วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

8 ข้อ ยืดอายุการใช้งานเกียร์ออโต้

เกียร์อัตโนมัติเข้ามาแทนที่เกียร์ธรรมดาด้วยความสะดวกสบายที่มากกว่า แถมยังช่วยประหยัดเชื้อเพลิงด้วยอัตราทดที่ช่วยลดรอบเครื่องยนต์ นอกจากการเปลี่ยนถ่ายของเหลวหล่อลื่นทุกๆ 40,000 กิโลเมตรแล้ว การยืดอายุการใช้งานของเกียร์ออโต้ยังขึ้นตรงกับวิธีการขับขี่ที่ถูกต้องอีกด้วย การบำรุงรักษาดูแลการใช้งานเกียร์อัตโนมัติเพื่อลดค่าใช้จ่ายจะมีส่วนช่วยทำให้คุณประหยัดเงิน รถยนต์ยุคใหม่ในปัจจุบันมักใช้ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ ซึ่งหลายบริษัทผู้ผลิตพยายามออกแบบมาให้มีความคงทนในระดับหนึ่ง แต่หากผู้ขับใช้งานไม่ถูกต้องหรือขาดการดูแลรักษาที่ดีพอ เกียร์ลูกนั้นก็จะสึกหรอเร็วกว่าปกติทำให้มีอายุการใช้งานที่หดสั้นลง

1-ใช้ความเร็วให้สอดคล้องกับสภาพการจราจร
การขับเร็วนอกจากจะสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุแล้ว ยังทำให้เกียร์ต้องทำงานหนักกว่าการขับแบบปกติ การใช้ความเร็วสูงมีผลต่อเกียร์ที่ต้องหมุนเร็วขึ้น ตามด้วยความร้อนที่สะสมในห้องเกียร์ แม้จะมีระบบหล่อลื่นเกียร์ที่ดีมากเพียงใดการสึกหรอก็จะเพิ่มมากขึ้น ในรถยนต์บางรุ่นผู้ขับไม่สามารถคุมตำแหน่งเกียร์ที่แน่นอนได้เหมือนรถเกียร์ธรรมดา ยิ่งขับบนเส้นทางภูเขาด้วยความเร็วสูงเกียร์ก็จะยิ่งรับโหลดมากยิ่งขึ้นเป็นเงาตามตัว รวมถึงการเชนจ์เกียร์หรือที่เรียกกันว่า Engine Brake ก็ไม่ค่อยจะได้ผลเท่ากับการขับรถเกียร์ธรรมดา การเชนจ์เกียร์บ่อยครั้งก็ยิ่งเพิ่มความสึกหรอให้กับชิ้นส่วนในเกียร์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ควรใช้ความเร็วที่เหมาะสมในทุกสภาพการณ์

2-ใช้เบรกมือควบคู่ไปกับการจอดรอการเคลื่อนตัว
เบรกมือเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการใช้งานรถยนต์เกียร์ออโต้ เมื่อเลื่อนคันเกียร์ไปที่ตำแหน่ง N เพื่อพักเท้าไม่ต้องมาคอยเหยียบเบรกแล้วคาเกียร์ D เอาไว้รอการเคลื่อนตัว ก็ควรขึ้นเบรกมือเพื่อป้องกันรถไหลไปข้างหน้าหรือข้างหลัง (แล้วแต่ความลาดเอียงของถนน) ตรวจสอบเบรกมือให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน หากจอดขวางทางรถยนต์คันอื่นๆ ก็ควรปลดเบรกมือเลื่อนคันเกียร์โดยจอดในตำแหน่ง N เพื่อทำให้สามารถเข็นได้ 

3- เมื่อจอดอยู่กับที่แล้วต้องการออกรถไม่ว่าจะเดินหน้าหรือถอยหลัง แรงเคลื่อนที่โดยไม่ต้องเหยียบคันเร่งของเกียร์ออโต้ในตำแหน่ง R และ D ทำให้ต้องใช้ความระวังโดยเฉพาะมือใหม่ เมื่อเลื่อนคันเกียร์ไปที่ R หรือ D แค่ยกเท้าออกจากแป้นเบรกรถก็จะเคลื่อนตัวทันทีทำให้ต้องใช้ความระมัดระวังทุกครั้งก่อนการขยับคันเกียร์เพื่อการเคลื่อนที่ ดูให้แน่ใจว่าได้เลื่อนคันเกียร์ไปยังตำแหน่งที่ต้องการหรือเปล่า เมื่อต้องการจะถอยเข้าหรือหันหน้าออกหากไม่ได้ขับบนทางลาดชันก็แทบจะไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เท้ากดคันเร่งเพื่อทำให้รถเคลื่อนตัว ยกเว้นเกียร์บางรุ่นที่มีการออกแบบให้ผู้ขับต้องใช้เท้ากดคันเร่งรถถึงจะเคลื่อนที่ 

4-ลุยน้ำบ่อยๆ ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์เมื่อหมดฤดูฝน
น้ำท่วมขังทำให้ต้องขับฝ่าไปโดยที่เกียร์อาจแช่น้ำเป็นระยะเวลานานๆ หากน้ำซึมเข้าไปในระบบเกียร์ก็อาจก่อให้เกิดปัญหาด้านการหล่อลื่นได้ ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์เมื่อต้องขับลุยน้ำเป็นประจำในช่วงฤดูฝน 

5-ชะลอรถเพื่อจอดแล้วจะถอยหลังห้ามใจร้อนยัดเกียร์ถอยทันทีโดยที่รถยังไม่หยุดสนิท
เมื่อรถยังคงไหลเคลื่อนไปข้างหน้าช้าๆ แต่ต้องการขับถอยหลัง ควรเบรกให้รถหยุดสนิทนิ่งก่อนที่จะเลื่อนคันเกียร์ไปที่ตำแหน่งเกียร์ถอยหรือเกียร์ R เมื่อรถยังคงเคลื่อนที่ไปข้างหน้าช้าๆ แต่ใจร้อนเลื่อนคันเกียร์ไปที่ตำแหน่ง R ทันทีจะทำให้เฟืองเกียร์สึกหรออย่างรวดเร็ว

6-ขับบนทางราบไม่ควรเปลี่ยนเกียร์ขึ้น-ลงบ่อยๆ
การเปลี่ยนเกียร์สูงลงสู่เกียร์ต่ำหรือการลดเกียร์ให้เหมาะสมกับสภาพเส้นทางเมื่อขับลงเขาหรือลงเนินที่มีความลาดชันเป็นเรื่องที่ถูกต้องและช่วยทำให้ปลอดภัย ไม่ขับลงมาเร็วเกินไปในตำแหน่งเกียร์ที่ไม่มีความเหมาะสม สำหรับการขับบนถนนที่ราบเรียบก็แค่คาตำแหน่งเกียร์ D เอาไว้ เมื่อจะเร่งแซงรถช้าก็กดคันเร่งลงจนสุด เกียร์จะเปลี่ยนลงไปเป็นเกียร์ต่ำเพื่อแซง ไม่ควรเปลี่ยนเกียร์เล่นบ่อยครั้ง เนื่องจากเกียร์จะต้องทำงานขึ้นๆ-ลงๆ โดยไม่มีความจำเป็นและทำให้เกิดการสึกหรอตามมา

7-สตาร์ตรถในตำแหน่งเกียร์ N เพื่อป้องกันการหลงเกียร์
สำหรับมือใหม่ การสตาร์ตรถด้วยตำแหน่งเกียร์ N จะช่วยป้องกันอาการหลงเกียร์ เนื่องจากการสตาร์ตที่ตำแหน่งเกียร์ P คุณต้องเลื่อนคันเกียร์จาก P ไปที่ D ผ่านเกียร์ R และเกียร์ N สำหรับท่านที่เพิ่งจะขับรถเกียร์ออโต้เป็นแต่ยังไม่มีความชำนาญต้องระวังในจุดนี้ให้มากๆ เคยมีคนหลงเกียร์จนขับตกจากอาคารจอดรถหรือตกทะเลกันมามากต่อมากแล้ว 

8-หมั่นตรวจสภาพสีของน้ำมัน
ปกติ น้ำมันเกียร์ที่ยังไม่ได้ใช้งานจะมีสีเหลืองใสหรือสีออกแดงใส เมื่อใช้งานไปนานๆ เกิดการสึกหรอ มีความบกพร่องของเกียร์ ทำให้เกิดปัญหาในระบบ น้ำมันเกียร์ก็จะมีสีน้ำตาลหรือสีดำข้น ซึ่งเมื่อเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ใหม่ลงไป อาการกระตุกกระชาก หรือใส่เกียร์แล้วต้องรอนานกว่าจะเคลื่อนตัว อาการดังกล่าวอาจหายหรือไม่หาย น้ำมันเกียร์ที่เสื่อมสภาพอาจเกิดจากหลายกรณี ได้แก่

– มีฝุ่นผงของแผ่นเบรกเบรนหรือแผ่นคลัตช์ผสม จนไหลเวียนไปตามส่วนต่างๆ ทำให้ระบบน้ำมันไฮโดรลิกอัดตัวแน่นกับเสื้อลิ้น เมื่อเข้าเกียร์จะทำให้เกิดเสียง

– การมีน้ำหล่อเย็นไหลเข้าห้องเกียร์จะทำให้น้ำมันเกียร์เสื่อมสภาพ และเน่าเสียเร็ว ซึ่งสังเกตได้จากการแยกชั้นของน้ำกับน้ำมัน จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ใหม่ และทำความสะอาดภายในระบบเกียร์ทั้งหมด.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/