาจุฑาภรณ์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า อทิตยาทรกิติคุณ คุณพลอยไพลิน และคุณสิริกิติยา เจนเซน พระธิดาในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี

ทรงประเคนพัดรองที่ระลึก

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะพระบรมอัฐิและพระอัฐิ สมเด็จพระบรมราชบุพการี ณ พระแท่นมหาเศวตฉัตรแล้ว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะพระบรมอัฐิ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งประดิษฐานในบุษบกแว่นฟ้าเหนือพระแท่นสุวรรณเบญจดล จากนั้น ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระบรมอัฐิและพระอัฐิ สมเด็จพระบรมราชบุพการี ที่พระแท่นมณฑลมุก ทรงประเคนพัดรองที่ระลึกงานทรง บำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมอัฐิแด่พระราชาคณะที่จะถวายพระธรรมเทศนา พระราชาคณะ 31 รูป สวดพระพุทธมนต์ พระสงฆ์รับอนุโมทนา 4 รูป และพระสงฆ์สดับปกรณ์ 12 รูปแล้ว พระสงฆ์ 30 รูป สวดพระพุทธมนต์จบ

“เจ้าคุณทองดี” ถวายพระธรรมเทศนา

ลำดับต่อมา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ที่สวดพระพุทธมนต์สดับปกรณ์พระบรมอัฐิ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา จากนั้น ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยสำหรับพระบรมอัฐิและพระอัฐิพระบรมราชบุพการี และสำหรับพระ บรมอัฐิทรงธรรม พระราชาคณะถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนากัณฑ์ 1 จบแล้ว ถวายอนุโมทนา พระสงฆ์ 4 รูป รับอนุโมทนา ในการนี้ ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์และทรงทอดผ้าไตร พระมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองดี สุรเตโช) เจ้าอาวาสวัดราชโอรสาราม ราชวรวิหาร ที่ถวายพระธรรมเทศนา และพระสวดธรรมกถา 4 รูป ประกอบด้วย พระมหาสุวรรณ จนฺทสโร พระมหาจวณ จรณธมฺโม พระมหาเดชา กิตฺติปญฺโญ และพระมหาขุนชัย กิตฺติสุโภ รวม 5 รูป สดับปกรณ์ถวาย อดิเรก ถวายพระพรลา เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ 12 รูป สวดมาติกาจบ ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์พระบรมอัฐิและพระอัฐิ สมเด็จพระบรมราชบุพการี ที่อัญเชิญออกประดิษฐานในการพระราชกุศลนี้ แล้วถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวาย พระพรลา

ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่

ทั้งนี้ พระมหาโพธิวงศาจารย์ ถวายพระธรรมเทศนา (สัจจธัมมกถา) เรื่อง สัจจธรรม ความสัตย์ ความตอนหนึ่งระบุว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่พระองค์หนึ่งในโลก ทรงมีพระราชคุณูปการแก่พสกนิกรชาวไทยมาช้านาน ทั้งทรงมีพระราชคุณูปการแก่ชาวโลกทั่วไป ด้วยพระปรีชาสามารถ ด้วยพระจริยวัตรที่งดงาม ด้วยพระราชดำริและพระราชดำรัสที่กอปรด้วยคุณค่าต่อความเป็นอยู่ของมวลมนุษย์ โดยเฉพาะเรื่องปากท้อง เรื่องการดำรงชีวิตอย่างพอเพียง เรื่องการใช้ทรัพยากรอย่างทนุถนอม และการพัฒนา การดูแลรักษา ตลอดจนการแก้ไขปรับปรุงให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า โครงการตามพระราชดำริที่เกิดขึ้นตลอดเวลาที่ทรงครองราชย์ 70 พรรษา กว่า 4 พันโครงการ ที่เกิดขึ้นด้วยพระปรีชาสามารถและความเสียสละ ล้วนเป็นไปเพื่อปากท้อง เพื่อความอยู่ดีกินดีและเพื่อความอยู่อย่างสุขสงบของมวลมนุษย์

ร.10 ทรงร่วมริ้วขบวน 5-6

สำนักพระราชวังแจ้งว่า ในวันที่ 29 ต.ค.เวลา 10.30 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จฯยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ในการพระราชพิธีอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิ ขึ้นประดิษฐานพระวิมาน บนพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท โดยพระที่นั่งราเชนทรยาน ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 5 จะยาตราจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ไปยังพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท จากนั้น เวลา 17.30 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จในพระราชพิธีบรรจุพระบรมราชสรีรางคาร ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร และวัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร โดยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 6 ยาตราจากพระบรมมหาราชวัง ไปยังวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร และวัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร ในการนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ จะทรงเป็นผู้บังคับกองทหารม้าเกียรติยศนำริ้วขบวนด้วยพระองค์เอง

บรรจุพระบรมราชสรีรางคารคู่ ร.7

ด้านการเตรียมความพร้อมสถานที่บรรจุพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ของทางวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดบวรนิเวศวิหารนั้น พระพรหมมุนี (สุชิน อคฺคชิโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ กล่าวว่า ได้มีการเตรียมสถานที่รองรับผู้ที่จะเฝ้ารับเสด็จ รวมทั้งตั้งจุดคัดกรองผู้ที่จะเข้ามายังวัดราชบพิธฯ และสถานที่บรรจุพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมแล้ว โดยเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังได้มาเจาะฐานพุทธบัลลังก์หินอ่อน พระพุทธอังคีรส พระประธานประจำพระอุโบสถวัดราชบพิธฯแล้ว ซึ่งพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จะอยู่คู่กับพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 นอกจากนี้ที่ฐานพุทธบัลลังก์หินอ่อนพระพุทธอังคีรส ยังเป็นที่บรรจุพระราชสรีรางคาร สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 ด้วย

พระพรหมมุนีกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ บริเวณฐานบัลลังก์กะไหล่ทองพระพุทธอังคีรส ยังเป็นที่บรรจุพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 พระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 พระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระอัฐิสมเด็จพระศรีสุลาลัย และพระอัฐิสมเด็จพระบรมวงศ์เธอ กรมพระยาสุดารัตนราชประยูร

จัดพื้นที่รับเสด็จในวัดบวรฯ

ขณะที่พระโสภณคณาภรณ์ (สมจิตร อภิจิตฺโต) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร กล่าวว่า ในส่วนของวัดบวรฯนั้น เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังได้มาเตรียมสถานที่บรรจุพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยเจาะฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธชินสีห์ พระประธานประจำพระอุโบสถวัดบวรฯแล้ว โดยจะอยู่คู่กับพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ส่วนการเตรียมสถานที่ภายในวัด ประชาชนสามารถเข้ามารอรับเสด็จภายในวัดได้ และทางวัด จะมีการจัดเตรียมจอแอลอีดีขนาดใหญ่ไว้ที่ลานหน้าโรงเรียนวัดบวรฯ เพื่อให้ประชาชนได้รับชมพิธีบรรจุพระบรมราชสรีรางคารด้วย

ให้วางดอกดาวเรืองได้ตลอด

สำหรับบรรยากาศที่ถนนหน้าพระลาน ตลอดวันที่ 28 ต.ค. มีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศนำพวงมาลัยดอกดาวเรืองมาถวายสักการะหน้าซุ้มประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร บริเวณริมกำแพงพระบรมมหาราชวังอย่างต่อเนื่อง โดยสำนักพระราชวังยังเปิดให้ประชาชนมาวางดอกไม้ แสดงความอาลัยได้ตลอด และยังไม่มีกำหนดปิด เว้นแต่ช่วงที่มีพระราชพิธี ส่วนที่นอกรั้วสนามหลวงยังคงมีผู้คนทยอยมาเก็บภาพพระเมรุมาศไว้เป็นที่ระลึก หลังจากเสร็จสิ้นพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สำหรับบริเวณหน้าศาลฎีกา ศาลหลักเมือง สนามหญ้าริมกำแพงพระบรมมหาราชวัง ถนนหน้าพระลาน และตรงข้ามประตูวิเศษไชยศรี มีประชาชนจำนวนมากมาจับจองพื้นที่เพื่อเฝ้ารับเสด็จฯ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ที่จะเสด็จฯมาประกอบพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมอัฐิ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

“บิ๊กป้อม” เตรียมสรุปงาน กอร.

ต่อมา พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า วันที่ 30 ต.ค.นี้ จะมีการประชุมเป็นครั้งสุดท้ายของกองอำนวยการร่วมพระราชพิธีฯ ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานเพื่อรับทราบการทำงานของส่วนงานที่เกี่ยวข้องในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อสรุปจัดทำเป็นบทเรียนร่วมกัน และส่งมอบพื้นที่ให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยกองทัพภาคที่ 1 เข้ามา ดูแลในช่วงเปิดให้ประชาชนเข้าชมพระเมรุมาศ จนถึงสิ้นเดือน พ.ย.ต่อไป

“ดนัย” ปีติได้เข้าเฝ้าฯ “คิงจิกมี”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานมูลนิธิธรรมดี นักคิดนักเขียนชื่อดัง ได้โพสต์ภาพและข้อความขณะเข้าเฝ้าฯสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และสมเด็จพระราชินีแห่งราชอาณาจักรภูฏาน กษัตริย์แห่งภูฏาน ลงในเพจ Danai Chanchaochai โดยระบุว่า นับเป็นบุญและเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่งที่ทั้งสองพระองค์พระราชทานพระวโรกาสให้เข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์เกือบ 2 ชั่วโมง ได้น้อมเกล้าฯถวายหนังสือภาษาอังกฤษชุด King Bhumibol Adulyadej of Thailand หนังสือตามรอยพระยุคลบาทรัชกาลที่ 9 และหนังสือเล่มอื่น ที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษ เช่น White Ocean Strategy White Heart Dharma Moments ทั้งสองพระองค์สนพระทัยมาก ทรงเปิดดูหนังสืออย่างละเอียด และรับสั่งถามด้วยความแปลกพระทัยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงมีภาพวาดฝีพระหัตถ์จำนวนมาก ซึ่งงดงามเหลือเกิน และภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ได้มีโอกาสทอดพระเนตรเป็นครั้งแรกจากหนังสือเล่มนี้

ร.9 ทรงเป็น “ธรรมราชา”

เมื่อสอบถามไปยังนายดนัย ได้กล่าวว่า สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก พระราชทานพระวโรกาสให้เข้าเฝ้าฯที่โรงแรมที่ประทับย่านสุขุมวิท ทรงมีรับสั่งว่า ราชสำนักแห่งราชอาณาจักรภูฏานได้เปิดวัดทั่วประเทศให้ประชาชนชาวภูฏานเข้าไปถวายสักการะแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 และทรงแปลกพระทัยที่มีประชาชนจำนวนมากเข้าไปสวดมนต์ถวาย สักการะด้วยความสมัครใจ เมื่อทรงถามประชาชนว่า รู้จักหรือเคยพบพระมหากษัตริย์ไทยหรือ ประชาชนทั้งหมดกราบทูลเหมือนกันว่า ไม่เคยมีโอกาสพบหรือเข้าเฝ้าฯ แต่ทุกคนรู้ว่า ทรงมีพระชนมายุมาก ทรงงานหนักมาก และทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ดีมาก จึงพร้อมใจกันมาสวดมนต์ถวาย ซึ่งสมเด็จพระราชา-ธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ทรงมีรับสั่งว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงเป็น “ธรรมราชา” ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก เช่นเดียวกับพระเจ้าอโศกมหาราช เมื่อ 2,300 ปีก่อน ทรงเป็นต้นแบบการเป็นพระมหากษัตริย์ให้กับพระองค์เอง ซึ่งครองราชย์มาแล้ว 12 ปี ซึ่งก่อนจะเสด็จฯ มาประเทศไทย ก็เสด็จฯเยี่ยมพสกนิกรตามไหล่เขาสูงที่ต้องใช้การเดินเท้าด้วยความลำบาก โดยรับสั่งว่าทรงปฏิบัติตามที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ของไทย เสด็จฯ เยี่ยมประชาชนในถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ

น้ำพระเนตรคลอยามรับสั่งถึงในหลวง

นายดนัยกล่าวด้วยว่า สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก รับสั่งชมพระเมรุมาศว่างดงามวิจิตรตระการตาที่สุด ยามที่ต้องแสงอาทิตย์ และแสงไฟตอนกลางคืน ยังได้รับสั่งถึงฝนที่ตกลงมาในช่วงก่อนพระราชพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ว่าตามความเชื่อของชาวภูฏาน ฝนที่ตกลงมาคือพรจากสวรรค์ โดยทุกครั้งที่สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมีรับสั่งถึงในหลวง รัชกาลที่ 9 พระสุรเสียงจะสั่นเครือ และน้ำพระเนตรคลอ ทรงติดเข็มถวายอาลัยเลข ๙ บนฉลองพระองค์ชุดประจำชาติสีดำ ซึ่งการได้เข้าเฝ้าและได้ฟังที่พระองค์ตรัสถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยความยกย่องอย่างสูงสุด เป็นความปลาบปลื้มและเป็นพระกรุณาธิคุณเป็นที่สุด จึงนำเรื่องราวที่ตนได้รับฟังมาโพสต์ในเพจส่วนตัว

“พระองค์ที” เสด็จสนทนาธรรม

นอกจากนี้ เมื่อเวลา 10.25 น. วันเดียวกัน พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ เสด็จไปทรงบำเพ็ญพระกุศลและทรงสนทนาธรรมกับพระ อาจารย์ ฌอน ชยสาโร ณ สำนักสงฆ์บ้านไร่ทอสี หมู่ที่ 12 บ้านหนองน้อย ต.ปากช่อง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยมีนายศักดิ์ฤทธิ์ สลักคำ รอง ผวจ.นครราชสีมา นำคณะข้าราชการ รวมถึงนางบุปผาสวัสดิ์ รัชชตาตะนันท์ หรือครูอ้อน เจ้าของบ้านไร่ทอสี ร่วมรับเสด็จ โดยหลังจากพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องท้ายที่นั่งบูชา สักการะพระพุทธรัตนมหาปัญญาประทีป พระประธานในสถานปฏิบัติธรรม พร้อมถวายผ้าไตร เครื่องสังฆทานแล้ว ได้ทรงสนทนาธรรมกับพระอาจารย์ ฌอน ชยสาโร บริเวณใต้ต้นไม้ ฝั่งตรงข้ามกับพระประธาน จากนั้นทรงพระดำเนินสนทนาธรรมตามพระอัธยาศัย โดยรอบบริเวณ ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.จึงเสด็จกลับ