วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กรมชลประทาน เตรียมลดน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ยัน ไร้แผนระบายน้ำเพิ่ม

กรมชลประทาน เตรียมลดน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ยัน ไร้แผนระบายน้ำเพิ่ม

  • Share:

กรมชลประทาน เตรียมลดน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา หลังน้ำเหนือเขื่อนลดลงต่อเนื่อง ยันไม่มีแผนระบายน้ำเพิ่ม พร้อมเร่งระบายน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ก่อนเขื่อนเต็ม โดยไม่ให้กระทบริมฝั่งคลอง

วันที่ 28 ต.ค. นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ตามที่ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้มอบนโยบายให้กรมชลประทาน วางมาตรการในการเร่งระบายน้ำบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยาและน้ำในทุ่งพื้นที่ลุ่มต่ำลุ่มน้ำเจ้าพระยาออกสู่ทะเลโดยเร็วที่สุดนั้น ปัจจุบันพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำไหลผ่านที่ อ.เมืองนครสวรรค์ 2,919 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง (รทก.) 17.35 เมตร และปริมาณน้ำไหลผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยายังคงที่ ในอัตรา 2,697 ลบ.ม.ต่อวินาที ทำให้ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนจนถึงบริเวณ จ.อ่างทอง มีระดับน้ำทรงตัว

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้ปรับแผนการระบายน้ำ โดยควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาไม่ให้เกิน 2,700 ลบ.ม.ต่อวินาที พร้อมกับลดน้ำเข้าพื้นที่ฝั่งตะวันตก จาก 500 เหลือ 475 ลบ.ม.ต่อวินาที สำหรับในพื้นที่ฝั่งตะวันออก เมื่อระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาลดต่ำลงอยู่ที่ระดับ 17.30 เมตร จะลดการรับน้ำเข้าระบบชลประทานจาก 270 เหลือ 245 ลบ.ม.ต่อวินาที จากนั้นเมื่อระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาลดลงอยู่ในระดับที่ไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่เหนือเขื่อนแล้ว จะทยอยลดปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาลง ให้สมดุลกับปริมาณน้ำที่ไหลเข้าในสัดส่วนที่สอดคล้องกัน ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาลดลงในระยะต่อไป

สำหรับเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี ปัจจุบันมีปริมาณน้ำ 953 ล้าน ลบ.ม. หรือ 99 % ของความจุอ่างฯ ระบายน้ำ วันละ 25 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน พร้อมกับควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนพระรามหก ในอัตรา 500 – 550 ลบ.ม.ต่อวินาที ทั้งนี้ จะรับน้ำส่วนหนึ่งเข้าระบบชลประทานฝั่งตะวันออกตอนล่างผ่านคลองระพีพัฒน์ ในอัตราเฉลี่ย 120 – 160 ลบ.ม.ต่อวินาที เพื่อแบ่งรับน้ำจากแม่น้ำป่าสักลงสู่คลองรังสิตก่อนที่จะระบายออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำบางปะกง โดยจะควบคุมปริมาณน้ำให้อยู่ในคลองไม่ให้เกิดผลกระทบต่อพื้นริมคลองที่น้ำไหลผ่าน

ส่วนลุ่มน้ำท่าจีน ในช่วงวันที่ 27 ต.ค. - 5 พ.ย. 60 จะควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่านประตูระบายน้ำโพธิ์พระยา ในอัตราที่ไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่เศรษฐกิจ ริมฝั่งแม่น้ำท่าจีน พร้อมกับรับน้ำเข้าทุ่งพื้นที่ลุ่มต่ำ ประกอบด้วย ทุ่งเจ้าเจ็ด ทุ่งบางบาล ทุ่งบ้านแพน ทุ่งโพธิ์พระยา ทุ่งป่าโมก และทุ่งผักไห่ โดยจะสูบน้ำและเปิดระบายน้ำลงสู่แม่น้ำท่าจีนตอนล่างตามความเหมาะสม ทั้งนี้ ได้ติดตั้งเรือผลักดันน้ำ 55 ลำ บริเวณ จ.สมุทรสาคร ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทัพเรือ และเครื่องผลักดันน้ำของกรมชลประทานอีก 53 เครื่อง ติดตั้งบริเวณ จ.นครปฐม เพื่อเร่งระบายน้ำจากพื้นที่ฝั่งตะวันตกของลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่ไหลลงสู่แม่น้ำท่าจีน ให้ไหลลงสู่ทะเลโดยเร็วต่อไป

"กรมชลประทาน ขอยืนยันว่า ไม่มีแผนที่จะเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา แต่อย่างใด และขอย้ำว่า ปริมาณน้ำที่อยู่ในทุ่ง จะระบายลงแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำท่าจีนเป็นหลัก หลังจากที่ได้ระบายน้ำในแม่น้ำทั้งสองที่รับมาจากพื้นที่ตอนบน ลงทะเลจนระดับน้ำอยู่ต่ำกว่าตลิ่งแล้ว จึงจะเริ่มระบายหรือสูบน้ำในทุ่งต่างๆ ลงสู่แม่น้ำผ่านระบบชลประทาน โดยไม่ให้เกิดผลกระทบต่อพื้นที่ที่น้ำไหลผ่าน"

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้