วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สิงโตตื่นแล้ว

หลังจากบอลคาราบาวคัพ (ลีกคัพ) เตะจบไปเมื่อวันพุธ วันรุ่งขึ้นฟุตบอลลีกซึ่งเป็นเจ้าภาพรายการนี้ ทำพิธีจับสลากประกบคู่รอบ 8 ทีม ผลออกมาเป็นที่ฮือฮาไม่น้อย ทีมใหญ่ 4 ทีม ไม่เจอกันเลย ถ้าไม่มีเกมล็อกถล่มรอบตัดเชือกจะเป็นบิ๊กแมตช์น่าดูชมในรอบหลายปี

สรุปผลการประกบคู่ให้ดูกันอีกครั้ง เชลซี-บอร์นมัธ, อาร์เซนอล-เวสต์แฮม, เลสเตอร์-แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และบริสตอล ซิตี้-แมนฯยู กำหนดเตะกลางเดือน ธ.ค.

ผลออกมาแบบนี้ทำให้แฟนบอลจำนวนไม่น้อยมองว่ามีการล็อกคู่แข่งขันรอบ 8 ทีมไว้ก่อนหรือเปล่า ทีมใหญ่ทั้งเชลซี, อาร์เซนอล, แมนฯซิตี้และแมนฯยู ถึงไม่เจอกันเอง

สาเหตุที่เขามองกันแบบนี้ก็เพราะ “คาราบาวคัพ” มีปัญหาในการประกบคู่มาตั้งแต่รอบแรก ที่ประกบคู่กันในเมืองไทย สัญญาณถ่ายทอดสดมีปัญหา ไม่มีเสียง

ชาร์ลตัน แอธเลติก ปรากฏชื่อซ้ำ 2 คู่ หลายทีม เช่น วิมเบิลดัน, เบรนท์ฟอร์ด, สวินดอน, นอริช, ฟอเรสต์ กรีน โรเวอร์ส, วูล์ฟแฮมป์ตัน และเยโอวิล ถูกประกบคู่ผิดในการโชว์กราฟฟิก ส่วนรอบ 2 ก็สลับทีมเหย้าทีมเยือนผิดหลายคู่ และรอบ 3 ไปประกบคู่กันที่จีน ตรงกับเวลาในอังกฤษ 04.15 น. ใครจะไปตื่นดูหรือติดตาม

รอบ 4 ล่าสุด ฟุตบอลลีกประกาศว่าจะมีการถ่ายทอดสดทางทวิตเตอร์ แต่ก็ขัดข้องทางเทคนิค แฟนบอลที่เฝ้ารอบ่นพึม เพราะกว่าจะรู้ผลล่าช้ากว่าที่กำหนดไว้เกือบ 2 ชั่วโมง มีการนำเทปการจับสลากมาฉายย้อนหลัง เป็นเหตุให้แฟนบอลสงสัยเรื่องการล็อกคู่แข่งขัน ทีมใหญ่ 4 ทีมไม่เจอกันเอง

ปกติแล้วไม่ค่อยมีความผิดพลาดซ้ำๆแบบนี้ ไม่รู้ว่าฟุตบอลลีกของอังกฤษไปโดนอะไรมาถึงเป๋ไปหมด สปอนเซอร์แทนที่จะได้ภาพลักษณ์ทางบวกอาจตรงกันข้ามก็เป็นได้ ทำอะไรให้เป็นมาตรฐานที่บอลอังกฤษเขาเคยทำกันดีกว่า

วันก่อนผมเขียนถึงความสำเร็จของบอลระดับเยาวชนทีมชาติอังกฤษที่ในรอบปีนี้กวาดแชมป์ยู-19 ยุโรป, เวิลด์คัพ ยู-17 และยู-17 เข้ารอบชิงเวิลด์คัพกับสเปนเมื่อวันเสาร์ ที่ทำให้ผู้คนในวงการลูกหนังรู้จักชื่อไรอัน บรูว์สเตอร์ หัวหอกดาวรุ่งของลิเวอร์พูล ที่ทำแฮตทริกติดต่อกัน 2 นัด

ความสำเร็จดังกล่าวไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นแผนการพัฒนาฟุตบอลอังกฤษยุคที่มีเกร็ก ไดค์ เป็นประธานเอฟเอ เมื่อ 4 ปีก่อน

แม้จะเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ แต่เห็นผลเร็ว เพราะไดค์และทีมงานของเขาเน้นคัดเด็กที่มีทักษะดี ครองบอลได้ ซึ่งเป็นจุดอ่อนของนักเตะอังกฤษมาตลอด

ชุดยู-17 ที่ถล่มบราซิล 3-1 ในรอบตัดเชือกเวิลด์คัพ เมื่อกลางสัปดาห์ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ต่อกรกับบอลทักษะแซมบ้าได้

เป้าหมายของไดค์ในช่วงนั้นคือ การคว้าแชมป์โลกปี 2022 ที่กาตาร์ และก่อนหน้านั้นต้องเข้าถึงรอบรองชนะเลิศยูโร 2020 อาจเป็นเป้าหมายที่สูงเกินไป แต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย เพราะแฟนบอลอังกฤษวิจารณ์กันมายาวนานเรื่องทักษะของนักเตะสิงโตคำรามชุดใหญ่

ดาวรุ่งอังกฤษอายุไม่เกิน 20 ปีในปัจจุบัน ที่กระจายอยู่ในหลายสโมสร จะเติบโตเป็นกำลังหลักตามแผนของเอฟเอ และหวังว่าพวกเขาจะเบียดแข้งต่างชาติเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกได้มากขึ้นด้วย.

โต้ บ้านแหลม