วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชาวบ้านผวา! แผ่นดินยุบตัว ขยายวงกว้าง ห่างสันเขื่อนศรีนครินทร์ 5 กม.

ชาวบ้านศรีสวัสดิ์ ผวาแผ่นดินยุบตัวนานร่วมปี ขยายวงกว้างลึก 20 เมตร กินพื้นที่เกือบ 1 ไร่ ห่างสันเขื่อนศรีนครินทร์ 5 กม. ผู้ว่าฯ กาญจน์รุดดู สั่งกันพื้นที่และเร่งแก้ปัญหา ทำเส้นทางระบายน้ำ ระงับการใช้อาคารเรียน และสร้างอาคารชั่วคราว ก่อนเปิดเรียน

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 28 ต.ค.60 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุดินยุบตัวเป็นหลุมขนาดใหญ่ บริเวณโรงเรียนบ้านบนเขาแก่งเรียง หมู่ 3 ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบนายสมวุฒิ ศรีสังวร ผอ.โรงเรียนบ้านบนเขาแก่งเรียง นายสำราญ สุนทราลัย ผญบ.หมู่ 3 นายสมจิตร์ แก้วแจ่ม ส.อบต.ท่ากระดาน รวมทั้งคณะครู ศิษย์เก่า ชาวบ้าน และเด็กนักเรียน อยู่ที่บริเวณดังกล่าว โดยมีเจ้าหน้าที่ทหาร ร.29 พัน 2 เข้าร่วมตรวจสอบเพื่อรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบเป็นระยะๆ

เบื้องต้น พบว่าดินยุบตัวนั้นมี 2 จุดอยู่ใกล้กัน ซึ่งทั้ง 2 จุดลึกประมาณ 15 เมตร จุดแรกลักษณะของปากหลุมนั้นเป็นทรงกลมกว้างลึกลงไปเป็นทรงกระบอกตรง และมีการขยายขอบผนังของหลุม ซึ่งปากของหลุมกว้างหลายสิบเมตร ส่วนจุดที่ 2 ลึกประมาณ 15-20 เมตรเช่นกัน แต่ลักษณะการยุบตัวนั้นเป็นทางยาวคล้ายกับลำห้วยขนาดใหญ่ โดยจุดที่ดินยุบทั้ง 2 จุดอยู่ในแนวร่องน้ำไหลผ่าน

นอกจากนี้ ยังพบรอยแยกแผ่นดินเป็นรอยใหม่พาดผ่านอาคารเรียน และห้องพักครูมีร่องรอยแตกแยกของผิวดินเป็นทางยาวหลายจุด สำหรับห้องเก็บพัสดุตั้งเกยอยู่กับปากหลุมเชื่อว่าอีกไม่นานคงจะพังถล่มตกลงไปในหลุม และพบว่าที่บริเวณดินยุบจุดแรกนั้นมีต้นมะเดื่อขนาดใหญ่อายุมากกว่า 50 ปี โค่นล้มทับอยู่กับปากหลุม

โดย นายสมวุฒิ ศรีสังวร ผอ.โรงเรียนบ้านบนเขาแก่งเรียง เปิดเผยว่า หลุมที่ยุบเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 พ.ย.59 ช่วงเวลาประมาณตีสาม หลังเกิดเหตุหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้เข้ามาสำรวจ พร้อมกับให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหา เดิมที่พื้นที่ใกล้เคียงนั้นเป็นลำห้วย ไหลผ่านรอบโรงเรียนลงไปที่จุดที่เป็นน้ำตก ซึ่งเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2559 ได้เกิดน้ำป่าไหลหลากอย่างรุนแรง เป็นเหตุทำให้ลำห้วยนั้นทรุดตัวลง แต่ขณะนั้นยังไม่ขยายวงกว้างถึงเพียงนี้ แต่มาในปีนี้หลุมยุบได้ขยายวงกว้างเพิ่มมากขึ้น ทำให้อาคารเรียนรวมทั้งบ้านพักครูมีความเสี่ยงที่จะถล่มลงไปอีก

ดังนั้นทางคณะครู คณะกรรมการโรงเรียน รวมทั้งศิษย์เก่า กำลังหาแนวทางระดมทุนที่จะมาดำเนินการสร้างคลองส่งน้ำลักษณะตัว V ขึ้น เพื่อต้องการให้เปลี่ยนทางน้ำไหล ตามที่ทางสำนักเทคโนโลยีธรณี กรมทรัพยากรธรณี แนะนำมา แต่เงินที่อาจจะได้มานั้นคงจะไม่เพียงพอในการนำมาสร้างคลองตัว V

สำหรับช่วงนี้อยู่ระหว่างการปิดเทอม ซึ่งวันที่ 1 พ.ย.นี้ก็จะเป็นวันเปิดเทอมแล้ว ซึ่งทางโรงเรียนได้มีแผนเอาไว้ว่า จะให้นักเนียนไปเรียนตามอาคารที่อยู่ห่างออกไป และจะกันพื้นที่เอาไว้ ไม่อนุญาตให้เด็กนักเรียนมาวิ่งเล่นใกล้กับบริเวณหลุมยุบ เพราะถือว่าเป็นเขตอันตราย ที่จริงทางโรงเรียนไม่อนุญาตให้เด็กนักเรียนมาวิ่งเล่นบริเวณนี้มาตั้งแต่เกิดเหตุเมื่อปี 2559 แล้ว

ต่อมา เวลา 16.30 น. นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผวจ.กาญจนบุรี พร้อมหน่วยงานเกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ดูสภาพหลุมดินที่ยุบ พบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากการยุบตัวของดินที่เกิดมาจากปัญหาทางกายภาพทางธรณีวิทยาคือ ใต้ดินเป็นโพรงหินและอยู่บนเส้นทางลำธารน้ำที่มีน้ำไหลผ่านในช่วงฤดูฝนทุกปี

นายจีระเกียรติ เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ได้ทราบว่าปัญหาเกิดจากฝนตกหนักและสภาพกายภาพทางธรณีวิทยาใต้ดินเป็นโพรงหิน น้ำใต้ดินได้ไหลมาจากเขาพระธาตุ จุดที่ดินยุบเป็นเส้นทางไหลของน้ำเป็นลำธารเก่า และมีการไหลของน้ำใต้ดิน ผ่านโพรงหิน กัดเซาะดินทำให้เกิดการทรุดตัวเป็นหลุมกว้าง และมีแนวโน้มจะเกิดการทรุดตัวของดินขยายวงกว้างได้ ซึ่งได้สอบถามเกี่ยวกับปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้น

เบื้องต้นได้สั่งการให้ทางอำเภอศรีสวัสดิ์ร่วมกับโรงเรียนกันพื้นที่ที่เกิดเหตุ และพื้นที่อันตรายเพื่อป้องกันมิให้เกิดปัญหาเรื่องความปลอดภัย โดยระงับการใช้อาคารเรียน 1 ชั้น 2 ห้องเรียน 1 หลัง และสั่งการให้ อบจ.กาญจนบุรี อำเภอศรีสวัสดิ์ และเขื่อนศรีนครินทร์ ช่วยกันเร่งดำเนินการช่วยเหลือเกี่ยวกับการสร้างอาคารเรียนชั่วคราวบริเวณสนามหน้าโรงเรียน เพื่อให้เด็กนักเรียนมีที่เรียนในช่วงการเปิดภาคเรียน และจะเร่งประสานสำนักงานชลประทานเพื่อเร่งดำเนินการสร้างเส้นทางระบายน้ำเพื่อมิให้เกิดการกัดเซาะหน้าดิน และจะต้องร่วมกันแก้ปัญหาระยะยาวต่อไป

นายจีระเกียรติ เปิดเผยต่อว่า ที่สำคัญที่สุดต้องขอยืนยันว่า จุดเกิดเหตุไม่กระทบกับสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่ และไม่กระทบกับความมั่นคงแข็งแรงของเขื่อนศรีนครินทร์ อีกด้วย

ส่วนทางด้าน นายชัยวุฒิ หลักเมือง ผู้ช่วย ผอ.เขื่อนศรีนครินทร์-บริหาร เปิดเผยว่า จุดเกิดเหตุห่างจากสันเขื่อนศรีนครินทร์มาก และไม่มีผลกระทบกับโครงสร้างความมั่นคงของเขื่อน โดยการก่อสร้างแนวสันเขื่อนเป็นการสร้างบนเส้นทางแม่น้ำเก่า คนละเส้นทางไหลของน้ำที่ถ้ำพระธาตุ ที่สำคัญคือการก่อสร้างทางวิศวกรรมของเขื่อนศรีนครินทร์มีการอัดน้ำปูนลงไปใต้ดินลึกมากกว่า 100 เมตร ตลอดแนวสันเขื่อน เพื่อม่านทึบน้ำ น้ำใต้ดินไม่สามารถลอดได้ และจากการตรวจสอบพบว่า เขื่อนมีสภาพปกติ และปริมาณตอนนี้มีการกักเก็บน้ำ 15,500 ล้าน ลบ.เมตร จากปริมาณเก็บกัก 17,745 ล้าน ลบ.เมตร ยังสามารถรับน้ำได้อีก 2,000 ล้าน ลบ.เมตร ขอยืนยันว่าเขื่อนศรีนครินทร์มั่นคงแข็งแรง 100%